ธุรกิจอายุเกือบร้อยปี สู่โจทย์ใหม่ดิจิทัล คุยทายาทรุ่น 3 “ปฏิทินจีนน่ำเอี๊ยง”
ทุกบ้านคงคุ้นชินกับปฏิทินจีนที่แขวนอยู่ตามผนัง หรือการฉีกกระดาษทีละแผ่นเมื่อสิ้นสุดวัน ไม่ว่าจะเป็นแบบรายวันหรือรายเดือน แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังแผ่นกระดาษเหล่านี้ คือธุรกิจความเชื่อที่สืบทอดมากว่า 86 ปี
นั่นก็คือ“ปฏิทินน่ำเอี๊ยง” แบรนด์ที่อยู่คู่สังคมไทยมานานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยโดยไม่รู้ตัว และวันนี้ ธุรกิจความเชื่อที่เคยเติบโตผ่านกาลเวลา กำลังถูกส่งต่อสู่มือ ทายาทรุ่นที่ 3นักบริหารรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญโจทย์ใหญ่ของยุคดิจิทัลแล้ว
TODAY Bizview ชวนอ่านบทสัมภาษณ์ ‘กิตติธัช นำพิทักษ์ชัยกุล’ หรือ ‘แซม’ ทายาทรุ่นที่ 3 ของปฏิทินน่ำเอี๊ยง เพื่อเจาะลึกว่า “ธุรกิจความเชื่อ” ที่มีรากยาวนานเกือบศตวรรษ จะปรับตัวและเดินหน้าต่ออย่างไร ในโลกที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้นทุกวัน
[ โหราศาสตร์จีนไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในหมู่นักพยากรณ์ แต่ควรถูกทำให้เข้าใจง่ายและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ]
‘แซม’ เริ่มจากเล่าย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจว่า ตอนนั้นอากงเป็นซินแสต้องการชี้ทิศทางให้ผู้คนก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิต เชื่อว่าโหราศาสตร์จีนไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในหมู่นักพยากรณ์ แต่ควรถูกทำให้เข้าใจง่ายและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันเลยใช้คำว่า “น่ำ” หมายถึง ทิศใต้ และ “เอี๊ยง” หมายถึง พระอาทิตย์ เปรียบเสมือน แสงสว่างจากทางทิศใต้ หรือ “เข็มทิศชีวิต” ที่ช่วยชี้ทิศทางให้ผู้คน และนี่คือหัวใจของแบรนด์ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1939
[ ปาจื่อ แก่นกลางของโหราศาสตร์จีน ]
‘แซม’ ยังเล่าเจาะลึกไปอีกว่า ต้นกำเนิดของโหราศาสตร์จีนอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่ พัฒนามามากว่า 2,000 ปี เป็นการคำนวณเพื่อคาดการณ์ชีวิตมนุษย์โดยอิงกับธรรมชาติ ดวงดาว และปรากฏการณ์รอบตัวผู้คน ข้อมูลเหล่านี้ถูกบันทึกและวิเคราะห์เป็นแพตเทิร์นชัดเจน จนกลายเป็นรากฐานของโหราศาสตร์จีน
หัวใจสำคัญของศาสตร์นี้ อยู่ที่การนำวัน เดือน ปี และเวลาเกิด มาคำนวณจนเกิดเป็น “แผนผังปาจื่อ” ซึ่งประกอบด้วยอักษร 8 ตัว แทนข้อมูลแกน ปี เดือน วัน และเวลาเกิดของแต่ละคน แผนผังนี้ทำหน้าที่เสมือนข้อมูลกลางที่บอกโครงสร้างพื้นฐานของชีวิต ตั้งแต่บุคลิก ความสามารถ ไปจนถึงศักยภาพในช่วงวัยต่างๆ
และเป็นจุดตั้งต้นที่ใช้ขยายผลไปสู่ศาสตร์แขนงอื่น ไม่ว่าจะเป็นฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง หรือจื่อเว่ยโต่วซู่ ซึ่งช่วยเพิ่มความละเอียดและความแม่นยำในการอ่านภาพรวมชีวิตได้มากขึ้น
เมื่ออากงย้ายมาอยู่ประเทศไทย ท่านได้รวบรวมและแปลองค์ความรู้ทั้งหมดให้กลายเป็นข้อมูลเดียวกันอย่างเป็นระบบ จนเกิดเป็น “ตำราปฏิทิน 100 ปี”ซึ่งเป็นฐานข้อมูลตั้งต้นของน่ำเอี๊ยง และถูกถ่ายทอดสู่ปฏิทินที่ทุกบ้านใช้มาจนถึงปัจจุบัน
[ จาก “ตำราปฏิทิน” 100 ปี สู่ “ปฏิทินน่ำเอี๊ยง” ]
จากตำราโบราณสู่ผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ น่ำเอี๊ยงจึงออกแบบปฏิทินให้เป็นสื่อกลางที่เรียบง่าย แต่บรรจุข้อมูลสำคัญ วันมงคล และหลักการต่างๆ ไว้ครบถ้วน ทำให้ตำราที่เดิมทีจำกัดอยู่ในวงการหมอดู กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่บ้านคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน
“ปฏิทินน่ำเอี๊ยง”ที่ไม่ได้เป็นเพียงตัวบอกวันเดือนปี แต่เป็น “เครื่องมือคู่ใจ”สำหรับการใช้ชีวิต ทำธุรกิจหรือเริ่มต้นสิ่งใหม่ และกลายเป็นมรดกทางความเชื่อที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงยุคนี้
[ ธุรกิจปฏิทินตำราโหราศาสตร์ ไม่ได้ง่าย ต้องใช้เวลาคำนวณเกือบปี ]
ในพาร์ทธุรกิจ หลายคนอาจคิดว่าการทำปฏิทินคือเรื่องง่าย แค่ทำปีละครั้ง แต่จริงๆแล้ว การผลิตปฏิทินเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลายาวนาน กว่าจะได้ปฏิทินหนึ่งเล่มต้องเริ่มตั้งแต่ การเรียบเรียงและคำนวณข้อมูลจากตำราโหราศาสตร์ และนำพลังงานของแต่ละวันเข้ามาใส่ในปฏิทินอย่างแม่นยำ ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาคำนวณเกือบ ครึ่งปี
ยิ่งไปกว่านั้น ปฏิทินถือเป็น Seasonal Product ที่ขายได้จริงแค่ประมาณ สี่เดือนต่อปี (ตุลาคม–มกราคม) ทำให้ธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายด้านการลงทุนล่วงหน้า ทั้งวัสดุ ต้นทุนการผลิต และเวลาที่ต้องเตรียมพร้อม ตั้งแต่ต้นปีเพื่อผลิตสำหรับปีถัดไป
ด้านการขายและการกระจายสินค้า สำหรับน่ำเอี๊ยงเน้นตลาด B2B เป็นหลัก ตั้งแต่ผู้ค้าปลีกและยี่ปั๊วที่กระจายสินค้าไปทั่วประเทศ บริษัทชั้นนำที่ใช้ปฏิทินเป็นของขวัญปีใหม่ ไปจนถึงโรงพิมพ์ที่ซื้อแพตเทิร์นไปผลิตเป็นเวอร์ชันของตัวเอง จึงไม่น่าแปลกที่ปฏิทินน่ำเอี๊ยงจะปรากฏอยู่แทบทุกบ้านทั่วไทยมานานหลายสิบปี
[ ก้าวสำคัญสู่ยุคดิจิทัล เปลี่ยนตำราโบราณให้กลายเป็นแอปพลิเคชัน ]
และอย่างที่บอกไปว่า ‘แซม’ เป็นทายาทรุ่นที่ 3 แล้ว ถือเป็นกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ ทำให้ธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนกันบ้าง เพราะแม้ว่าปฏิทินน่ำเอี๊ยงจะครองใจผู้ใช้รุ่นเก่า แต่ปัจจุบันแบรนด์เริ่มจับกลุ่ม คนรุ่นใหม่มากขึ้น ด้วยการต่อยอดเป็นแอปพลิเคชัน
“หลังกลับมาทำธุรกิจ พบว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นแพตเทิร์นเชิงสถิติที่คำนวณล่วงหน้าได้ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการปรับธุรกิจเข้าสู่โลกดิจิทัล หากใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลแทนการคำนวณด้วยมือ ข้อมูลที่เคยใช้หลายเดือน ก็สามารถ generate ทำนายล่วงหน้าได้เป็นปีๆ” แซม กล่าว
นั่นคือจุดเริ่มต้นของ แอปพลิเคชันน่ำเอี๊ยง ที่ทำให้การเข้าถึงโหราศาสตร์จีนง่ายขึ้น ทันสมัยขึ้น และ personalized ตามข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคน ปัจจุบันแอปมีผู้ใช้ในกว่า 20 ประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อเมริกา รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย ซึ่งมีการเติบโตสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 25–35 ปี ทำให้เห็นได้ว่า ความเชื่อไม่เคยตกยุค เพียงต้องถูกเล่าในรูปแบบที่คนยุคนี้เข้าใจ
ปัจจุบัน น่ำเอี๊ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดไทย แต่ได้ขยายธุรกิจออกสู่ ต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปฏิทินที่ส่งไปยัง ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ลาว และพม่า ตลาดนี้มีมาตั้งแต่หลายสิบปี เพราะผู้ใช้ที่เข้าใจภาษาจีนและหลักการของปฏิทิน สามารถอ่านฤกษ์ยามและดวงชะตาของตัวเองได้
[ ขยายฐานด้วย Collaboration และอีเวนต์ต่างๆ ผลักดันการรับรู้และผู้ใช้งาน ]
และด้วยความที่ธุรกิจของเป็นธุรกิจความเชื่อที่มีหลักการ แซมเลยใช้การขยายฐานลูกค้าด้วย Collaboration และมีแบรนด์หลายหลายแบรนด์ที่ต้องการจะมาร่วมคอแลบหรืออีเวนต์ต่างๆ กับเราเพื่อขยายการเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างความตื่นตัวให้กับโหราศาสตร์จีนในรูปแบบทันสมัยมากขึ้น
เช่น โปรเจกต์ ลิมิเต็ดอิดิชั่นกับฟาโรส ที่ทำปฏิทินพิเศษสำหรับชาวช่อง นอกจากนี้ยังมีการคอลแลบกับแบรนด์อื่นๆ เพื่อสร้างแคมเปญการตลาดที่ช่วยให้ผู้บริโภครุ่นใหม่เข้าใจตัวเองและสามารถนำข้อมูลโหราศาสตร์ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
“ตลาดความเชื่อในประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก เพราะไทยมี วัดจำนวนมาก วัฒนธรรมหลากหลาย และผู้คนเปิดรับความเชื่อ อีกทั้งต่างชาติยังสนใจความเป็นไทย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สามารถต่อยอดให้กลายเป็น Soft Power ของประเทศได้”
นอกจากโอกาสเชิงวัฒนธรรมแล้ว ตลาดความเชื่อยังมีโอกาสเชิงธุรกิจแฝงอยู่สูง เพราะตลาดโลกของความเชื่อมีขนาดใหญ่กว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ และเติบโตประมาณ 15% ต่อปี โดยเฉพาะในส่วนของ แอปพลิเคชัน ที่มีอัตราการเติบโตสูง
แซมยังบอกอีกว่า ส่วนของความท้าทายของธุรกิจนี้ก็อยู่อยู่ที่การเข้าใจ ความต้องการของผู้บริโภค ว่าต้องการอะไร และอยากให้เราเข้าไปช่วยในส่วนไหน ซึ่งนี่คือแนวทางที่ น่ำเอี๊ยงใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ทุกอย่างถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้ใช้จริงๆ แก้ปัญหาหรือ Pain Point ของเขาได้ตรงจุด พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ใช้ง่ายและเข้าถึงง่าย
มีหลายครั้งที่บริการของน่ำเอี๊ยงทำให้ลูกค้ารู้สึกเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ เช่น ลูกค้าที่เข้ามาปรึกษาเรื่องการทำงานหรือธุรกิจ บางคนรู้สึกว่าตอนนี้เส้นทางไม่ดี อยากเปลี่ยนสายงาน หรือไม่แน่ใจว่าควรทำอะไรต่อ
หลังจากได้รับคำแนะนำตามหลักโหราศาสตร์จีนและปฏิบัติตามแนวทางที่ปรึกษา ลูกค้าหลายคนสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจขึ้น และมีผลลัพธ์ในชีวิตดีขึ้นจริง ทั้งเรื่องการงาน การเงิน หรือความสุขส่วนตัว จนหลายคนกลับมาเล่าให้ฟัง และยังแนะนำต่อให้คนรู้จักลองเข้ามาใช้ปรึกษา
สิ่งนี้ทำให้เห็นว่า องค์ความรู้ที่ถูกสั่งสมและรวบรวมมาอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงช่วยให้ผู้คนเข้าใจตัวเองมากขึ้น แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นบริการหรือสินค้าที่ช่วยเหลือผู้คนได้จริง นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมงานรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน
[ จากธุรกิจครอบครัวสู่ธุรกิจอนาคต ]
สิ่งที่ ‘แซม’ภูมิใจที่สุดคือการสานต่อธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยกว่า 80 ปี เขาบอกว่าความท้าทายหลักของผู้สืบทอดกิจการคือ “การปรับมุมมองระหว่างเจเนอเรชัน” ต้องสื่อสารกับผู้ใหญ่ให้ชัดว่าแนวทางใหม่จะช่วยขยายตลาด เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ธุรกิจเติบโตได้จริง
เขายังแนะนำว่า ทายาทธุรกิจควรออกไปสั่งสมประสบการณ์ทำงานนอกบ้านก่อน เพื่อเรียนรู้ระบบ วิธีคิด และการบริหารในโลกจริง ก่อนนำองค์ความรู้เหล่านั้นกลับมาต่อยอดกิจการครอบครัว พร้อมย้ำว่า การวางแผนอย่างเป็นระบบ การเข้าใจตลาด และการบริหารการเงิน คือหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับเขา การกลับมาสานต่อน่ำเอี๊ยงจึงไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่คือการใช้ “ธุรกิจความเชื่อ” เป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้คนมีความหวัง เข้าใจตัวเอง และตัดสินใจในชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น