โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เด็กชายวัย12 อยู่ลำพังในบ้านทรุดโทรม ถามถึงพ่อแม่สุดสะเทือนใจ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 8 มีนาคม 2569 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวชีวิตของเด็กชายวัย 12 ปีรายหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังภายในบ้านไม้เก่าที่ทรุดโทรม ในพื้นที่บ้านเขาถ้ำพระ หมู่ 8 ตำบลเนินศาลา อำเภอโกรกพระ จังหวัด

วันที่ 8 มีนาคม 2569 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวชีวิตของเด็กชายวัย 12 ปีรายหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังภายในบ้านไม้เก่าที่ทรุดโทรม ในพื้นที่บ้านเขาถ้ำพระ หมู่ 8 ตำบลเนินศาลา อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ เรื่องราวดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนจำนวนมาก จนมีผู้แสดงความห่วงใยและต้องการเข้าไปช่วยเหลือเด็กชายคนนี้เป็นจำนวนมาก

เด็กคนดังกล่าวคือ “น้องไนซ์” อายุ 12 ปี เป็นเด็กพิเศษ และกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนเขาถ้ำพระ เดิมทีน้องอาศัยอยู่กับคุณตา ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูและเป็นเสาหลักของครอบครัวมาตลอดชีวิตของเขา แต่เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา คุณตาได้ล้มป่วยและเสียชีวิต ทำให้น้องไนซ์ต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังภายในบ้านหลังดังกล่าว

จากข้อมูลพบว่า พ่อของน้องไนซ์เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนแม่ได้แยกทางไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่น้องยังมีอายุเพียง 1 ขวบ ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา น้องเติบโตภายใต้การดูแลของคุณตาเพียงคนเดียว กระทั่งเมื่อผู้เป็นเสาหลักของชีวิตจากไป เด็กชายวัยเพียง 12 ปีจึงต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตเพียงลำพัง

สภาพบ้านที่น้องไนซ์อาศัยอยู่ในปัจจุบันมีความเก่าและทรุดโทรมอย่างหนัก เสาด้านหลังของบ้านเอนเอียงมาด้านหน้าอย่างเห็นได้ชัด หลังคาสังกะสีมีรอยรั่วหลายจุด ทำให้เมื่อฝนตกน้ำจะไหลรั่วเข้ามาภายในบ้าน ชาวบ้านในพื้นที่ต่างกังวลว่าโครงสร้างบ้านอาจพังถล่มลงมาได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีพายุลมแรง

น้องไนซ์เล่าว่า ในแต่ละวันจะตื่นตั้งแต่ประมาณ 06.00 น. เพื่อทำงานบ้านด้วยตัวเอง ทั้งซักผ้า ล้างจาน และจัดการงานภายในบ้านให้เรียบร้อย ก่อนจะปั่นจักรยานไปโรงเรียนเพื่อให้ทันเข้าแถวเคารพธงชาติ หลังเลิกเรียนบางวันจะแวะไปบ้านเพื่อนหรือไปรับประทานอาหารที่บ้านญาติ ก่อนจะกลับมาบ้านของตัวเองในช่วงพลบค่ำ และเข้านอนเพียงลำพัง

ช่วงเวลากลางคืนบริเวณรอบบ้านค่อนข้างเงียบและมืด ทำให้น้องรู้สึกวังเวงและหวาดกลัวอยู่บ่อยครั้ง ต่อมาลุงซึ่งทราบเรื่องและเป็นห่วง จึงแวะมานอนเป็นเพื่อนในบางวัน เพื่อให้น้องไม่ต้องอยู่คนเดียวตลอดเวลา

สิ่งที่ทำให้น้องรู้สึกกังวลมากที่สุดคือสภาพบ้านที่อยู่อาศัย เนื่องจากโครงสร้างเอนเอียงและเสี่ยงพังถล่ม โดยเฉพาะช่วงฝนตกที่สร้างความลำบากอย่างมาก เพราะหลังคารั่วหลายจุด บางคืนไม่สามารถนอนหลับได้อย่างสบาย พร้อมกันนี้น้องยังฝากถึงแม่ว่า แม้จะรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังอยากให้แม่กลับมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวเหมือนเดิมในบ้านหลังนี้

แม้ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง แต่น้องไนซ์ก็พยายามช่วยเหลือตัวเองเท่าที่ทำได้ ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ลุงจะมารับไปช่วยขุดต้นไม้ ซึ่งจะได้ค่าจ้างวันละประมาณ 150 บาท เพื่อนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน หากเงินไม่พอก็ยังมีญาติพี่น้องในพื้นที่คอยแวะเวียนมาช่วยเหลือเป็นครั้งคราว แม้จะไม่มากนัก แต่ก็ช่วยให้น้องสามารถใช้ชีวิตและเรียนหนังสือต่อไปได้

ด้าน น.ส.วัชรินทร์ ชำรวย อายุ 34 ปี ลูกพี่ลูกน้องของน้องไนซ์ เปิดเผยว่า หลังจากพ่อของน้องเสียชีวิต แม่ก็ได้แยกไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่น้องยังอายุเพียง 1 ขวบ ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา น้องแทบไม่ได้พบแม่เลย กระทั่งช่วงที่คุณตาเสียชีวิตจึงได้พบหน้ากันอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นแม่ก็ไม่ได้เข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกสงสารกับชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่ต้องเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้

หลังจากสมาชิกสภาจังหวัดในพื้นที่นำเรื่องราวของน้องไนซ์ไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก็เริ่มมีประชาชนจำนวนมากติดต่อเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ล่าสุดยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดินทางมาเยี่ยมน้องด้วยตนเอง พร้อมประสานงานกับองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ เพื่อจัดทำแบบแปลนบ้านและเตรียมดำเนินการสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับน้องไนซ์ในอนาคตอันใกล้

ทั้งนี้ หากผู้มีจิตศรัทธาต้องการให้ความช่วยเหลือน้องไนซ์ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-726-4526

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...