เมื่อโลกถูกแยกออกเป็นสองฝั่ง ความงามของเส้นแบ่งกลางวันและกลางคืนที่มองจากระดับวงโคจร
เคยสงสัยไหมว่า ในขณะที่เรากำลังนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินจากพื้นโลก เหล่านักบินอวกาศที่อยู่สูงขึ้นไปกว่า 400 กิโลเมตรเหนือศีรษะเรา เขามองเห็น "แสงสุดท้าย" ของวันเป็นอย่างไร?
ภาพถ่ายนี้บันทึกโดย อเล็กซานเดอร์ เกิสต์ (Alexander Gerst) นักบินอวกาศชาวเยอรมัน ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) เมื่อปี พ.ศ. 2562 จากหน้าต่างของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ซึ่งเผยให้เห็นความงามอันน่าสะพรึงกลัวของธรรมชาติที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เห็นด้วยตาตนเอง
ในทางดาราศาสตร์ เราเรียกเส้นแบ่งระหว่างด้านสว่าง (กลางวัน) และด้านมืด (กลางคืน) ของดาวเคราะห์ว่า เทอร์มิเนเตอร์ (Terminator) หรือ "เส้นแบ่งเขตทิวาราตรี" หากมองจากพื้นโลก เราจะเห็นเพียงท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี แต่จากมุมมองบนวงโคจร เราจะเห็นเป็นแถบเส้นที่ชัดเจนซึ่งกำลังเคลื่อนที่ไปบนผิวโลก
จากภาพ เราจะเห็นกลุ่มเมฆหนาทึบถูกอาบด้วยแสงสีส้มอมชมพู ซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์ การกระเจิงของแสง (Scattering of light) เมื่อแสงอาทิตย์ต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นขึ้นในมุมเฉียง คลื่นแสงสีน้ำเงินที่มีความยาวคลื่นสั้นจะถูกกระเจิงออกไปจนหมด เหลือเพียงคลื่นแสงสีแดงและส้มที่เดินทางมาถึงตาเราและสะท้อนบนปุยเมฆเหล่านั้น
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในภาพนี้คือความแตกต่าง (Contrast) อย่างสุดขั้ว ด้านซ้ายของภาพยังคงเป็นกลางวันที่สว่างจ้า แสงอาทิตย์สะท้อนผ่านชั้นบรรยากาศจนดูเหมือนเป็นแถบเรืองแสงสีขาวนวลตัดกับขอบฟ้าสีคราม แต่ในขณะเดียวกัน ทางด้านขวาของภาพ "เงามืด" ของโลกกำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุม ราวกับม่านสีดำสนิทที่กำลังจะปิดฉากวันนั้นลง
สำหรับนักบินอวกาศบน ISS พวกเขาจะได้เห็นภาพ "พระอาทิตย์ตก" เช่นนี้ถึง 16 ครั้งในหนึ่งวัน เนื่องจากสถานีอวกาศโคจรรอบโลกด้วยความเร็วประมาณ 28,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้หนึ่งรอบวงโคจรใช้เวลาเพียง 90 นาทีเท่านั้น
ข้อมูลอ้างอิง: ESA astronaut Alexander Gerst
- Sunset from the ISS