โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'วันวิชิต'เชื่อ ปมแค้น พท-ปชน.คลี่คลายแล้ว จับมือกันได้

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 01.11 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 07.13 น.

28 ม.ค. 69 เวลา 12.00 น. ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พรรคประชาชนจะจับมือกับพรรคเพื่อไทย มีทางเป็นไปได้หรือไม่ เพราะความสัมพันธ์ระหว่าง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะคุยกันได้ง่ายกว่า ว่า สิ่งที่คนตั้งข้อสงสัยว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะไม่มีการเลือกตั้ง ในกรณีเรื่องของความมั่นคงว่ากัมพูชาจะมาสร้างเหตุการณ์หรือไม่ เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง แต่จริงๆแล้วเป็นความกังวลใจของวิธีคิดของฝ่ายจารีตหรือพลังอนุรักษ์นิยม ถ้ามองผลการเลือกตั้งปี 66 ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย 2 พรรคนี้รวมคะแนนกันถึง 292 เสียง เกินกึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องอาศัยเสียงของสมาชิกวุฒิสภา

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวอีกว่า ขณะที่ การเลือกตั้งปี 69 ที่บอกว่ามีความแค้นกันแต่ทุกอย่างคลี่คลายลงไปหมดแล้ว เพื่อไทยในขนาดนั้นก็ทำให้พรรคก้าวไกลรู้สึกขัดใจเพราะหัก MOU ไปจับมือกับพรรคลุง เช่นเดียวกับพรรคประชาชนก็หักดิบไม่ดีลกับพรรคเพื่อไทยไปสนับสนุนนายอนุทิน เพราะฉะนั้นผลักกันหยิกหลังหายกันหมดแล้ว แต่ก็เป็นไปได้สูงถ้ากันเลือกตั้งทำเป็นเล่นไป ถ้าทั้ง 2 พรรคมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งสามารถจับมือกันได้เลย แต่การเมืองอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นมาหมดแล้ว กลับมาจูบปากกันก็เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าจับมือกันจริงก็ต้องมีองค์ประกอบอย่างอื่น ที่ท้าทาย ที่จะวางตัวบุคลากรไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญ ๆ และในภาวะแบบนี้พรรคเพื่อไทยก็ต้องคิดเยอะ คือ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ตอนนี้พยายามจะเฟดออกมากลายเป็นตัวประกันทางการเมืองอย่างไม่เป็นทางการหรือไม่ มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่มองไม่เห็นมาบีบหรือไม่ ซึ่งต้องตั้งคำถามต่อไป

ส่วนนโยบายด้านการต่างประเทศพรรคประชาชนกับเพื่อไทยจะอิงข้างสหรัฐฯมากกว่าขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่เป็นกลางนั้น ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า นโยบายด้านต่างประเทศสิ่งที่จะต้องคิดคำนวณให้หนักที่สุดคือความรู้สึกของผู้คนที่ยังติดพันยังไม่สามารถสลัดความคิด เรื่องความสัมพันธ์ไทยกัมพูชาได้ ถ้าทั้ง 2 พรรคมีการเอื้อหรือนำไปสู่การสร้างบรรยากาศรู้สึกว่าคนเกิดความไม่ไว้วางใจอันนี้น่าเป็นห่วง ถ้าทั้ง 2 พรรคการเมืองให้ความสำคัญเรื่องนโยบายด้านความมั่นคง ในสิ่งที่ทำมายึดโยงผลประโยชน์ของชาติ ก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร แต่ก็ต้องสู้กับความหวาดระแวงของผู้คนมากกว่า ภูมิใจไทยก็ผ่านบททดสอบในตรงนี้มาแล้วว่า สามารถทำงานกับกองทัพได้ แต่เราก็ต้องยอมรับว่าการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เราต้องมองอย่างละเอียด ตราบใดที่เพื่อนบ้านมองว่าเราเป็นฝ่ายคุกคาม ถ้าประนีประนอมจนเกินไป จนเสียผลประโยชน์แห่งชาติก็น่ากลัวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ต้องตระหนักและเข้าใจว่าประชาชนไม่ได้กระหายสงคราม สงครามเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่เรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ สิ่งที่กองทัพได้ทุ่มกำลังปกป้องดินแดนจะต้องมีคุณค่าเสมอ

ส่วนมองว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคประชาชนจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า อยู่ที่เงื่อนไข เพราะพรรคประชาชนเองคำพูดก็มัดตัวไปแล้ว ถ้าพรรคนายอนุทินมาเป็นอันดับ 1 จะไม่ขานชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ต้องยึดผลการเลือกตั้งไว้ก่อน แต่ตอนนั้นก็จะเป็นคำพูดที่มัดตัวเองแล้ว ก็เป็นน่าห่วงเหมือนกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...