โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จับตา! เป่าคดี ‘ฮั้ว สว.’ จุดเริ่มต้น ‘กินรวบ’ การเมืองไทย

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 มีนาคม 2569 เวลา 14.27 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

13 มี.ค. 2569 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เป่าคดีฮั้ว สว. จุดเริ่มต้นกินรวบการเมืองไทย

นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง จากรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร มาเป็นรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล สังคมได้ตั้งข้อสังเกต และมีความวิตกกังวลว่า คดีสำคัญเป็นที่สนใจของประชาชน 2 คดี คือ คดีฮั้ว สว. กับคดีที่ดินเขากระโดง จะเงียบหายไปหรือไม่ หรือจะถูกอำนาจทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง หรือจะมีการเป่าคดี หรือจะมีการยกฟ้องคดีหรือไม่ ยิ่งเวลาผ่านมาได้เปลี่ยนรัฐบาล จากรัฐบาลอนุทิน1มาเป็นรัฐบาลอนุทิน 2 หลายคนยิ่งหวั่นวิตกมากยิ่งขึ้นว่า 2 คดีนี้ จะลงเอยอย่างไร

ในที่สุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า อนุกรรมการคณะที่ 36 ได้ประชุมพิจารณา มีมติ 5:2 เห็นค้านกับคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 โดยระบุว่า ทั้ง 229 ราย ไม่มีมูลความผิด โดยเสียงข้างน้อยสองเสียงเห็นว่า ควรชี้มูล 134 ราย ในกลุ่ม สว.ปัจจุบัน 138 ราย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนทำความเห็นเสนอมติต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต.ชุดใหญ่

เมื่อเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ก็มีแหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ระบุว่า ยังมีสำนวนคดีอาญาอั้งยี่ -ฟอกเงิน สว. ที่ดีเอสไออยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม จากการตีกลับสำนวนโดยอัยการคดีพิเศษ ยังคงต้องดำเนินการต่อไป ตามคำสั่งที่ให้ไปรวมสำนวนกับทาง กกต. และเห็นว่าความเห็นของอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา หรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ในสำนวนคดีฮั้ว สว. ยังไม่มีผลเด็ดขาด ต่อการสอบสวนในคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ เพราะมีการสอบสวนด้วยกฎหมายคนละฉบับกัน และดีเอสไอต้องปฏิบัติตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษให้ครบถ้วน รวมทั้งต้องรอดูในส่วนของการชี้ขาดโดย กกต. ด้วย

ความเห็นของแหล่งข่าวในกรมสอบสวนคดีพิเศษอ้างว่า ยังมีอีกสำนวนหนึ่ง ที่จะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการเลือกตั้งหรือ กกต. ชุดใหญ่ คือ สำนวนคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน ซึ่งในความเป็นจริง ถ้าหากความเห็นของอนุกรรมการชุดที่ 36 มีมติ 5:2 มีความเห็นไม่ฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. 229 คนแล้ว เชื่อว่าถ้าความเห็นนี้ส่งไปยัง กกต.ชุดใหญ่ สามารถวิเคราะห์ฟันธงล่วงหน้าได้เลยว่า กกต.ชุดใหญ่ เห็นชอบตามที่อนุกรรมการชุดที่ 36เสนอ ไม่เห็นต่างไปจากนี้แน่นอน

เรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมายของสังคม ที่เห็นว่าเมื่อรัฐบาลของนายอนุทินเข้ามาเป็นรัฐบาล เข้ามากุมอำนาจรัฐ คดีสำคัญ 2 คดีนี้ มีอันเป็นไปอย่างแน่นอน ซึ่งต้องยอมรับว่า การเมืองในช่วงนี้เป็นการเมืองของขบวนการสีน้ำเงิน ที่กินรวบการเมืองของประเทศไทย และต้องเข้าใจว่า ยุคนี้เป็นยุคของสีน้ำเงินครองเมือง ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ฝ่ายสีน้ำเงินต้องการทั้งสิ้น และเชื่อว่าคดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง สุดท้ายก็จบลงโดยไม่มีใครมีความผิด หรือต้องรับผิดชอบ และที่ดินเขากระโดง ก็ไม่สามารถนำกลับคืนมาเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้

2 คดีนี้ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม สำหรับผมเห็นว่า ชัวร์ยิ่งกว่าเปิดถ้วยไฮโลแทงด้วยซ้ำไป ขอให้สังคมและบุคคลที่ติดตามเรื่องนี้ได้ทำใจ และจับตาดูกันต่อไปว่า ขบวนการสีน้ำเงินจะกินรวบการเมืองของประเทศไทยอย่างไร.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...