โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่เห็นยัง?!: สปสช. เคาะ วัคซีน IPD ฉีดเด็กไทยฟรีแบบนำร่อง ยังไม่ขยายทั่วประเทศ

Mood of the Motherhood

อัพเดต 08 ก.พ. เวลา 16.55 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 08.55 น. • News Update

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เห็นชอบให้ นำร่องฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (Pneumococcal Conjugate Vaccine หรือ PCV / วัคซีน IPD) ให้กับเด็กเล็กในบางพื้นที่ก่อน ขณะที่ยังไม่มีมตินำร่องการขยายบริการไปทั่วประเทศทันที โดยให้เป็นโครงการทดลองในพื้นที่ที่มีอัตราการป่วยสูงและให้มีการประเมินผลอย่างเป็นระบบก่อนนำมาพิจารณาขยายผลต่อไป การประชุมบอร์ด สปสช. ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมามีวาระสำคัญเกี่ยวกับการพิจารณานำ วัคซีน PCV (วัคซีน IPD) ซึ่งเป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อรุนแรงในเด็ก โดยเฉพาะ เด็กอายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 12 เดือน เข้าสู่ระบบบริการของ สปสช. จากข้อมูลที่เสนอในที่ประชุมพบว่า การติดเชื้อนิวโมคอคคัส (IPD) ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตในเด็กเล็ก และมีข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าการให้วัคซีน PCV มีประสิทธิผลในการลดอัตราการป่วยและอัตราการเสียชีวิตอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การขยายการให้วัคซีนนี้ครอบคลุมทั่วประเทศต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บอร์ดฯ เลือกแนวทาง การทดลองนำร่องในบางพื้นที่ที่มีอัตราป่วยสูง ก่อน ตามมตินี้ สปสช.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวรส.) และกรมควบคุมโรค ออกแบบโครงการทดลอง รวมถึงเจรจาต่อรองราคาวัคซีนกับผู้ผลิตวัคซีนเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุดก่อนเริ่มดำเนินการจริง โดยกำหนดให้มี การประเมินผลทั้งด้านอัตราการป่วย ผลลัพธ์ทางสุขภาพ และผลกระทบด้านงบประมาณ ภายในระยะเวลานำร่องประมาณ 1 ปี ในที่ประชุมมีเสียงคัดค้านบางส่วนเกี่ยวกับแนวทางนำร่องบางพื้นที่ โดยบางกรรมการระบุว่าอาจไม่เป็นธรรมต่อพื้นที่อื่นๆ ที่ยังไม่มีสิทธิได้รับวัคซีน แต่ในภาพรวมบอร์ด สปสช.ได้ยืนยันแนวทางให้มีการดำเนินการตามข้อเสนอ พร้อมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการบอร์ดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ข้อมูลจาก สปสช. ยังเผยให้เห็น อัตราการป่วย IPD แยกตามเขตสุขภาพและจังหวัด โดยพื้นที่ที่มีอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 9 เขตสุขภาพที่ 8 และเขตสุขภาพที่ 6 ขณะที่จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครนายก สกลนคร และสุรินทร์ ซึ่งจะเป็นพื้นที่เฝ้าระวังและพิจารณานำร่องตามบริบทความเสี่ยงจริงของแต่ละพื้นที่ การตัดสินใจครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุขและภาคประชาชน เนื่องจากเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้าน การขยายการเข้าถึงบริการวัคซีนสำหรับเด็กไทย ซึ่งอาจมีผลต่อการลดอัตราการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อรุนแรงในอนาคต หากผลการทดลองนำร่องเป็นไปตามเป้าหมายและมีความคุ้มค่าเชิงงบประมาณ อาจเป็นพื้นฐานสำคัญในการพิจารณานำวัคซีน PCV เข้าสู่บริการสาธารณสุขหลักทั่วประเทศในอนาคตอันใกล้นี้อ้างอิงhfocus.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...