โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกชนชุมพรฝากรัฐบาลใหม่ ผ่าตัดโครงสร้างท่องเที่ยว-ดันอีเวนต์โลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 01.51 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 01.50 น.
สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลายคนคงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อว่า หน้าตาของรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะมีหน้าตาเช่นใด แม้กระทั่งภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยวต่างเฝ้ารอแนวทาง หรือนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะแก้ปัญหาและให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างไร

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นายสุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ถึงปัญหาด้านการท่องเที่ยวไทย และสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ไขปัญหา รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว

นายสุรินทร์ได้เล่าถึงปัญหาด้านการท่องเที่ยวว่า ขณะนี้การท่องเที่ยวไทยที่กำลังเผชิญกับ “สงครามแย่งชิงนักท่องเที่ยว” (Tourism War) ทั่วโลก และตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมาเต็มร้อย ภาคเอกชนจึงไม่ได้ต้องการแค่ “แคมเปญลด แลก แจก แถม” เท่านั้น แต่ต้องการ “การผ่าตัดโครงสร้าง” เพื่อให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของโลก

ทะเลชุมพร

ในฐานะภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว นายสุรินทร์จึงอยากส่งเสียงไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะมีขึ้น 6 ข้อ คือ 1.ยกระดับ “โครงสร้างพื้นฐาน” ให้สมกับเมืองท่องเที่ยว ที่ผ่านมาเราทำแค่การโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม แต่พอไปถึงจริง ห้องน้ำสาธารณะไม่สะอาด หรือไม่มีพื้นที่พักคอยที่ได้มาตรฐาน รัฐบาลจึงควรจัดสรรงบประมาณพัฒนาห้องน้ำที่สะอาดปลอดภัยในทุกจุดแวะพัก รวมทั้งระบบทางเดินเท้า และป้ายบอกทางที่ชัดเจน ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่เริ่มทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

2.ควรตั้งงบประมาณเพื่อการโปรโมตที่ “ตรงจุด” และ “ทันสมัย” เพราะการตลาดแบบเดิม ๆ อาจใช้ไม่ได้ผลในยุค Digital Content สิ่งที่ต้องการคือขอให้มีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการทำตลาดเชิงรุก โดยเฉพาะการดึงอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก และการทำคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่ม Wellness, กลุ่ม Digital Nomad และกลุ่มคนรุ่นใหม่จากตลาดใหม่ ๆ เช่น อินเดีย หรือตะวันออกกลาง

3.ด้านงานอีเวนต์ระดับโลก ต้องการแม่เหล็กตัวใหม่ที่ดึงคนให้อยู่ยาวขึ้น จ่ายหนักขึ้น รัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพหรือสนับสนุนงบประมาณดึงงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก, เทศกาลดนตรี, งานแข่งกีฬาระดับสากล หรือการจัดนิทรรศการ เพื่อสร้างแรงจูงใจใหม่นอกเหนือจากแค่การมาเที่ยวทะเลหรือวัดเท่านั้น

4.มาตรการด้านความปลอดภัยและการแก้ปัญหานอมินี เพราะความเชื่อมั่นคือหัวใจสำคัญ ตราบใดที่ยังมีข่าวเรื่องอาชญากรรมหรือสแกมเมอร์ เชื่อว่านักท่องเที่ยวต้องเกิดความกังวลอย่างแน่นอน รวมถึงต้องมีการปราบปรามไกด์ผี รถรับจ้างเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และธุรกิจนอมินี (ทุนเทา) อย่างจริงจัง รวมถึงติดตั้งระบบ CCTV และศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ใช้งานได้จริงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกู้คืนภาพลักษณ์เรื่องความปลอดภัย

5.การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เนื่องจากผู้ประกอบการรายย่อยหลายรายยังบอบช้ำจากช่วงวิกฤตโควิด-19 และไม่มีทุนปรับปรุงธุรกิจ ดังนั้น จึงควรมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) หรือกองทุนฟื้นฟูการท่องเที่ยว เพื่อให้โรงแรมขนาดเล็กหรือร้านค้าในท้องถิ่นมีงบฯไปปรับปรุงสถานที่ให้ยั่งยืน (Green Tourism) หรือนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการบริหารจัดการ

6.การปรับปรุงกฎหมายและวีซ่าให้มีความคล่องตัว เพราะกฎระเบียบบางอย่างยังล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน การขยายระยะเวลาวีซ่าสำหรับกลุ่มพำนักระยะยาวให้ครอบคลุมมากขึ้น การลดขั้นตอนเอกสารที่ซ้ำซ้อน รวมถึงผลักดันกฎหมายภาษีที่เอื้อต่อการลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อสร้างความสดใหม่ให้การท่องเที่ยวไทย

“รัฐบาลต้องเลิกมองแค่จำนวนหัวนักท่องเที่ยว แต่ต้องหันมามองคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของโครงสร้างพื้นฐาน เพราะนั่นคือสิ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวรักและกลับมาเที่ยวประเทศไทยซ้ำอย่างแท้จริง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกชนชุมพรฝากรัฐบาลใหม่ ผ่าตัดโครงสร้างท่องเที่ยว-ดันอีเวนต์โลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...