โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

365 Days, One Universe จักรวาลของชีวิตคนเมืองที่แตกต่าง แต่เชื่อมถึงกัน ของ One Bangkok

The Momentum

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 17.17 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 11.00 น. • THE MOMENTUM

ชีวิตในเมืองใหญ่หมุนไปอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางภาพผู้คน รถไฟฟ้า และเสียงเมืองที่ปลุกวันใหม่ให้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ในจังหวะที่ดูเหมือนซ้ำเดิม เมืองยังซ่อนช่วงเวลาเล็กๆ ที่ทำให้เราหยุด ยิ้ม หรือรู้สึกดีกับบางสิ่งโดยไม่รู้ตัว ความสุขของชีวิตคนเมืองไม่ได้มาจากเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ หากเกิดจากรายละเอียดธรรมดาที่ค่อยๆ หล่อหลอมคุณภาพชีวิตในทุกวัน

แนวคิดนี้คือหัวใจของแคมเปญ‘365 Days, One Universe’ของ One Bangkok เมืองกลางใจที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามาใช้ชีวิตและพัฒนาไปพร้อมกัน

One Universe ของชีวิตเมืองที่ไม่เหมือนกัน

สิ่งที่ทำให้เมืองกลางใจที่ชื่อว่า One Bangkok กลายเป็น ‘เมือง’ ขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่เพราะความสูงของตึก ถนน หรือขนาดของพื้นที่ หากเป็นเพราะมีจักรวาลเล็กๆ ของผู้คนจำนวนมาก กำลังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในทุกวัน ทั้งการทำงาน การพักผ่อน การเรียนรู้ และการเชื่อมต่อกันในพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่โรงแรม เรซิเดนซ์ พื้นที่จัดกิจกรรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า พื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรม พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นจุดพักหายใจของเมือง เมืองจึงไม่ได้ถูกแบ่งด้วยโซนของกิจกรรม แต่เปิดให้แต่ละจังหวะของชีวิตไหลต่อถึงกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับกลยุทธ์การสื่อสารของแคมเปญนี้ One Bangkok เลือกใช้ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์อย่าง Out of Home (OOH) ที่อยู่ใกล้ชิดผู้คน ไม่ใช่เพื่อดึงสายตาด้วยข้อความขาย แต่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งผู้คนอย่างแนบเนียน ข้อความเหล่านี้สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันธรรมดา ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ One Bangkok ในฐานะเมืองกลางใจ ที่ไม่ได้รอให้ผู้คนเข้ามาเยือนเป็นครั้งคราว แต่เป็นระบบนิเวศของเมืองที่ผู้คนเข้ามาทำงาน พักผ่อน พบปะ และอยู่ร่วมในจักรวาลเดียวกัน

หนึ่งเมือง หลายชีวิต

ในเมืองเดียวกัน ครอบครัวพาเด็กเล็กออกมาใช้เวลาร่วมกันในพื้นที่เปิดโล่ง ปล่อยให้วิ่งเล่นเต็มที่ ขณะที่คนทำงานขยับจากโต๊ะประชุมไปสู่คาเฟ่เพื่อพักสมอง เพื่อเปลี่ยนโหมดความคิดระหว่างวัน หรือคนออกกำลังกายใช้พื้นที่สีเขียวและเส้นทางเดิน-วิ่งเพื่อดูแลร่างกาย ทุกชีวิตแตกต่าง แต่สามารถใช้พื้นที่เดียวกันในแบบของตัวเอง โดยไม่รบกวนกัน และไม่ต้องเร่งรีบให้เหมือนใคร

One Bangkok คือเมืองที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตจริงในทุกวัน เมืองที่ไม่ต้องเลือกว่าจะทำงาน ใช้ชีวิต หรือพักผ่อน เพราะทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นต่อเนื่องกันได้ในพื้นที่เดียว จากเช้าจรดเย็น จากบทบาทหนึ่งไปสู่อีกบทบาทหนึ่ง โดยไม่ต้องออกจากเมืองนี้ไปไหน

คนทำงาน: จังหวะชีวิตที่หมุนไปพร้อมตารางเวลา

เสียงของโทรศัพท์ดังขึ้นขณะคนนั่งรอคิวกาแฟตอนเช้า บางคนไถดูอีเมล บางคนเช็กตารางประชุม ก่อนจะเดินต่อไปยังเส้นทางเดิมที่พาเข้าสู่วันทำงานอีกครั้งที่โซนออฟฟิศ One Bangkok Tower 4

สเปซใน One Bangkok ได้รับการออกแบบให้รองรับการเคลื่อนไหวที่ไม่เร่งรัดเกินไป ทางเดินกว้าง คาเฟ่ที่เข้าถึงง่าย และร้านอาหารที่รองรับทั้งมื้อเร่งด่วน มื้อผ่อนคลาย หรือมื้อเฉลิมฉลองเมื่อทำยอดขายถึงเป้าที่ร้าน Sarnies โซน The Storeys ทำให้วันทำงานไม่ใช่แค่การไป-กลับ แต่มีช่วงพัก มีจังหวะหายใจ และมีพื้นที่ให้รางวัลกับตัวเอง

พื้นที่ทั้งหมดไม่ได้มีไว้แค่รองรับการทำงาน แต่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างหน้าที่กับชีวิตส่วนตัวอย่างแนบเนียน ทำให้วันทำงานไม่เครียด หรือรู้สึกว่าถูกกดดันมากเกินไป แต่ค่อยๆ ขับเคลื่อนไปพร้อมการใช้ชีวิต ในแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง

ครอบครัว: เวลาธรรมดาที่กลายเป็นความทรงจำ

เสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นรอบลานน้ำพุ ผู้ใหญ่ที่แวะมาเติมพลังงานดีๆ หรือโต๊ะอาหารที่มีคนหลายวัยนั่งล้อมวง บทสนทนาเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหารในร้านบ้านสุริยาศัย สะท้อนภาพครอบครัวที่ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในเมืองเดียวกัน

พื้นที่เปิดโล่งและการออกแบบที่เป็นมิตรกับทุกช่วงวัย ทำให้กิจกรรมธรรมดาอย่างการกินข้าวหรือการเดินเล่น กลายเป็นช่วงเวลาที่ใครๆ ก็อยากหยุดไว้ ร้านอาหารและพื้นที่ส่วนกลางถูกจัดวางให้รองรับผู้คนหลายเจเนอเรชัน เปิดโอกาสให้แต่ละคนใช้เวลาในแบบของตัวเองโดยไม่ต้องแยกจากกัน และก่อนกลับบ้าน หลายครอบครัวยังแวะเลือกของกินติดมือที่ Mitsukoshi Depachika โซนอาหารที่รวบรวมอาหารและวัตถุดิบคุณภาพไว้ในที่เดียว

จักรวาลของ One Bangkok ในบริบทนี้จึงไม่ใช่สถานที่ที่มาแล้วก็ผ่านไป แต่เป็นพื้นที่ที่ความทรงจำค่อยๆ ก่อตัวขึ้น จากวันธรรมดาเพียง 1 วันใน 365 วันของปี

Gen Z: พื้นที่ของตัวตนและการเล่าเรื่อง

บางคนเดินเข้ามาพร้อมกล้อง บางคนมากับเพื่อน บางคนมากับไอเดียที่ฟุ้งมาเต็มที่ พื้นที่สีเขียว งานศิลปะ และสถาปัตยกรรมอย่าง S-Curve ผลงานของ อนิช คาพัวร์ (Anish Kapoor) หนึ่งในประติมากรระดับโลก หรือไปชั้น 3 ที่ The Storeys มุมลับดูพระอาทิตย์ตกท่ามกลางผู้คนที่ใช้ชีวิตบนท้องถนน กลายเป็นฉากหลังที่เปิดโอกาสให้ตัวตนถูกเล่าในรูปแบบที่แตกต่างกัน สะท้อนตัวตน ความสนใจ และจังหวะชีวิตในแบบของตัวเอง

และในพื้นที่เดียวกันนี้ยังรองรับกิจกรรมที่เหล่า Gen Z ต้องชอบ ไม่ว่าจะเป็นไฟประดับยามค่ำคืน มาร์เกตสุดสัปดาห์ มินิคอนเสิร์ต และอีเวนต์ที่เกิดขึ้นตลอดปี ทำให้การมาที่นี่ได้มากกว่าการทำคอนเทนต์ หรือแค่ถ่ายรูปสนุกๆ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ร่วม และทำให้ One Bangkok กลายเป็นจุดนัดพบของผู้คน

ฟรีแลนซ์: เปลี่ยนบรรยากาศเพื่อเปิดความคิด

หลายคนค้นพบว่า ระหว่างทำงาน หากได้พักสายตาจากหน้าจอไปมองพื้นที่สีเขียว สมองจะผ่อนคลาย และความคิดสร้างสรรค์เริ่มไหลลื่นขึ้น การเปลี่ยนบรรยากาศจึงไม่ใช่แค่เรื่องสถานที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคิดของชาวฟรีแลนซ์

สำหรับฟรีแลนซ์ การเปลี่ยนบรรยากาศคือส่วนหนึ่งของการทำงาน ใน One Bangkok การทำงานไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวตลอดวัน จาก The Wireless Club คาเฟ่สุดชิล ไปจนถึง One Bangkok Park พื้นที่เปิดโล่งที่มองเห็นสีเขียวและเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้การทำงานมีบรรยากาศไม่เหมือนกันสักวัน

การใช้พื้นที่ตั้งแต่เช้าจรดเย็นทำให้รายละเอียดเล็กๆ ระหว่างวันเริ่มมีความหมาย เสียงผู้คนที่ผ่านไปมา แสงแดด ลมเย็น หรือการเคลื่อนไหวรอบตัว ไม่ได้รบกวนสมาธิ แต่กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นที่ช่วยให้ไอเดียค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ในเมืองที่เปิดให้การทำงานและการใช้ชีวิตไหลไปพร้อมกัน

สายแอ็กทีฟ: จังหวะชีวิตที่เริ่มจากการเคลื่อนไหว

เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยการวิ่งเบาๆ ที่ One Bangkok Boulevard ท่ามกลางแสงแดดอ่อน การยืดเหยียดร่างกายก่อนเริ่มงาน การเดินเล่นในช่วงเย็น หรือการขยับร่างกายหลังเลิกงาน คือวิธีที่หลายคนเลือกดูแลตัวเองท่ามกลางจังหวะชีวิตเมืองที่เร่งรีบ

ทางเดินที่กว้างขวางเหมาะกับการวิ่งเบา พื้นที่เปิดโล่งสำหรับการทำโยคะ และแนวต้นไม้สีเขียวที่แทรกตัวตลอดเส้นทาง ช่วยให้การออกกำลังกายเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า ช่วงเย็น หรือเวลาเล็กๆ ระหว่างวัน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนโดยไม่รู้ตัว

คนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ: พักจังหวะชีวิต ในมุมที่เมืองค่อยๆ เบาลง

คนเมืองจำนวนไม่น้อยกำลังมองหาพื้นที่ที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะชีวิตระหว่างวัน โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกจากเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่ต้องการพื้นที่เงียบสงบระหว่างการเดินทาง คู่รักที่อยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างเป็นส่วนตัว หรือใครก็ตามที่อยากเว้นช่วงจากความเร่งรีบ พื้นที่เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องไกล

การลดทอนความวุ่นวายของเมือง บางครั้งก็เริ่มจากวันพิเศษง่ายๆ วันที่เราเลือกใช้เวลากับตัวเองหรือกับคนข้างๆ มื้ออาหารที่ Duet by David Toutain ร้านอาหารฝรั่งเศสแนวใหม่ที่เน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติบนชั้น 7 ของโรงแรม The Ritz-Carlton Bangkok ซึ่งออกแบบให้การรับประทานอาหารเป็นช่วงเวลาที่อิ่มเอมใจ ทั้งรสชาติและบรรยากาศ

เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 9 มุมมองเมืองก็เปลี่ยนไปทันที จากโรงแรม The Ritz-Carlton Bangkok ใน One Bangkok เส้นขอบฟ้าและภาพของเมืองยังคงอยู่ตรงหน้า ช่วยลดทอนความวุ่นวายของเมืองด้วยพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ เปิดโอกาสให้สายตาและความคิดได้พัก และชวนให้ใช้เวลากับตัวเองได้อย่างเต็มที่

ท้ายที่สุด One Bangkok ไม่ได้ถูกนิยามในฐานะแลนด์มาร์กหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่คือจักรวาลของชีวิตที่รายละเอียดเล็กๆ ในแต่ละวันค่อยๆ รวมตัวกันเป็นความหมายของเมือง ตามแนวคิด ‘365 Days, One Universe’ ที่สะท้อนความจริงของชีวิตคนเมืองที่แตกต่างกัน แต่เชื่อมถึงกันผ่านพื้นที่ที่ทำให้การทำงาน การพักผ่อน การเรียนรู้ และการพบกัน ไหลต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ เมืองในมุมมองนี้ไม่ใช่พระเอกของเรื่อง หากเป็นฉากหลังที่เปิดพื้นที่ให้เรื่องราวของผู้คนเกิดขึ้น เติบโต และเคลื่อนไหวไปพร้อมกันในทุกวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...