โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” อุตุฯสหรัฐฯชี้มีโอกาสก่อตัวปลายปีนี้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 04.30 น.
สัญญาณการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังนักพยากรณ์อากาศเตือนว่า โลกอาจกำลังมุ่งเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญอีกครั้งในปีนี้ และมีความเป็นไปได้ว่าครั้งนี้อาจทวีกำลังจนกลายเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมาเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลต่อสภาพอากาศในหลายภูมิภาคของโลก ทั้งฤดูพายุเฮอริเคน ปริมาณฝน รวมถึงรูปแบบสภาพอากาศในช่วงปลายปีนี้

หน่วยงานด้านพยากรณ์อากาศของสหรัฐฯเตือนว่า ขณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นรูปแบบภูมิอากาศสำคัญของมหาสมุทรแปซิฟิก อาจก่อตัวขึ้นในช่วงฤดูร้อนปีนี้ และอาจพัฒนาเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นไม่บ่อย โดยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาเกิดขึ้นเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

ศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศ (Climate Prediction Center: CPC) ของสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้สภาพลานีญา ซึ่งหมายถึงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกใกล้เส้นศูนย์สูตรที่เย็นกว่าค่าเฉลี่ย ยังคงปรากฏอยู่ แต่คาดว่าจะสิ้นสุดลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า เอลนีโญเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรภูมิอากาศตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุก ๆ หลายปี โดยจะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนทางตะวันออก สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอย่างน้อย 0.5 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม นักพยากรณ์จาก AccuWeather ระบุว่า เอลนีโญในปีนี้มีโอกาสทวีกำลังเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งหมายถึงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในภูมิภาค ENSO สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2 องศาเซลเซียสหรือมากกว่า

ล่าสุด CPC ได้ออกประกาศ “เฝ้าระวังเอลนีโญ” โดยประเมินว่ามีโอกาสประมาณ 50–60% ที่สภาพภูมิอากาศจะเปลี่ยนผ่านจากลานีญาไปสู่เอลนีโญในช่วงปลายฤดูร้อนปีนี้ ด้าน “พอล พาสเทลล็อก” นักพยากรณ์ระยะยาวของ AccuWeather กล่าวว่า คาดว่าเอลนีโญจะเริ่มก่อตัวในช่วงต้นถึงกลางฤดูร้อน และอาจทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงไปจนถึงฤดูหนาว แม้ระดับความรุนแรงจะยังไม่แน่นอน ส่วนด้าน “อเล็กซ์ ดาซิลวา” ผู้เชี่ยวชาญด้านเฮอริเคนของ AccuWeather ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เอลนีโญมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน และอาจทวีกำลังขึ้นในช่วงที่ฤดูเฮอริเคนของมหาสมุทรแอตแลนติกกำลังเข้าสู่ช่วงสูงสุด ทั้งนี้ นักพยากรณ์ประเมินว่ามีโอกาสราว 15% ที่เอลนีโญในปีนี้จะพัฒนาเป็นซูเปอร์เอลนีโญภายในช่วงสิ้นสุดฤดูเฮอริเคนในเดือนพฤศจิกายน

ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงปี 2015–2016 และก่อนหน้านั้นคือปี 1997–1998 ขณะที่เหตุการณ์ในช่วงปี 2023–2024 แม้จะรุนแรง แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ซูเปอร์เอลนีโญอย่างเป็นทางการ

หากเอลนีโญก่อตัวขึ้นในช่วงฤดูร้อน ผลกระทบสำคัญประการหนึ่งอาจเกิดขึ้นกับฤดูเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมักมีช่วงพีกในเดือนกันยายน ด้านนักวิจัยระบุว่า เอลนีโญมักทำให้เกิดกระแสลมเฉือนในระดับชั้นบรรยากาศกลางถึงตอนบนเพิ่มขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งอาจทำให้พายุหมุนเขตร้อนก่อตัวและทวีกำลังได้ยากขึ้น ส่งผลให้จำนวนพายุเฮอริเคนในฤดูกาลนั้นลดลง เมื่อเทียบกับช่วงลานีญา อย่างไรก็ตาม เอลนีโญมักส่งผลในทิศทางตรงกันข้ามกับมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ซึ่งมักมีพายุหมุนเขตร้อนเพิ่มขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...