โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หัวใจสลาย! เด็ก 8 ขวบ ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย หมออึ้งรู้เมนูโปรด "กินทุกมื้อ" มาหลายปี

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อย่าคิดว่าแค่ลูกกินอิ่มก็พอ! หมอเตือนภัยเมนูโปรดเด็ก ทำตับพัง-เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

อุทาหรณ์แม่! ลูกสาว 8 ขวบเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย เพราะกิน "เมนูแป้ง" ซ้ำๆ ทุกวันมาหลายปี

ตามรายงานของสำนักข่าว Sohu ระบุว่า บรรยากาศที่แผนกกุมารเวชศาสตร์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจีน เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อ "น้องฟาง" (นามสมมติ) เด็กหญิงวัยเพียง 8 ขวบ ต้องนอนซมอยู่บนเตียงด้วยสภาพร่างกายที่ซูบผอม ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม และเส้นผมหลุดร่วง จากเด็กที่เคยร่าเริงแจ่มใส กลับต้องมาเผชิญกับโรคร้ายอย่างไม่คาดฝันภายในเวลาเพียง 2 เดือน

เมื่อทีมแพทย์ตรวจสอบประวัติย่างละเอียดและสอบถามเรื่องพฤติกรรมการกิน คุณแม่ของน้องฟางสารภาพทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวชอบกิน "ซาลาเปาขาว" มาก และกินแทบจะครบ 3 มื้อทุกวัน เนื่องจากน้องไม่ชอบกินผักและปฏิเสธอาหารชนิดอื่น ครอบครัวจึงคิดเพียงว่า "ขอแค่ลูกกินอิ่มก็น่าจะเพียงพอแล้ว"

ภัยเงียบจาก "แป้งขัดขาว" ที่ถูกมองข้าม

คำตอบของคุณแม่ทำให้ทีมแพทย์ถึงกับอึ้ง เพราะซาลาเปาขาวหรืออาหารจำพวกแป้งขัดขาว (Refined Carbohydrates) ที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย อาจกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญหากบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานโดยขาดสารอาหารอื่นมาสมทบ

ตามรายงานจากสมาคมโภชนาการแห่งประเทศจีน (2022) ระบุว่าการได้รับคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีในปริมาณสูงเกินไป จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนอย่างรุนแรง และส่งผลต่อการเผาผลาญไขมันในตับ ตับซึ่งเป็นอวัยวะหลักในการแปรรูปสารอาหารจะถูกบังคับให้สังเคราะห์ไขมันมากขึ้น จนนำไปสู่ภาวะ "ไขมันพอกตับ" ในเด็ก และหากปล่อยไว้เรื้อรังอาจลุกลามเป็นตับอักเสบและมะเร็งตับได้ในที่สุด

สัญญาณเตือน! เมื่อลูกกินแต่แป้งนานเกิน 3-6 เดือน

ผลการศึกษาทางคลินิกพบว่า เด็กที่กินแต่แป้งขัดขาวและขาดโปรตีนหรือใยอาหาร มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะไขมันพอกตับสูงกว่าเด็กปกติถึง 1.8 เท่า โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้:

  • น้ำหนักตัวพุ่งผิดปกติ: พ่อแม่มักเข้าใจผิดว่าลูก "โตเร็ว" แต่จริงๆ แล้วอวัยวะภายในกำลังแบกรับภาระหนัก
  • ป่วยง่ายและเพลียตลอดเวลา: การขาดวิตามินกลุ่มบีและใยอาหารทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานแย่ลง
  • ค่าตับผิดปกติโดยไม่มีอาการ: ในระยะแรกเด็กจะไม่มีอาการชัดเจน แต่หากตรวจเลือดจะพบค่าเอนไซม์ตับ (ALT/AST) พุ่งสูงกว่าปกติ 2-4 เท่า ซึ่งหากรอจนตัวเหลืองตาเหลือง นั่นอาจหมายถึงโรคเข้าสู่ระยะวิกฤตแล้ว

ปรับพฤติกรรมการกิน ปกป้องตับของลูกน้อย

ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้แนะนำให้งดแป้งไปเลย แต่ควรปรับสัดส่วนให้เกิดความสมดุล:

  • ผสมธัญพืชไม่ขัดสี: ควรแทนที่แป้งขัดขาวด้วย ข้าวโพด โอ๊ต หรือข้าวไม่ขัดสี ประมาณ 30-40% ของมื้ออาหาร
  • ต้องมีโปรตีนและผักทุกมื้อ: ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือเต้าหู้ จะช่วยให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการขับสารพิษ
  • สร้างนิสัยกินหลากหลาย: อย่าปล่อยให้ลูกยึดติดกับอาหารเพียงอย่างเดียวตั้งแต่ยังเล็ก การฝึกให้กินอาหารหลากหลายคือการสร้างเกราะป้องกันโรคที่ดีที่สุด

แม้ว่ามะเร็งตับในเด็กจะเป็นโรคที่พบได้น้อยและมีปัจจัยซับซ้อน แต่เคสของน้องฟางคือบทเรียนราคาแพงที่ย้ำเตือนว่า "ความอิ่ม" ไม่ใช่คำตอบเดียวของสุขภาพที่ดี การดูแลโภชนาการให้ครบถ้วนตั้งแต่วันนี้ คือวิธีปกป้องชีวิตลูกที่ยั่งยืนที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...