โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พ่อพาลูก 2 ขวบไปเล่นสนาม หันมาอีกทีลูกถือ “สร้อยทองเส้นโต” มูลค่าหลายแสน

Khaosod

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 03.30 น.

พ่อพาลูก 2 ขวบไปสนาม เห็นลูกถือเชือกแกว่งเล่น เข้าไปดูใกล้ ๆ ช็อก เป็นทองเส้นโต คาดราคาหลายแสน

เรื่องราวเกิดขึ้นที่เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เมื่อเด็กหญิงวัย 2 ขวบเก็บสร้อยคอทองคำได้จากสนามหญ้า จนกลายเป็นคลิปไวรัลในโลกออนไลน์และได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก

นายถัง ผู้เป็นพ่อ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม ขณะพาลูกสาวออกไปเล่นบริเวณสนาม ก่อนจะสังเกตเห็นว่าลูกถือเชือกเส้นหนึ่งแกว่งเล่นอยู่ พอเข้าไปดูใกล้ ๆ ถึงกับตกใจ เพราะมันคือสร้อยคอทองคำ หนักประมาณ 70 กรัม คาดมูลค่าราว 70,000 หยวน หรือประมาณ 310,000 บาท

หลังจากนั้น นายถังจึงถ่ายคลิปและโพสต์ลงโซเชียล เพื่อตามหาเจ้าของ กระทั่งวันที่ 25 มกราคม เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจในท้องที่บังเอิญเห็นคลิปดังกล่าว จึงติดต่อมาและแจ้งว่าสามารถตามหาเจ้าของสร้อยได้แล้ว

จากการสอบถามทราบว่า เจ้าของสร้อยอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน ในวันเกิดเหตุ เจ้าของสร้อยถอดเสื้อออกเพราะอากาศร้อน จึงเผลอทำสร้อยหล่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อกลับไปหาที่เดิมแล้วไม่พบ จึงเข้าแจ้งความไว้ ก่อนที่ตำรวจจะช่วยประสานงานจนสร้อยทองได้กลับคืนในที่สุด

หลังได้สร้อยคืน เจ้าของได้มอบอั่งเปากว่า 500 หยวน หรือราว 2,200 บาท ให้กับลูกสาวของนายถัง เพื่อเป็นการขอบคุณในน้ำใจ

ขอบคุณที่มา sohu

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์ วันที่ 29 มกราคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พ่อพาลูก 2 ขวบไปเล่นสนาม หันมาอีกทีลูกถือ “สร้อยทองเส้นโต” มูลค่าหลายแสน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...