ศึกเลือกตั้ง 2569 "สายไหม" ร้อนระอุ 3 พรรคใหญ่ชิงปักธงกรุงเทพฯ
วันนี้ (25 ม.ค.2569) การเลือกตั้ง สส.กรุงเทพมหานคร มีความสำคัญสูง โดยมีที่นั่งถึง 33 เขต ครั้งที่แล้วพรรคก้าวไกลกวาดไป 32 เขต แต่ครั้งนี้ทุกพรรคลงสนามเต็มตัว โดยเฉพาะเขต 11 "สายไหม" ที่พรรคภูมิใจไทยส่งแกนนำสำคัญอย่างหัวหน้าพรรคและสมาชิกหลักลงพื้นที่หาเสียง หวังปักหมุดจุดแรกในกรุงเทพฯ
ปัจจัยหนึ่งที่น่าจับตาคือผู้สมัครอย่าง "นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ" ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดในเขตกรุงเทพฯ ของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว มีผลงานช่วยเหลือสังคมเด่นชัด ขณะที่พรรคเพื่อไทยส่ง ดร.เอ๋-รัตติกาล แก้วเกิดมี ส.ก.ที่ทำงานในพื้นที่มานานมาสู้ศึก และ "ทนายแจม-ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์" เจ้าของพื้นที่เดิม 1 สมัย ก็เดินเครื่องหาเสียงอย่างเต็มที่
หากย้อนดูพื้นที่เขตสายไหม ตั้งแต่ปี 2544 ที่แยกจากเขตบางเขน บางช่วงแยกเฉพาะสายไหม บางช่วงรวมเขตอื่น แต่ถือเป็นพื้นที่สีแดงมาตลอด ตั้งแต่สมัยไทยรักไทยและพลังประชาชน โดยปี 2548 นางปวีณา หงสกุล จากไทยรักไทย จากนั้นนายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็น สส. 3 สมัย ปี 2550 2554 และ 2562 ก่อนย้ายไปพรรคไทยสร้างไทย
จนปี 2566 กระแสสีส้มพรรคก้าวไกลทำให้ทนายแจมชนะด้วยคะแนน 36,985 รองลงมานายสมชาย เวสารัชตระกูล จากไทยสร้างไทย อันดับ 3 นายเอกภพ จากภูมิใจไทย 14,645 คะแนน และอันดับ 4 นายเอกภาพ หงสกุล จากเพื่อไทย
การเลือกตั้ง 2569 ครั้งนี้ เขตสายไหมมีผู้สมัครถึง 18 คน แต่พรรคหลัก 3 พรรคส่งผู้สมัครที่ทำงานในพื้นที่มานาน พรรคประชาชนส่งทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เจ้าของพื้นที่ 1 สมัย มีบทบาทในสภาผลักดันนโยบายสิทธิลาคลอด สิทธิคนพิการ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ
พรรคเพื่อไทยปรับผู้สมัครส่ง ดร.เอ๋ รัตติกาล แก้วเกิดมี ส.ก.เขตสายไหมจากไทยสร้างไทยที่เคยได้คะแนนสูงสุด 44,507 ในกรุงเทพฯ สลับให้นายสมชาย เวสารัชตระกูลลง ส.ก.แทน
ส่วนพรรคภูมิใจไทยส่งนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือเอก สายไหมต้องรอด มีบทบาทเด่นช่วยสังคมช่วงโควิด-19 และเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขตกรุงเทพฯ ของพรรคที่ได้คะแนนมากที่สุดครั้งที่แล้ว
จากการพูดคุยของทีมข่าวไทยพีบีเอสกับผู้สมัครทั้งสาม คนแรกเก่งขยันน่าจะได้ใจคนสายไหม คนที่สองรู้ปัญหาพื้นที่ลึกเข้าใจคนท้องถิ่น คนที่สามมีเครดิตดีหากได้คนนี้สายไหมอาจเห็นสิ่งใหม่
หากสังเกตการลงพื้นที่ พรรคภูมิใจไทยส่งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ก่อนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคนำทัพลงซ้ำ แสดงความหมายมั่นปักหมุดกรุงเทพฯ ที่สายไหมเป็นสีน้ำเงินจุดแรก แม้เดิมไม่มีกระแสในกรุงเทพฯ นายเอกภพเชื่อว่าการบริหารรัฐบาล 3-4 เดือนที่ผ่านมาทำให้คนกรุงมีความหวังกับพรรค และชาวกรุงเทพฯ อยากเปลี่ยน
พรรคเพื่อไทยหวังทวงพื้นที่สีแดงคืน ทันทีที่ อ.เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ก็เลือกลงหาเสียงสายไหมจุดแรก เพราะเชื่อว่าที่นี่เหมือนบ้านคนเสื้อแดง บวกกับการทำงานของดร.เอ๋ มานานกว่า 20 ปี ฐานเสียงแน่น กระแสอาจารย์เชนดีช่วยหนุน
ส่วนทนายแจมไม่เน้นหัวหน้าพรรคลงปราศรัย แต่หาเสียงภาพใหญ่ด้วยตนเอง ใช้วิธีเดินเท้าเคาะประตูบ้าน ส่งคนไปทำงานและรอรับกลับแบบเช้าเย็น หวังยึดพื้นที่สีส้ม เชื่อประชาชนอยากเปลี่ยนแปลง มั่นใจแต่ไม่ประมาท
"สายไหม" เสียงแตก ภท.ชนะยาก - เข้าทาง ปชน.
มุมมองทางรัฐศาสตร์จาก อ.สติธร ธนานิติโชติ ชี้ว่าเดิมเขตสายไหมเป็นสีแดงแต่แยกเป็นไทยสร้างไทยทำให้อ่อนแอลง การเลือกตั้งปี 2566 คะแนนแยก พรรคเพื่อไทยสองหมื่น ไทยสร้างไทยหมื่นกว่า อาจารย์ประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยชนะยากเพราะเดิมนายเอกภพได้หนึ่งหมื่นห้าพันกว่า
หากหวังคะแนนจากไทยสร้างไทยต้องดูว่าจะเทให้ภูมิใจไทยหรือยังคงให้ไทยสร้างไทยเดิม เพราะนางปวีณาและนายอนุดิษฐ์ย้ายไปพรรคกล้าธรรม หรือคะแนนจากฐานะปานกลางที่ชอบนางศุภจีและนายเอกนิติ เดิมจากรวมไทยสร้างชาติเจ็ดพันกว่า อาจมาให้ภูมิใจไทยส่วนหนึ่งแต่ส่วนอื่นไปประชาธิปัตย์
สถานการณ์แบบนี้อาจเข้าทางพรรคประชาชน
เรื่องตัวบุคคลที่มีฐานเสียงและทำงานมานาน อ.สติธรมองว่า ส่งผลดีกับเลือกตั้งท้องถิ่นมากกว่า เพราะร้อยละ 20 ของคนกรุงเทพฯ ตัดสินจากกระแสภาพใหญ่ว่าอยากได้ใครเป็นรัฐบาลหรือนายกฯ มากกว่า
วิเคราะห์โดย : ปวีณา ฟักทอง ไทยพีบีเอส
อ่านข่าวอื่น :
"โคราช" เดือด จับตาเมืองย่าโม ใครจะคุม 16 เก้าอี้ สส.?
"อภิสิทธิ์" หาเสียงมีนบุรี มั่นใจประชาชนการันตี 25 สส. เสนอชื่อนั่งนายกฯ
เปิดบริการอีกครั้ง รถไฟสายอีสานผ่าน อ.สีคิ้ว หลังซ่อมรางเหตุเครนถล่ม