เผยเหตุสถานการณ์โลก ทำทองไทยร่วง 3วันติดกว่าหมื่นบาท กูรูชี้รายใหญ่เทขายเอากำไร
เผยเหตุสถานการณ์โลก ทำทองไทยร่วง 3วันติดกว่าหมื่นบาท กูรูชี้รายใหญ่เทขายเอากำไร
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ราคาทองคำในประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ว่า ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ณ เวลา 16.29 น. ราคาทองมีการปรับขึ้นลงรวม 67 ครั้ง ส่งผลให้ทองแท่งรับซื้อ ราคา 71,100 บาท ขายออก ราคา 71,300 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ ราคา 69,675 บาท ขายออก ราคา 72,100 บาท
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาทองคำที่มีการปรับขึ้นลงหลายรอบ ว่า ราคาทองคำโลกปรับลดลงต่อเนื่อง 3 วันติด ถือเป็นการพักฐานอย่างรุนแรงหลังปรับขึ้นเร็วและแรงกว่าที่คาดไว้ โดยราคาทองคำไทยปรับลดลงแล้วกว่า 10,200 บาทต่อบาททองคำ ภายในระยะเวลา 3 วัน ตามราคาทองโลกที่หล่นลงมากว่า 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ
“เนื่องจากเผชิญนักลงทุนรายใหญ่ล้างไพ่ทองคำในมือ เทขายเพื่อทำกำไรออกมาก่อน หลังจากทองคำโลกปรับขึ้นเร็วและแรงกว่าคาด ทำให้ราคาทองคำโลกปรับฐานย่อตัวลงอย่างต่อเนื่อง ประเมินว่าอาจเห็นการปรับฐานนี้ไปอีกสักระยะ เนื่องจากนักลงทุนอาจล้างพอร์ตถือครองเพื่อทำกำไรให้หมดก่อนเริ่มต้นสะสมใหม่อีกครั้ง หากประเมินปัจจัยแวดล้อมต่างประเทศ มองว่าบรรยากาศทั้งหมดยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม ปัจจัยเสี่ยงยังมีเต็มไปหมด ชี้ถึงความไม่แน่นอนที่รออยู่ข้างหน้า ทำให้ทองคำยังคงไม่ถึงกลับเป็นขาลงได้” นางพวรรณ์ กล่าว
นางพวรรณ์ กล่าวว่า โดยปัจจัยหลักทำให้ทองคำลดลงอีกอย่าง คือ การฟื้นตัวของดอลลาร์ และพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) สหรัฐ เป็นผลจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินใจเสนอชื่อนายเควิน วอร์ช ให้ดํารงตําแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อจาก นายเจอโรม พาวเวล ที่จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ เนื่องจากนายเควิน วอร์ช มีความดุดันและไม่ประนีประนอมมากที่สุดในบรรดาลิสต์รายชื่อตัวเก็งทั้งหมด ถือว่าลดความกังวลลงได้บ้าง จึงอาจมีแรงซื้อทางเทคนิคสลับเข้ามาหนุนราคาทองคำได้
ทางด้าน Investing.com รายงานว่า ราคาซื้อขายทองคำในเอเชียช่วงเช้าวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ทรงตัว หลังจากร่วงลงอย่างหนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศแต่งตั้งนายเควิน วอร์ช เป็นประธานเฟดคนใหม่ อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การที่ราคาทองคำร่วงลงอย่างหนักนี้ มีผลจากปัจจัยผสมผสานทั้งแรงขายทำกำไร ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินของสหรัฐ และการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์สหรัฐ
ราคาทองคำที่ซื้อขายในปัจจุบัน (ราคาทองคำสปอต) ปรับขึ้นร้อยละ 0.2 อยู่ที่ 4,870.68 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ณ เวลา 19.23 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำส่งมอบเดือนเมษายนพุ่งขึ้นเกือบร้อยละ 3 สู่ระดับ 4,886.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก่อนหน้านี้ ทองคำสปอตสูญเสียมูลค่าไปเกือบร้อยละ 10 ภายในวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา เพียงวันเดียว และร่วงลงอย่างหนักจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ที่ทำไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนโลหะมีค่าอื่นๆ ก็ฟื้นตัวหลังจากร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว โดยเงินสปอตพุ่งขึ้นเกือบร้อยละ 4 อยู่ที่ 87.7095 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่แพลทินัมสปอตทรงตัวที่ระดับ 2,159.79 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
การเสนอประธานเฟดคนใหม่ของนายทรัมป์ ช่วยคลี่คลายความไม่แน่นอนที่สำคัญในตลาด ส่งผลให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง และกระตุ้นให้นักลงทุนขายทำกำไร หลังราคาปรับขึ้นมาอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดี ตลาดยังมีความกังวลถึงความเป็นไปได้ที่ว่า นายวอร์ชอาจมีท่าทีแข็งกร้าวในระยะยาว แม้ผู้ได้รับการเสนอชื่อรายนี้จะเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดมาก่อน จะสนับสนุนแนวคิดของนายทรัมป์ที่ต้องการลดอัตราดอกเบี้ยลง แต่เขาก็เคยแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ของเฟด
นักวิเคราะห์จาก ANZ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า นายวอร์ชถูกมองว่าเป็นผู้สมัครที่มีท่าทีแข็งกร้าวต่อเงินเฟ้อมากที่สุดในบรรดาผู้ถูกเสนอชื่อทั้งหมด ซึ่งทำให้ความเป็นไปได้ของการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างรุนแรงลดลง และเป็นชนวนให้เกิดแรงเทขายอย่างหนัก จนราคาทองคำเผชิญกับการร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐก็ฟื้นตัวต่อเนื่องจากที่เคยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี หลังการเสนอชื่อนายวอร์ช ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดโลหะมีค่า
อย่างไรก็ตาม แม้จะเผชิญการร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำเดือนมกราคมยังคงปิดด้วยการปรับขึ้นเกือบร้อยละ 15 เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ยังทำให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้นตามมา
—————
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผยเหตุสถานการณ์โลก ทำทองไทยร่วง 3วันติดกว่าหมื่นบาท กูรูชี้รายใหญ่เทขายเอากำไร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th