โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"พล.อ.รังษี" แฉยับ ‘ทุนสแกมเมอร์’ ซุกไทย 2 แสนล้าน ทุ่มซื้อเสียงเลือกตั้ง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 04.56 น.

"พล.อ.รังษี" แฉยับ ‘ทุนสแกมเมอร์’ ซุกไทย 2 แสนล้าน ทุ่มซื้อเสียงเลือกตั้ง หากปล่อยเข้ามาได้ครึ่งสภา จะได้ ’สส.-ครม.-นายกฯ-ขรก.สแกมเมอร์’ ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ ปลุกคนไทยตื่นรู้ ‘รับเงินมาแต่ไม่เลือก’ ดัดหลังหัวคะแนนให้รับกรรม พร้อมรับลูกชาวบ้านสระแก้ว’ไม่ต้องการให้เปิดด่าน’เลือกความปลอดภัยเหนือเศรษฐกิจ

วันที่ 29 มกราคม 2569 พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการจับกุม”นักการเมืองสีเทา” ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ว่า วันนี้สังคมต้องยอมรับความจริงว่ามี "ทุนสแกมเมอร์" ไหลทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล สิ่งเดียวที่จะช่วยประเทศได้คือการรณรงค์ให้ประชาชน "ตื่นรู้" ว่ากลุ่มคนที่นำเงินมาแจกในช่วงการเลือกตั้งนี้ คือเงินจากขบวนการสแกมเมอร์

พลเอก รังษี กล่าวว่า หากประชาชนปล่อยให้คนกลุ่มนี้หลุดรอดเข้ามาได้สักครึ่งสภาฯ เราจะได้ "สส.สแกมเมอร์" และเมื่อสภาฯ เต็มไปด้วยคนเหล่านี้ เสียงส่วนใหญ่ก็จะไปโหวตเลือก "นายกฯ สแกมเมอร์" นำไปสู่การตั้ง "รัฐมนตรีสแกมเมอร์" ซึ่งก็จะเข้าไปแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อให้ได้ "ข้าราชการที่รับใช้สแกมเมอร์" รวมถึงการโหวตเลือกประธานรัฐสภาที่เป็นพวกเดียวกัน เท่ากับว่ากลุ่มทุนสีเทาเหล่านี้จะสามารถควบคุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร

"มีการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินสแกมเมอร์ที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองไทยมีสูงถึง 200,000 ล้านบาท คนพวกนี้ลงทุนเพียง 15,000 ล้านบาท เพื่อซื้อเสียงและยึดประเทศ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เพราะคิดเป็นต้นทุนไม่ถึง 10% แต่สามารถเข้ามาปกป้องเงินสีเทาอีก 2 แสนล้านได้ทั้งหมด ถ้าเป็นแบบนี้ประเทศจะรอดไหม ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับประชาชน อย่าปล่อยให้สแกมเมอร์มาคุมประเทศ" พลเอก รังษี กล่าว

แคนดิเดตนายกฯ พรรคเศรษฐกิจ ยังได้แนะแนวทางให้ประชาชนตอบโต้กระบวนการซื้อเสียงว่า หากใครนำเงินมาแจก ให้รับเงินไว้ได้ แต่เมื่อเข้าคูหา "อย่ากาเลือก" คนเหล่านี้ เพราะเจตนาของพวกเขาคือเข้ามาโกง คนพวกนี้ไม่มีทางรู้ว่าเรากาเบอร์อะไร ให้ถือคติง่ายๆ ว่าคนที่มาซื้อเสียงคือคนเลว การรับเงินแล้วไม่เลือกจะทำให้ผลกรรมไปตกที่ "หัวคะแนน" ที่รับงานมา ถ้าเป้าไม่เข้าตามยอด หัวคะแนนก็จะถูกลงโทษ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สมน้ำหน้าแล้ว ประชาชนต้องฉลาดและร่วมกันสั่งสอนขบวนการเหล่านี้
ในส่วนของนโยบายปราบปรามการทุจริต พลเอก รังษี ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า หากพรรคเศรษฐกิจได้รับความไว้วางใจจนได้เสียงข้างมาก ตนจะเข้าไปแก้กฎหมายคอร์รัปชันให้มีโทษสูงสุดคือ "ประหารชีวิต" โดยบังคับใช้ทั้งผู้ให้และผู้รับ รวมถึงข้าราชการที่กระทำผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องได้รับโทษประหารชีวิตหรือจำคุกโดยไม่มีการลดหย่อนโทษ เพื่อจัดการล้างบางคนโกงให้สิ้นซาก

นอกจากนี้ พลเอก รังษี ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ณ บ้านหนองจานและบ้านหนองแก้ว เพื่อรับฟังปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่28 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า จากการพูดคุย ชาวบ้านสะท้อนเสียงเดียวกันว่า "ไม่ต้องการให้เปิดด่าน" เพราะเกรงว่าสินค้าเกษตรราคาถูกจากกัมพูชาจะทะลักเข้ามาทำลายราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย และหากเศรษฐกิจฝั่งกัมพูชาเติบโตขึ้น ก็อาจจะย้อนกลับมาเป็นภัยความมั่นคงต่อไทยได้

"ประชาชนพูดกับผมเองว่า ยอมปิดด่านไปเรื่อยๆ ดีกว่า เขาต้องการความปลอดภัยในชีวิตมากกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เขาไม่อยากอยู่แบบขวัญผวา ต้องคอยอพยพหนีภัยการสู้รบ อยากให้รัฐบาลจัดการกับกัมพูชาขั้นเด็ดขาด ไม่ใช่รบๆ หยุดๆ นอกจากนี้ยังร้องขอให้ภาครัฐเข้ามาดูแลเยียวยาบ้านเรือนที่เสียหายจากการปะทะ รวมถึงช่วยเหลือค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ ให้กับคนชายแดนที่กำลังลำบาก"พลเอก รังษี กล่าว

ในช่วงท้าย พลเอก รังษี ฝากถึงประชาชนว่า แม้ช่วงนี้จะมีโพลสำนักต่างๆ ออกมามากมาย แต่ความจริงจะปรากฏในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ขอให้ประชาชนศึกษาข้อมูลให้ถ่องแท้ว่าพรรคไหนมีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจจริง และพรรคไหนที่มีกลุ่มทุนสีเทาหนุนหลัง หรือใช้เงินซื้อเสียง ขอให้ประชาชนอย่าเลือกพรรคนั้น แล้วประเทศจะรอดพ้นวิกฤตได้ด้วยมือของประชาชนเอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...