โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมกะโปรเจ็กต์ ‘2 ล้านล้าน’ รอ ‘ครม.ใหม่’ ปิดมหากาพย์-เปิดประมูล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 01.14 น.

ผลการเลือกตั้ง 2569 ออกมาแล้ว “พรรคภูมิใจไทย” ได้คะแนนเสียงท่วมท้น เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ คาดว่าจะได้เห็นตัวจริง เสียงจริง ภายในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 ส่วนสูตรผสมจะมีกี่พรรคคงเป็นที่จับตา ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ

โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจที่สปอตไลต์ซูมหนัก หนึ่งในนั้นมี “คมนาคม” กระทรวงเศรษฐกิจเกรดเอของทุกรัฐบาล ที่ลุ้นพรรคไหน-ใครกันจะมานั่งเก้าอี้ขับเคลื่อนงาน รวมถึงสางเผือกร้อนเมกะโปรเจ็กต์ที่ยังคาราคาซังมานานแรมปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านล้านบาท

ตรวจแถวงานค้างท่อของกระทรวงคมนาคมรอรัฐบาลใหม่ มีทั้งกดปุ่มเดินหน้าและอาจจะต้องพับแผน ท่ามกลางฝุ่นตลบรัฐบาลขั้วเก่า-ขั้วใหม่

ลุ้นรถไฟฟ้า 40 บาท

เริ่มจากนโยบายลดค่าครองชีพ ตีตั๋วนั่ง “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ยุคเพื่อไทย และ “40 บาทตลอดวัน” ยุคภูมิใจไทย ด้วยการซื้อคืนสัมปทานเอกชนมูลค่า 2 แสนล้านบาท เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐที่จะต้องนำมาอุดหนุนโครงการ ปัจจุบันนโยบายยังไม่ชัดและน่าจะใช้เวลาอีกพักใหญ่

โครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” ซึ่งชูจุดขาย ไม่มีเงินดาวน์ ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท ครบ 30 ปี อยู่ยาว 99 ปี เป็นอีกโครงการที่ว่ากันว่าอาจจะถูกแช่แข็ง แม้ว่าจะเปิดให้จองสิทธิไปแล้ว 4 ทำเล ย่านบางซื่อ กม.11, ธนบุรี, เชียงราก และเชียงใหม่ จำนวน 5,847 ยูนิต ถ้าหากเจ้ากระทรวงไม่ใช่เพื่อไทย

ปิดจ็อบอีอีซี-เร่งแลนด์บริดจ์

มาถึง 2 เมกะโปรเจ็กต์มูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 224,544 ล้านบาท ผ่านมา 6 ปียังติดแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซี.พี.) ผู้รับสัมปทานยังเคลียร์ไม่สะเด็ดน้ำ

ขณะที่โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื้อที่ 6,500 ไร่ มีบริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA (กลุ่มบีทีเอส-การบินกรุงเทพ-ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง) รอความชัดเจนนโยบายจากรัฐเช่นกัน แม้จะตัดสินใจเดินหน้าคิกออฟโครงการไม่รอรถไฟความเร็วสูงแล้วก็ตาม

ทั้ง 2 โครงการเป็นหัวใจหลักปลุกความเชื่อมั่น ดึงนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้าสู่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ดังนั้น “รัฐบาลใหม่” ต้องเร่งจบปัญหาที่ยืดเยื้อมา 6 ปี

หลังอีอีซีเริ่มอืด “รัฐบาล” ที่ผ่านมา หันไปศึกษาโครงการ “แลนด์บริดจ์” หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยกับอันดามันมูลค่า 997,680 ล้านบาท เป็นการลงทุนแบบ PPP Net Cost ระยะเวลา 50 ปี รัฐเวนคืนที่ดิน เอกชนลงทุนส่วนที่เหลือ แบ่งการพัฒนา 3 เฟส ซึ่งที่ผ่านมาเดินสายดึงต่างชาติเข้ามาลงทุน ปัจจุบันอยู่ขั้นตอนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยโปรเจ็กต์นี้ภูมิใจไทยประกาศชัดเป็นนโยบายเรือธงปลุกเศรษฐกิจภาคใต้ ถ้าหากหวนคืนคมนาคมอีกครั้งเดินหน้าต่อแน่

เมกะโปรเจ็กต์

สปีดเมกะโปรเจ็กต์เสร็จตามเป้า

อีกปมร้อน “มาตรฐานความปลอดภัย” จากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ หลังเกิดเหตุซ้ำซาก กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน จะมีการรีเซตระดับชั้นผู้รับเหมา กฎกติกาผู้กระทำผิดอย่างไร เมื่อคมนาคมมีโปรเจ็กต์การก่อสร้างในมือมากมาย ทั้งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและรอประมูลในปี 2569 และปีต่อ ๆ ไป แค่ “สมุดพก” คงไม่พอ หากไม่มีความเด็ดขาด อาจกระทบต่อไทม์ไลน์งานก่อสร้างขนาดใหญ่ให้ดีเลย์

ปัจจุบันคมนาคมมีไซต์ก่อสร้างที่ต้องเร่งให้เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250 กม. วงเงิน 179,412 ล้านบาท แบ่งสร้าง 14 สัญญา หลังเครนถล่มในพื้นที่สัญญา 3-4 และมีปรับแบบสถานีอยุธยารับพื้นที่มรดกโลก กระทบโครงการล่าช้าถึงปี 2572-2573

ส่วนทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนตะวันตก รอลุ้นไม่หลุดเป้าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เตรียมเปิดทดลองใช้เดือนมิถุนายนนี้ เช่นเดียวกับมอเตอร์เวย์ M82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัยของกรมทางหลวงกำลังพยายามเร่งเครื่องให้เสร็จปีนี้ ขณะที่ทางด่วนจตุโชติ-ลำลูกกา ตั้งเป้าเสร็จในปี 2571, รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และสายสีส้มตะวันตกช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม ยังคงเร่งรัดการก่อสร้างอย่างเต็มที่

ต่อทางคู่-ไฮสปีด 6 แสนล้าน

สำหรับโครงการพร้อมประมูลและเสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณา ด้าน “ระบบราง” มีรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง รวม 1,312 กม. มูลค่ากว่า 297,926 ล้านบาท ในจำนวนนี้มี 3 โครงการผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ด สศช.) แล้ว และพร้อมเสนอ ครม. ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422.53 ล้านบาท, ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270.51 ล้านบาท และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772.90 ล้านบาท

ยังมีรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กม. วงเงิน 335,665 ล้านบาท พลันที่ ครม.อนุมัติหลักการเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ขณะนี้ ร.ฟ.ท.กำลังจะเปิดประมูล แบ่งเป็น 8 สัญญา โดยทยอยประมูลปี 2569 จำนวน 3 สัญญา ได้แก่ ช่วงนครราชสีมา-โนนสูง ระยะทาง 39.1 กม. วงเงิน 31,030 ล้านบาท, ช่วงโนนสูง-บัวลาย ระยะทาง 54.9 กม. วงเงิน 33,920 ล้านบาท และช่วงบัวลาย-บ้านแฮด ระยะทาง 68.38 กม. วงเงิน 33,110 ล้านบาท

ผุดเพิ่มทางด่วน-มอเตอร์เวย์

“ทางด่วน” กทพ.กำลังเปิดประมูลสายกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต ระยะที่ 1 ระยะทาง 3.98 กม. ใช้เงินลงทุน 10,964.77 ล้านบาท ส่วนระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. วงเงิน 46,752 ล้านบาท ตั้งเป้านำเสนอ ครม.ภายในปีนี้

ยังเตรียมเสนอขออนุมัติทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 ช่วงถนนประเสริฐมนูกิจ-ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก ระยะทาง 6.70 กม. วงเงิน 16,960 ล้านบาท และทางด่วนชั้นที่ 2 ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 (Double Deck) ระยะทาง 17 กม. วงเงิน 35,000 ล้านบาท

ขณะที่ “มอเตอร์เวย์” กรมทางหลวงเตรียมไว้มีสาย M8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 43,227 ล้านบาท และสาย M5 ส่วนต่อขยายอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน วงเงิน 31,358 ล้านบาท หลังได้เดินหน้าโครงการส่วนต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนีช่วงพุทธมณฑลสาย 3-พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทาง 4.63 กม. วงเงิน 4,490 ล้านบาท ล่าสุดทยอยเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา คาดเริ่มสร้างปีนี้ และเปิดบริการในปี 2572

ขยาย 3 สนามบิน 3 แสนล้าน

ด้าน “ทางอากาศ” ส่วนใหญ่เป็นแผนการลงทุนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เพื่อพาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคและหมุดหมายทั่วโลก ประกอบด้วย โครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 13,520 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี รองรับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 65 ล้านคนต่อปี เป็น 70 ล้านคนต่อปี

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้านทิศใต้ (South Terminal) มูลค่ารวม 245,369 ล้านบาท วางแผนพัฒนา 6 ปี นับจากปี 2570-2575 รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 120 ล้านคนต่อปี, โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองระยะที่ 3 วงเงิน 36,829 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 30 ล้านคนต่อปี เป็น 40 ล้านคนต่อปี และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 6,211 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารจาก 12.5 ล้านคนต่อปี เป็น 18 ล้านคนต่อปี

คงต้องลุ้นเจ้ากระทรวงคมนาคมคนใหม่ จะไฟเขียวเดินหน้าหรือเขย่าล้างไพ่กันใหม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมกะโปรเจ็กต์ ‘2 ล้านล้าน’ รอ ‘ครม.ใหม่’ ปิดมหากาพย์-เปิดประมูล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...