โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘คาเมเนอี’สิ้นชีพ! ทรัมป์โวผลงาน/อิหร่านลั่นสางแค้น/เชื่อสงครามขยายวง

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 มีนาคม 2569 เวลา 4.25 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

[caption id="attachment_955675" align="alignnone" width="1920"]

Iraqi Shiites carry a portrait of Iran's Supreme Leader Ayatollah Ali Khamenei during a protest against US and Israeli attacks on Iran at a bridge leading to Green Zone where the US embassy is located, in Baghdad on February 28, 2026. Several hundred people protested against the US-Israeli strikes on Iran near the US embassy in Baghdad on February 28, AFP journalists said. (Photo by AHMAD AL-RUBAYE / AFP)[/caption]

“ทรัมป์” สุดภาคภูมิใจประกาศเด็ดหัว “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่านได้แล้ว ขู่ซ้ำหากอิหร่านยังตอบโต้จะเจอการตอบโต้ด้วยกำลังที่ไม่เคยมีมาก่อน เผยปฏิบัติการนอกจากผู้นำแล้วครอบครัวก็ถูกกวาดเรียบพร้อมทั้งบิ๊กทหาร “ไออาร์จีซี” ประกาศสางแค้นใช้โดรนพลีชีพ-ขีปนาวุธถล่มหลายพื้นที่ในตะวันออกกลาง สภาอิหร่านตั้ง “อาราฟี” คนสนิทคาเมเนอีรั้งผู้นำ “จีน-รัสเซีย-เกาหลีเหนือ” รุมประณาม “มะกัน-ยิว”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง จากปฏิบัติการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอิสราเอลเปิดฉากโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ก.พ. โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียลระบุว่า คาเมเนอี หนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เสียชีวิตแล้ว นี่ไม่ใช่เพียงความยุติธรรมสำหรับประชาชนชาวอิหร่านเท่านั้น แต่สำหรับชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ทุกคน และผู้คนจากหลายประเทศทั่วโลกที่ถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายโดยคาเมเนอีและกลุ่มอันธพาลกระหายเลือดของเขา เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงหน่วยข่าวกรองและระบบติดตามที่ซับซ้อนของเราได้ และด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอิสราเอล ทำให้เขาหรือผู้นำคนอื่นๆ ที่ถูกสังหารไปพร้อมกับเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย นี่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประชาชนชาวอิหร่านที่จะได้ทวงคืนประเทศของตน

เราได้ยินมาว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC), กองทัพ และกองกำลังรักษาความปลอดภัยและตำรวจอื่นๆ จำนวนมากไม่ต้องการต่อสู้อีกแล้ว และกำลังมองหาการยกเว้นโทษจากเรา อย่างที่ผมพูดไปเมื่อคืนนี้ว่าตอนนี้พวกเขาสามารถได้รับการยกเว้นโทษ แต่หากลากยาวต่อไปในอนาคตพวกเขาจะได้เพียงความตาย! หวังว่า IRGC และตำรวจจะรวมตัวกับผู้รักชาติอิหร่านอย่างสันติ และทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อนำประเทศกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ที่สมควรได้รับ กระบวนการนั้นควรจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า เพราะไม่เพียงแต่การตายของคาเมเนอีเท่านั้น แต่ประเทศก็ถูกทำลายและล้างผลาญไปมากในเวลาเพียงวันเดียว อย่างไรก็ตาม การทิ้งระเบิดอย่างหนักและแม่นยำจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งตลอดทั้งสัปดาห์ หรือตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเราคือสันติภาพทั่วทั้งตะวันออกกลางและทั่วโลก

ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศยังอ้างสื่ออิหร่านรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า บุตรสาว บุตรเขย และหลานสาวของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารในการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลด้วย โดยสำนักข่าวฟาร์สและสื่ออิหร่านอื่นๆ รายงานว่า หลังจากติดต่อกับแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือในบ้านของผู้นำสูงสุดแล้ว ข่าวการเสียชีวิตของลูกสาว ลูกเขย และหลานสาวของผู้นำการปฏิวัติได้รับการยืนยันแล้วอย่างน่าเศร้า

การปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. มีการทิ้งระเบิด 30 ลูกใส่บริเวณที่พักของคาเมเนอีตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ Channel 12 ของอิสราเอล

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว โดยไม่ได้กล่าวถึงการโจมตีครั้งใหญ่ของสหรัฐและอิสราเอลต่อที่พักของเขา โดยผู้ประกาศข่าวประกาศการเสียชีวิตของคาเมเนอีเมื่อเวลา 05.00 น. (01.30 GMT) พร้อมทั้งอากาศภาพเก่าๆ และแถบสีดำเพื่อแสดงความไว้อาลัย ทั้งนี้ ทางการอิหร่านประกาศไว้ทุกข์ 40 วัน และวันหยุดราชการเป็นเวลา 7 วัน

อิหร่านประกาศแก้แค้น

ส่วนกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านให้คำมั่นว่าจะลงโทษฆาตกรที่สังหารคาเมเนอี หลังสถานีโทรทัศน์ของรัฐยืนยันการเสียชีวิตของเขาแล้ว “กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านจะไม่ยอมปล่อยมือจากพวกตนเพื่อแก้แค้นอย่างรุนแรง เด็ดขาด และน่าเสียใจต่อผู้สังหารอิหม่ามแห่งประชาชาติอิสลาม” แถลงการณ์ระบุ

นอกจากนั้น สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของอิหร่านรายงานว่า พล.ท.อับโดลราฮิม มูซาวี ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมอิหร่าน และพลจัตวา อาซิซ นาซีร์ซาเดห์ รมว.กลาโหมอิหร่าน เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งการประกาศดังกล่าวเพิ่มจำนวนทหารอาวุโสซึ่งเสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอล เป็นอย่างน้อย 4 นาย เนื่องจากเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น มีการยืนยันการเสียชีวิตของ พล.ต.โมฮัมหมัด ปักปูร์ ผู้บัญชาการไออาร์จีซี และ พล.ร.ต.อาลี ชัมคานี อดีต รมว.กลาโหมอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาคนสนิทของคาเมเนอี

ด้านสภาวินิจฉัยผลประโยชน์แห่งรัฐของอิหร่านออกแถลงการณ์ เรื่องการเลือกอยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี เข้าสู่สภาผู้นำชั่วคราว เพื่อทำหน้าที่บริหารในช่วงเปลี่ยนผ่าน ภายหลังคาเมเนอีเสียชีวิต โดยอาราฟี ปัจจุบันมีอายุ 67 ปี ถือเป็นนักวิชาการศาสนาและนักการเมืองระดับสูงสายอนุรักษนิยม ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในโครงสร้างอำนาจของอิหร่าน อีกทั้งถือเป็นหนึ่งในคนสนิทและผู้สืบทอดอุดมการณ์คาเมเนอี

อาราฟียังเป็นทั้งสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่สำคัญที่สุดในการเลือกและถอดถอนผู้นำสูงสุด ตำแหน่งผู้อำนวยการเซมินารีแห่งอิหร่าน คุมระบบการศึกษาทางศาสนาทั้งหมดในประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานของระบอบการปกครองแบบเทวนิยมของสาธารณรัฐอิสลาม นอกจากนั้นอาราฟียังเป็นสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ ทำหน้าที่ตรวจสอบกฎหมายและคัดกรองผู้สมัครรับเลือกตั้ง และเคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติ อัล-มุสตาฟา ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่เผยแพร่แนวคิดชีอะห์ไปทั่วโลก

สำหรับสถานการณ์การสู้รบนั้น สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านกล่าวว่า มี 24 จาก 31 จังหวัดของอิหร่านได้รับผลกระทบจากการโจมตี และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 201 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 700 คน จากการโจมตี และมีการโจมตีครั้งหนึ่งที่โรงเรียนทางตอนใต้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 108 ราย แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ขณะที่อิหร่านก็ได้ตอบโต้กลับเช่นกัน โดยมีรายงานว่า ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบถูกโจมตีด้วยโดรนฆ่าตัวตายของอิหร่านที่ได้ส่งอากาศยานไร้คนขับ (UAV) เข้าโจมตีทั่วพื้นที่ตะวันออกกลางเพื่อเป็นการตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐ ซึ่งสนามบินยืนยันว่ามีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ส่วนภาพอื่นๆ แสดงให้เห็นบางส่วนของสนามบินที่อยู่ในสภาพร้างผู้คน หลังจากผู้โดยสารต้องรีบอพยพออกจากอาคาร เนื่องจากได้รับความเสียหายจากการโจมตีแถลงการณ์ และต่อมาท่าอากาศยานดูไบได้ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบและท่าอากาศยานนานาชาติอัลมักตูมจนกว่าจะเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ โดรนโจมตีของอิหร่านยังมุ่งเป้าไปที่แลนด์มาร์กสำคัญของดูไบ อย่าง เบิร์จ อัล อาหรับ โรงแรม 7 ดาวระดับท็อปแห่งเมืองดูไบ ตัวโรงแรมมีรูปทรงคล้ายเรือใบ ทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธ 137 ลูก และโดรน 209 ลำใส่ดินแดนของตน โดยส่วนใหญ่ถูกระบบป้องกันสกัดกั้นไว้ได้

ขณะเดียวกันเรือยอชต์ลำหนึ่งแล่นผ่านกลุ่มควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นจากท่าเรือเจเบล อาลี มีรายงานว่าอิหร่านโจมตีดูไบเมื่อวันที่ 1 มี.ค. และมีเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งในเมืองต่างๆ ของอ่าวเปอร์เซีย ได้แก่ ดูไบ โดฮา และมานามา ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรืออเมริกันในเช้าวันอาทิตย์ โดยมีควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ขอบฟ้าในยามเช้าที่แจ่มใสทางตอนใต้ของเมือง

เหตุระเบิดครั้งใหม่เกิดขึ้นหลังจากที่อิหร่านโจมตีกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงการโจมตีฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนทั่วอ่าวเปอร์เซีย ยกเว้นโอมานซึ่งเป็นประเทศตัวกลางในการเจรจา

ผวาสงครามขยายวง

ในกาตาร์ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธ 65 ลูก และโดรน 12 ลำไปยังประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้นได้ แต่มีผู้บาดเจ็บ 8 คน โดยหนึ่งในนั้นอาการสาหัส

การโจมตีของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียก่อให้เกิดความหวาดวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างออกไป และสั่นคลอนภูมิภาคที่เคยถูกมองว่าเป็นแหล่งแห่งสันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลางที่ปั่นป่วนมาโดยตลอด

และยังมีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการสู้รบยังไม่จบลง โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า เป้าหมายหลายพันแห่งจะถูกโจมตีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงของอิหร่านสาบานว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรง

“เราได้กำจัดบุคคลสำคัญในระบอบการปกครองของคาเมเนอีแล้ว ทั้งผู้บัญชาการในกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในโครงการนิวเคลียร์ และเราจะดำเนินการต่อไป”เนทันยาฮูกล่าว

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านได้ส่งสัญญาณวิทยุไปยังเรือต่างๆ เพื่อแจ้งว่า “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญถูกปิดแล้ว กองกำลังฯ ระบุว่า “ขีปนาวุธและโดรนได้โจมตีสำนักงานใหญ่ของกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐในบาห์เรนและฐานทัพอเมริกันอื่นๆ ในกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงศูนย์บัญชาการทางทหารและความมั่นคงในใจกลางอิสราเอล”

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ลงในบัญชี X ว่า อิหร่านเพิ่งบอกว่าจะโจมตีอย่างหนักในวันนี้ หนักกว่าที่เคยโจมตีมา พวกเขาอย่าทำอย่างนั้นเด็ดขาด เพราะถ้าพวกเขาทำ เราจะโจมตีพวกเขาด้วยกำลังที่ไม่เคยมีมาก่อน!

ด้านประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านได้เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ รวมถึงแนวทางในอนาคต หลังจากการสูญเสียคาเมเนอี

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ กล่าวในวิดีโอที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า เราได้เตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาเหล่านี้ และได้พิจารณาสถานการณ์ทุกอย่างแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ได้ล้ำเส้นที่เรากำหนดไว้และจะต้องรับผลที่ตามมา

ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน กล่าวว่า อิหร่านมองว่าการตอบโต้ต่อการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐเป็นสิทธิอันชอบธรรมและเป็นหน้าที่ของประเทศ เพราะผู้นำสูงสุดคาเมเนอีถูกสังหารด้วยน้ำมือของเหล่าวายร้ายที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก

“สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านถือว่าการหลั่งเลือดและการล้างแค้นต่อผู้กระทำการและผู้บัญชาการที่อยู่เบื้องหลังอาชญากรรมทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เป็นหน้าที่และสิทธิอันชอบธรรมของตน และจะปฏิบัติความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่นี้ด้วยพลังทั้งหมดที่มี”

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการที่สหรัฐและอิสราเอลสังหารคาเมเนอี โดยระบุว่า การสังหารครั้งนี้ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของอิหร่านอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังเป็นการเหยียบย่ำเป้าหมายและหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รวมถึงบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้บันทึกส่งถึงมาซูด เปเซซเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสังหารคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และสมาชิกในครอบครัวของเขา ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม และละเมิดบรรทัดฐานทางศีลธรรมของมนุษย์และกฎหมายระหว่างประเทศทุกประการ

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีอิหร่านของอิสราเอลและสหรัฐ ถือเป็นการรุกรานที่ผิดกฎหมาย และเป็นการละเมิดอธิปไตยของชาติ สงครามรุกรานโดยสหรัฐและอิสราเอลนั้น ยอมรับไม่ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...