เอกชนชุมพรฝากรัฐบาลใหม่ ผ่าตัดโครงสร้างท่องเที่ยว-ดันอีเวนต์โลก
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลายคนคงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อว่า หน้าตาของรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะมีหน้าตาเช่นใด แม้กระทั่งภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยวต่างเฝ้ารอแนวทาง หรือนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะแก้ปัญหาและให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างไร
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นายสุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ถึงปัญหาด้านการท่องเที่ยวไทย และสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ไขปัญหา รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว
นายสุรินทร์ได้เล่าถึงปัญหาด้านการท่องเที่ยวว่า ขณะนี้การท่องเที่ยวไทยที่กำลังเผชิญกับ “สงครามแย่งชิงนักท่องเที่ยว” (Tourism War) ทั่วโลก และตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมาเต็มร้อย ภาคเอกชนจึงไม่ได้ต้องการแค่ “แคมเปญลด แลก แจก แถม” เท่านั้น แต่ต้องการ “การผ่าตัดโครงสร้าง” เพื่อให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของโลก
ในฐานะภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว นายสุรินทร์จึงอยากส่งเสียงไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะมีขึ้น 6 ข้อ คือ 1.ยกระดับ “โครงสร้างพื้นฐาน” ให้สมกับเมืองท่องเที่ยว ที่ผ่านมาเราทำแค่การโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม แต่พอไปถึงจริง ห้องน้ำสาธารณะไม่สะอาด หรือไม่มีพื้นที่พักคอยที่ได้มาตรฐาน รัฐบาลจึงควรจัดสรรงบประมาณพัฒนาห้องน้ำที่สะอาดปลอดภัยในทุกจุดแวะพัก รวมทั้งระบบทางเดินเท้า และป้ายบอกทางที่ชัดเจน ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่เริ่มทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
2.ควรตั้งงบประมาณเพื่อการโปรโมตที่ “ตรงจุด” และ “ทันสมัย” เพราะการตลาดแบบเดิม ๆ อาจใช้ไม่ได้ผลในยุค Digital Content สิ่งที่ต้องการคือขอให้มีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการทำตลาดเชิงรุก โดยเฉพาะการดึงอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก และการทำคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่ม Wellness, กลุ่ม Digital Nomad และกลุ่มคนรุ่นใหม่จากตลาดใหม่ ๆ เช่น อินเดีย หรือตะวันออกกลาง
3.ด้านงานอีเวนต์ระดับโลก ต้องการแม่เหล็กตัวใหม่ที่ดึงคนให้อยู่ยาวขึ้น จ่ายหนักขึ้น รัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพหรือสนับสนุนงบประมาณดึงงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก, เทศกาลดนตรี, งานแข่งกีฬาระดับสากล หรือการจัดนิทรรศการ เพื่อสร้างแรงจูงใจใหม่นอกเหนือจากแค่การมาเที่ยวทะเลหรือวัดเท่านั้น
4.มาตรการด้านความปลอดภัยและการแก้ปัญหานอมินี เพราะความเชื่อมั่นคือหัวใจสำคัญ ตราบใดที่ยังมีข่าวเรื่องอาชญากรรมหรือสแกมเมอร์ เชื่อว่านักท่องเที่ยวต้องเกิดความกังวลอย่างแน่นอน รวมถึงต้องมีการปราบปรามไกด์ผี รถรับจ้างเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และธุรกิจนอมินี (ทุนเทา) อย่างจริงจัง รวมถึงติดตั้งระบบ CCTV และศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ใช้งานได้จริงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกู้คืนภาพลักษณ์เรื่องความปลอดภัย
5.การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เนื่องจากผู้ประกอบการรายย่อยหลายรายยังบอบช้ำจากช่วงวิกฤตโควิด-19 และไม่มีทุนปรับปรุงธุรกิจ ดังนั้น จึงควรมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) หรือกองทุนฟื้นฟูการท่องเที่ยว เพื่อให้โรงแรมขนาดเล็กหรือร้านค้าในท้องถิ่นมีงบฯไปปรับปรุงสถานที่ให้ยั่งยืน (Green Tourism) หรือนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการบริหารจัดการ
6.การปรับปรุงกฎหมายและวีซ่าให้มีความคล่องตัว เพราะกฎระเบียบบางอย่างยังล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน การขยายระยะเวลาวีซ่าสำหรับกลุ่มพำนักระยะยาวให้ครอบคลุมมากขึ้น การลดขั้นตอนเอกสารที่ซ้ำซ้อน รวมถึงผลักดันกฎหมายภาษีที่เอื้อต่อการลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อสร้างความสดใหม่ให้การท่องเที่ยวไทย
“รัฐบาลต้องเลิกมองแค่จำนวนหัวนักท่องเที่ยว แต่ต้องหันมามองคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของโครงสร้างพื้นฐาน เพราะนั่นคือสิ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวรักและกลับมาเที่ยวประเทศไทยซ้ำอย่างแท้จริง”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกชนชุมพรฝากรัฐบาลใหม่ ผ่าตัดโครงสร้างท่องเที่ยว-ดันอีเวนต์โลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net