เมกะโปรเจ็กต์ ‘2 ล้านล้าน’ รอ ‘ครม.ใหม่’ ปิดมหากาพย์-เปิดประมูล
ผลการเลือกตั้ง 2569 ออกมาแล้ว “พรรคภูมิใจไทย” ได้คะแนนเสียงท่วมท้น เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ คาดว่าจะได้เห็นตัวจริง เสียงจริง ภายในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 ส่วนสูตรผสมจะมีกี่พรรคคงเป็นที่จับตา ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ
โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจที่สปอตไลต์ซูมหนัก หนึ่งในนั้นมี “คมนาคม” กระทรวงเศรษฐกิจเกรดเอของทุกรัฐบาล ที่ลุ้นพรรคไหน-ใครกันจะมานั่งเก้าอี้ขับเคลื่อนงาน รวมถึงสางเผือกร้อนเมกะโปรเจ็กต์ที่ยังคาราคาซังมานานแรมปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านล้านบาท
ตรวจแถวงานค้างท่อของกระทรวงคมนาคมรอรัฐบาลใหม่ มีทั้งกดปุ่มเดินหน้าและอาจจะต้องพับแผน ท่ามกลางฝุ่นตลบรัฐบาลขั้วเก่า-ขั้วใหม่
ลุ้นรถไฟฟ้า 40 บาท
เริ่มจากนโยบายลดค่าครองชีพ ตีตั๋วนั่ง “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ยุคเพื่อไทย และ “40 บาทตลอดวัน” ยุคภูมิใจไทย ด้วยการซื้อคืนสัมปทานเอกชนมูลค่า 2 แสนล้านบาท เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐที่จะต้องนำมาอุดหนุนโครงการ ปัจจุบันนโยบายยังไม่ชัดและน่าจะใช้เวลาอีกพักใหญ่
โครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” ซึ่งชูจุดขาย ไม่มีเงินดาวน์ ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท ครบ 30 ปี อยู่ยาว 99 ปี เป็นอีกโครงการที่ว่ากันว่าอาจจะถูกแช่แข็ง แม้ว่าจะเปิดให้จองสิทธิไปแล้ว 4 ทำเล ย่านบางซื่อ กม.11, ธนบุรี, เชียงราก และเชียงใหม่ จำนวน 5,847 ยูนิต ถ้าหากเจ้ากระทรวงไม่ใช่เพื่อไทย
ปิดจ็อบอีอีซี-เร่งแลนด์บริดจ์
มาถึง 2 เมกะโปรเจ็กต์มูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 224,544 ล้านบาท ผ่านมา 6 ปียังติดแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซี.พี.) ผู้รับสัมปทานยังเคลียร์ไม่สะเด็ดน้ำ
ขณะที่โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื้อที่ 6,500 ไร่ มีบริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA (กลุ่มบีทีเอส-การบินกรุงเทพ-ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง) รอความชัดเจนนโยบายจากรัฐเช่นกัน แม้จะตัดสินใจเดินหน้าคิกออฟโครงการไม่รอรถไฟความเร็วสูงแล้วก็ตาม
ทั้ง 2 โครงการเป็นหัวใจหลักปลุกความเชื่อมั่น ดึงนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้าสู่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ดังนั้น “รัฐบาลใหม่” ต้องเร่งจบปัญหาที่ยืดเยื้อมา 6 ปี
หลังอีอีซีเริ่มอืด “รัฐบาล” ที่ผ่านมา หันไปศึกษาโครงการ “แลนด์บริดจ์” หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยกับอันดามันมูลค่า 997,680 ล้านบาท เป็นการลงทุนแบบ PPP Net Cost ระยะเวลา 50 ปี รัฐเวนคืนที่ดิน เอกชนลงทุนส่วนที่เหลือ แบ่งการพัฒนา 3 เฟส ซึ่งที่ผ่านมาเดินสายดึงต่างชาติเข้ามาลงทุน ปัจจุบันอยู่ขั้นตอนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยโปรเจ็กต์นี้ภูมิใจไทยประกาศชัดเป็นนโยบายเรือธงปลุกเศรษฐกิจภาคใต้ ถ้าหากหวนคืนคมนาคมอีกครั้งเดินหน้าต่อแน่
สปีดเมกะโปรเจ็กต์เสร็จตามเป้า
อีกปมร้อน “มาตรฐานความปลอดภัย” จากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ หลังเกิดเหตุซ้ำซาก กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน จะมีการรีเซตระดับชั้นผู้รับเหมา กฎกติกาผู้กระทำผิดอย่างไร เมื่อคมนาคมมีโปรเจ็กต์การก่อสร้างในมือมากมาย ทั้งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและรอประมูลในปี 2569 และปีต่อ ๆ ไป แค่ “สมุดพก” คงไม่พอ หากไม่มีความเด็ดขาด อาจกระทบต่อไทม์ไลน์งานก่อสร้างขนาดใหญ่ให้ดีเลย์
ปัจจุบันคมนาคมมีไซต์ก่อสร้างที่ต้องเร่งให้เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250 กม. วงเงิน 179,412 ล้านบาท แบ่งสร้าง 14 สัญญา หลังเครนถล่มในพื้นที่สัญญา 3-4 และมีปรับแบบสถานีอยุธยารับพื้นที่มรดกโลก กระทบโครงการล่าช้าถึงปี 2572-2573
ส่วนทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนตะวันตก รอลุ้นไม่หลุดเป้าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เตรียมเปิดทดลองใช้เดือนมิถุนายนนี้ เช่นเดียวกับมอเตอร์เวย์ M82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัยของกรมทางหลวงกำลังพยายามเร่งเครื่องให้เสร็จปีนี้ ขณะที่ทางด่วนจตุโชติ-ลำลูกกา ตั้งเป้าเสร็จในปี 2571, รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และสายสีส้มตะวันตกช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม ยังคงเร่งรัดการก่อสร้างอย่างเต็มที่
ต่อทางคู่-ไฮสปีด 6 แสนล้าน
สำหรับโครงการพร้อมประมูลและเสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณา ด้าน “ระบบราง” มีรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง รวม 1,312 กม. มูลค่ากว่า 297,926 ล้านบาท ในจำนวนนี้มี 3 โครงการผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ด สศช.) แล้ว และพร้อมเสนอ ครม. ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422.53 ล้านบาท, ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270.51 ล้านบาท และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772.90 ล้านบาท
ยังมีรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กม. วงเงิน 335,665 ล้านบาท พลันที่ ครม.อนุมัติหลักการเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ขณะนี้ ร.ฟ.ท.กำลังจะเปิดประมูล แบ่งเป็น 8 สัญญา โดยทยอยประมูลปี 2569 จำนวน 3 สัญญา ได้แก่ ช่วงนครราชสีมา-โนนสูง ระยะทาง 39.1 กม. วงเงิน 31,030 ล้านบาท, ช่วงโนนสูง-บัวลาย ระยะทาง 54.9 กม. วงเงิน 33,920 ล้านบาท และช่วงบัวลาย-บ้านแฮด ระยะทาง 68.38 กม. วงเงิน 33,110 ล้านบาท
ผุดเพิ่มทางด่วน-มอเตอร์เวย์
“ทางด่วน” กทพ.กำลังเปิดประมูลสายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต ระยะที่ 1 ระยะทาง 3.98 กม. ใช้เงินลงทุน 10,964.77 ล้านบาท ส่วนระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. วงเงิน 46,752 ล้านบาท ตั้งเป้านำเสนอ ครม.ภายในปีนี้
ยังเตรียมเสนอขออนุมัติทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 ช่วงถนนประเสริฐมนูกิจ-ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก ระยะทาง 6.70 กม. วงเงิน 16,960 ล้านบาท และทางด่วนชั้นที่ 2 ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 (Double Deck) ระยะทาง 17 กม. วงเงิน 35,000 ล้านบาท
ขณะที่ “มอเตอร์เวย์” กรมทางหลวงเตรียมไว้มีสาย M8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 43,227 ล้านบาท และสาย M5 ส่วนต่อขยายอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน วงเงิน 31,358 ล้านบาท หลังได้เดินหน้าโครงการส่วนต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนีช่วงพุทธมณฑลสาย 3-พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทาง 4.63 กม. วงเงิน 4,490 ล้านบาท ล่าสุดทยอยเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา คาดเริ่มสร้างปีนี้ และเปิดบริการในปี 2572
ขยาย 3 สนามบิน 3 แสนล้าน
ด้าน “ทางอากาศ” ส่วนใหญ่เป็นแผนการลงทุนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เพื่อพาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคและหมุดหมายทั่วโลก ประกอบด้วย โครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 13,520 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี รองรับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 65 ล้านคนต่อปี เป็น 70 ล้านคนต่อปี
โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้านทิศใต้ (South Terminal) มูลค่ารวม 245,369 ล้านบาท วางแผนพัฒนา 6 ปี นับจากปี 2570-2575 รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 120 ล้านคนต่อปี, โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองระยะที่ 3 วงเงิน 36,829 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 30 ล้านคนต่อปี เป็น 40 ล้านคนต่อปี และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 6,211 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารจาก 12.5 ล้านคนต่อปี เป็น 18 ล้านคนต่อปี
คงต้องลุ้นเจ้ากระทรวงคมนาคมคนใหม่ จะไฟเขียวเดินหน้าหรือเขย่าล้างไพ่กันใหม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมกะโปรเจ็กต์ ‘2 ล้านล้าน’ รอ ‘ครม.ใหม่’ ปิดมหากาพย์-เปิดประมูล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net