ซักเคอร์เบิร์ก ขึ้นศาล ปัดเมต้าพุ่งเป้าผู้ใช้งานเด็ก โอดทนายบิดเบือน
ซักเคอร์เบิร์ก ขึ้นศาล ปัดเมต้าพุ่งเป้าผู้ใช้งานเด็ก โอดทนายบิดเบือน
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก มหาเศรษฐีและเจ้าของบริษัทเมต้าแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีของแอปพลิเคชั่นชื่อดังอย่างเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ปรากฎตัวและขึ้นให้การในศาลเป็นครั้งแรก ที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หลังบริษัทของเขาและบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ถูกกล่าวหาว่าเป็นอันตรายและแสวงหาผลประโยชน์จากเยาวชน ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตใจและทำให้เยาวชนมีอาการติดโซเชียลมีเดียมากขึ้น
แม้บริษัทเมต้าจะยืนยันมาตลอดว่า พวกเขาดำเนินการตามนโยบายของบริษัทเพื่อปกป้องผู้ใช้ที่เป็นเยาวชน และห้ามบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีเข้าใช้งาน แต่มาร์ค ลาเนียร์ ทนายความของโจทก์หลักในคดีนี้ ยื่นหลักฐานต่อศาล ไม่ว่าจะเป็นอีเมลภายใน ข้อความ หรืองานวิจัยที่เผยให้เห็นว่า ซักเคอร์เบิร์กและพนักงานคนอื่นๆ ในบริษัทเมต้า หารือกันเรื่องการใช้งานอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กของเยาวชนหรือกลุ่มคนที่เด็กกว่านั้น
ทนายลาเนียร์ ซักถามซักเคอร์เบิร์กเกี่ยวกับงานวิจัยเมื่อปี 2019 ของบริษัทภายนอกที่ทำในนามของอินสตาแกรม ซึ่งพบว่าวัยรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์มมีอาการติดงอมแงม และเสพติดการใช้อินสตาแกรม โดยผลการวิจัยมีการระบุว่า อินสตาแกรมทำให้พวกเขารู้สึกดี แต่ก็ทำให้พวกเขารู้สึกแย่ จนทำให้กลุ่มวัยรุ่นหวังว่าตัวเองจะสนใจมันน้อยลง ขณะที่ซักเคอร์เบิร์กโต้กลับว่า รายงานฉบับนี้ไม่ได้ทำภายใต้บริษัทเมต้าแต่อย่างใด และบางส่วนของรายงานดังกล่าวยังมีการพูดถึงด้านบวกของการใช้งานอินสตาแกรมอีกด้วย
อีกหนึ่งหลักฐานคืออีเมลและข้อความอื่นๆ ที่เผยให้เห็นว่าพนักงานของเมต้าพูดคุยกันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวิธีที่จะทำให้มีเยาวชนใช้งานแพลตฟอร์มของพวกเขามากขึ้น การพูดคุยกันเรื่องความสำเร็จที่สามารถรักษาผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีไว้ได้ รวมไปถึงความต้องการที่จะให้ผู้คนใช้งานแอปพลิเคชันของพวกเขานานขึ้น 12% หรือการที่ซักเคอร์เบิร์กระบุว่า เยาวชนคือกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญอันดับหนึ่งของบริษัท
อย่างไรก็ดี มาร์คโต้กลับหลักฐานเหล่านั้นว่า เขารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ดำเนินการยืนยันอายุผู้ใช้งานให้เร็วกว่านี้ แต่บริษัทก็กำลังดำเนินการตามนโยบายต่างๆ มาถูกทางแล้ว อีกทั้งรายได้จากโฆษณาที่มาจากเยาชนมีไม่ถึง 1% และในตอนนี้อินสตาแกรมก็มีฟังก์ชันที่ให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าจำนวนเวลาที่ต้องการใช้ต่อวัน มีการแจ้งเตือนเวลาที่ใช้งาน และปิดการแจ้งเตือนในตอนกลางคืนตั้งแต่ปี 2018 แล้วด้วย ฉะนั้นการที่ทนายลาเนียร์ยกหลักฐานดังกล่าวขึ้นมาถือว่าจงใจจะบิดเบือนความหมายของเขาเพื่อเอาชนะคดี
ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ มีทั้งผู้เสียหายและครอบครัวเข้ามานั่งฟังการพิจารณาคดีและยืนรออยู่ด้านนอก เพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุนเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากการเสพติดการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งรวมไปถึงคุณแม่ของเยาวชนรายหนึ่งที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในวัย 18 ปีเนื่องจากปัญสุขภาพจิต ซึ่งคุณแม่เชื่อว่าบริษัทสามารถแก้อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มเพื่อปกป้องเด็กๆ ไม่ให้ปลิดชีวิตตัวเองได้ แต่พวกเขากลับไม่ทำ
ทั้งนี้ แอปพลิเคชันของบริษัทเมต้าแพลตฟอร์ม และยูทูปของบริษัทกูเกิล ยังคงต้องสู้คดีกันต่อไป ซึ่งคาดว่าจะ ลากยาวกว่าอีกหลายสัปดาห์ ขณะที่ติ๊กต๊อก และสแนปแชต ได้ทำข้อตกลงกับอัยการและปิดคดีก่อนที่การพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้นไม่นาน อย่างไรก็ดี ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าวแต่อย่างใด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซักเคอร์เบิร์ก ขึ้นศาล ปัดเมต้าพุ่งเป้าผู้ใช้งานเด็ก โอดทนายบิดเบือน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th