โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใกล้ได้ข้อสรุป หลังการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยสูตรรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคขนาดเล็กบางส่วน

ขณะที่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลในรอบนี้ เนื่องจากเงื่อนไขทางการเมืองและปัญหาเอกภาพภายในพรรค

ในสูตรการแบ่งเก้าอี้คณะรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลจะถือครองตำแหน่งหลักของฝ่ายบริหารมากที่สุด โดยได้ 26 ตำแหน่ง จาก 14 กระทรวง พร้อมตำแหน่งสำคัญในฝ่ายนิติบัญญัติ คือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 ตำแหน่ง และรองประธานสภาคนที่ 1

ตำแหน่งประธานสภาฯ มีความชัดเจนแล้วว่า โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย จะทำหน้าที่ดังกล่าว ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นโควตาพรรคภูมิใจไทย โดยมีรายงานว่า มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ทายาทตระกูลการเมืองใหญ่จากจังหวัดลพบุรี ถูกวางตัวไว้ในตำแหน่งนี้ โควตารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยครอบคลุมกระทรวงสำคัญจำนวนมาก ได้แก่ มหาดไทย กลาโหม คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การท่องเที่ยวและกีฬา อุตสาหกรรม การต่างประเทศ การคลัง พาณิชย์ พลังงาน ยุติธรรม วัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เบื้องต้นมีการจัดวางตำแหน่งในกลุ่มแกนนำของพรรคเช่นเดิม ล่าสุดมีรายงานว่า เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ส่วน วราวุธ ศิลปอาชา จะเข้ามาดูแลงานในกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังต้องรอการตัดสินใจในช่วงท้าย โดยจะพิจารณาตามสถานการณ์ทางการเมืองก่อนจัดตั้งรัฐบาล

ขณะเดียวกันยังมีรายชื่อ สส.ที่ทำงานกับพรรคภูมิใจไทยมาอย่างต่อเนื่อง ถูกพิจารณาเป็นรัฐมนตรีด้วย เช่น เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, บุณย์ธิดา สมชัย, วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์, สุขสมรวย วันทนียกุล และภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์

ด้านไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาล คาดว่าวันที่ 16 มีนาคม จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ จากนั้นวันที่ 19 มีนาคม จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนมีนาคม และเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในเดือนเมษายน

หลังจัดตั้งรัฐบาลแล้ว พรรคภูมิใจไทยเตรียมผลักดันงานด้านนิติบัญญัติและนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ด้วยการเสนอแก้กฎหมายเพื่อรวมกระทรวงการท่องเที่ยวเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากภารกิจมีความเกี่ยวข้องกัน ขณะที่งานด้านกีฬาอาจแยกออกเป็นหน่วยงานเฉพาะเพื่อพัฒนากีฬาอาชีพและกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ

อีกหนึ่งกฎหมายสำคัญคือ ร่างกฎหมาย Super License ซึ่งมีเป้าหมายปรับระบบการอนุญาตของภาครัฐให้เป็น One Stop Service ลดขั้นตอนการขออนุญาตสำหรับผู้ประกอบการ เช่น โรงแรม โรงงาน หรือธุรกิจบริการ เพื่อดึงดูดการลงทุน โดยคาดว่าจะผลักดันผ่านสภาได้ภายใน 6 เดือน

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังเตรียมผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.บ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งมีแนวคิดให้ประชาชนสามารถเลือกจัดสรรภาษีส่วนหนึ่งไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง พร้อมสร้างกลไกตรวจสอบภาคประชาชนที่เข้มแข็ง

ด้านนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน รัฐบาลเตรียมลดค่าไฟฟ้า โดยกำหนดให้ผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก จ่ายหน่วยละ 3 บาท ส่วนที่เกินคิดแบบขั้นบันได ซึ่งสามารถออกประกาศผ่านกระทรวงพลังงานได้ทันที

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังมีแนวคิดเปิดเสรีการแข่งขันในธุรกิจพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการหลายรายได้ คล้ายการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคม โดยรัฐบาลใหม่ยังไม่เร่งผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญในระยะแรก และจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องประชาชนเป็นลำดับแรก.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...