โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UNSC ถกฉุกเฉินวิกฤตอิหร่าน เตือนเสี่ยงลุกลามกระทบทั้งภูมิภาค

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เปิดประชุมวาระฉุกเฉินเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ภายหลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่านในช่วงเช้าวันเดียวกัน ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความเปราะบางด้านความมั่นคงและพลังงานมากที่สุดของโลก

นอกจากนี้ รายงานจากสำนักข่าวซินหัวและสื่อระหว่างประเทศหลายแห่งระบุว่า การประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อประเมินสถานการณ์ความมั่นคง ผลกระทบด้านมนุษยธรรม และแนวทางลดระดับความตึงเครียดในระยะเร่งด่วน

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) กล่าวประณามการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงการโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวละเมิด “อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน” ของหลายประเทศในภูมิภาค อาทิ บาห์เรน อิรัก จอร์แดน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

พร้อมเตือนว่า ปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้เสี่ยงจุดชนวนเหตุการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ พร้อมย้ำว่ากฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศต้องได้รับการเคารพอย่างเคร่งครัด “ไม่มีทางเลือกอื่นที่ยั่งยืนไปกว่าการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี”

ทั้งนี้ เลขาธิการ UN ยังเผยอีกว่า การโจมตีเกิดขึ้นหลังเสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบที่ 3 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งมีโอมานเป็นตัวกลาง และเดิมมีแผนเดินหน้าความร่วมมือทางเทคนิคที่กรุงเวียนนาในสัปดาห์ถัดไป ก่อนเข้าสู่การเจรจาทางการเมืองรอบใหม่ เขาระบุว่า “น่าเสียใจอย่างยิ่งที่โอกาสทางการทูตถูกทำลายลง”

ด้าน นายอามีร์ ซาอิด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมว่า การโจมตีครั้งนี้เป็น “การรุกรานที่ไม่มีการยั่วยุและมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า” โดยอ้างว่ามีการโจมตีพื้นที่พลเรือนในหลายเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

พร้อมระบุว่า ไม่มีคำอธิบายใดสามารถทำให้การกระทำดังกล่าวชอบธรรมได้ และถือเป็นการบ่อนทำลายระเบียบกฎหมายระหว่างประเทศที่สร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ขณะที่ นายฟู่ ฉง ผู้แทนถาวรจีนประจำสหประชาชาติ แสดงความกังวลอย่างลึกยิ่งต่อความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น โดยเน้นย้ำว่าจีนคัดค้านและประณามการใช้กำลังหรือการขู่ว่าจะใช้กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพอธิปไตยของรัฐต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน นายวาสิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอลคือ “การรุกรานด้วยอาวุธต่อรัฐสมาชิก UN ที่มีอธิปไตยและเอกราช” ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง พร้อมเสริมว่าก้าวย่างที่ไร้ความรับผิดชอบนี้ได้ทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง และถือเป็น “การทรยศต่อวิถีทางทางการทูต”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...