ทริส จัดเรทติ้งหุ้นกู้ SCC วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ที่ “A”
ทริส จัดเรทติ้งหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่วงเงินไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท อายุไม่เกิน 4 ปีของ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย ที่ระดับ “A” นำเงินไปใช้เป็นเงินให้กู้ยืมหรือชำระหนี้ภายในกลุ่มบริษัท
วันที่ 26 ม.ค.2569 ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาทและมีอายุไม่เกิน 4 ปีของ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย ( SCC) ที่ระดับ “A” โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้เป็นเงินให้กู้ยืมหรือชำระหนี้ภายในกลุ่มบริษัท
พร้อมกันนี้ ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “A” และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “A” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ด้วย
อันดับเครดิตสะท้อนถึงประวัติในการดำเนินธุรกิจที่ยาวนานของบริษัท ตลอดจนตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่ง รวมถึงธุรกิจและฐานลูกค้าที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งดังกล่าวก็ถูกลดทอนจากธุรกิจเคมิคอลส์ที่อยู่ในวงจรขาลงเป็นเวลานาน และระดับหนี้สินของบริษัทที่เพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ผลการดำเนินงานของ SCC ยังคงสอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้ง โดยบริษัทมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ระดับ 4.57 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (Cement-Building Materials -- CBM) เป็นหลัก ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทก็ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.8 เท่า ณ เดือนกันยายน 2568 (ปรับเป็นอัตราส่วนเต็มปีด้วยตัวเลข 12 เดือนย้อนหลัง) โดยลดลงจากระดับ 6 เท่า ณ สิ้นปี 2567 อันเนื่องมาจากแผนรัดเข็มขัดของบริษัท ทริสเรทติ้งมองว่าบริษัทมีสภาพคล่องที่เพียงพอและมีการบริหารจัดการที่ดี โดยพิจารณาจากประวัติความสัมพันธ์อันยาวนานกับสถาบันการเงินและการเข้าถึงตลาดทุนของบริษัท
ณ เดือนกันยายน 2568 หนี้สินรวมของ SCC ซึ่งไม่นับรวมหนี้สินตามสัญญาเช่ามีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 3.16 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนทั้งสิ้น 1.77 แสนล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ของบริษัทย่อย ดังนั้น อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมของบริษัทจึงอยู่ที่ระดับ 56% ทั้งนี้ แม้อัตราส่วนดังกล่าวจะเกินเกณฑ์ 50% ของทริสเรทติ้ง แต่ ทริสเรทติ้งก็ยังคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันให้อยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตองค์กร จากความคาดหมายของ
ทริสเรทติ้งว่าอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมของบริษัทจะลดลงต่ำกว่า 50% ภายในปีนี้ โดยมีปัจจัยหนุนมาจากแผนการของบริษัทที่จะรีไฟแนนซ์หนี้ของบริษัทย่อยด้วยการออกหุ้นกู้ใหม่โดยบริษัท
แนวโน้มอันดับเครดิต
แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาสถานะความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคเอาไว้ได้และจะมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามประมาณการของทริสเรทติ้ง โดยการดำเนินธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมของบริษัทน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะขาลงของธุรกิจเคมิคอลส์ลงไปได้ นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินลงทุนและดำเนินการตามแผนที่จะลดระดับหนี้สินได้อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วยเช่นกัน
ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง
การปรับเพิ่มอันดับเครดิตไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า ในทางกลับกัน ทริสเรทติ้งอาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิตลงหากผลการดำเนินงานหรือสถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ในประมาณการกรณีพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเกิดจากการฟื้นตัวของกำไรที่ล่าช้ากว่าคาด หรือบริษัทมีการใช้จ่ายเงินลงทุนในระดับที่สูงมากกว่าประมาณการเป็นอย่างมาก