เวทีแจ้งเกิดคนตัวเล็ก คุยกับ ‘ครีเอเตอร์ไทย’ งาน TikTok LIVE Fest 2025
เทรนด์ไลฟ์สดกำลังมาแรง โดยเฉพาะการไลฟ์สดจากคนตัวเล็กตัวน้อยคนทั่วไป หลายคนได้แจ้งเกิดบนแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีม หลายคนค้นพบพรสวรรค์ตัวเอง บางคนดึงศักยภาพและความสามารถของตัวเองออกมาให้ผู้คนบนโซเชียลได้เห็น จนกลายเป็น ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ ที่สร้างคอมมิวนิตี้มีฐานแฟนคลับและผู้ติดตามนิยมชมชอบและซัพพอร์ตให้กำลังใจ ต่อยอดไปจนถึงการสร้างโอกาสทางอาชีพและมอบประสบการณ์ใหม่ๆให้ชีวิต
TODAYBizview พาไปติดตามเหล่าครีเอเตอร์จากหลายชาติกว่า 200 คน ที่มารวมตัวกันในงาน TikTok LIVE Fest 2025 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายของชุมชน TikTok LIVE โดยงานจัดขึ้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา
‘ณภัทรา ชวลิตชีวินกุล’ Creator Manager, TikTok LIVE ประเทศไทย และเหล่าไลฟ์ครีเอเตอร์ดาวรุ่งจากประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย
งานนี้ได้รวบรวมครีเอเตอร์มากความสามารถจากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) และภูมิภาคคอเคซัสและเอเชียกลาง (CCA) ที่มีผลงานโดดเด่น บน TikTok LIVE และมีคอมมูนิตี้เข้มแข็ง นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงจากศิลปินเกิร์ลกรุ๊ป T-POP วง 4Eve ที่มาร่วมสร้างสีสันและโชว์สุดพิเศษด้วย
สำหรับปีนี้ Tiktok ได้ประกาศรางวัลให้กับครีเอเตอร์ไทยที่มีผลงานโดดเด่นและได้รับรางวัลบนเวที #LIVEFest25Phuket ครอบคลุมสาขาต่าง ๆ ได้แก่
• kayoseda คว้ารางวัล Gold Power League
• mawinawg คว้ารางวัล Silver Power League
• naling_nujnoh คว้ารางวัล Bronze Power League
• kuian888 คว้ารางวัล Fandom Awards
• ninkmelody คว้ารางวัล Music Talent Awards
• hanazyndrome คว้ารางวัล Dancing Talent Awards
• drewreplayy คว้ารางวัล Gaming Talent Awards
โดยผู้ที่ชนะในระดับภูมิภาคจะต้องเข้าไปแข่งขันไลฟ์ในระดับโลกอีกครั้ง ซึ่งงานไลฟ์ระดับโลกจะจัดขึ้นที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา
[ TikTok LIVE จากฟีเจอร์สู่ “Digital Town Square” ]
หากพูดถึง TikTok LIVE ให้เห็นภาพง่ายที่สุด มันไม่ใช่แค่เครื่องมือถ่ายทอดสด แต่คือ “ลานกิจกรรมดิจิทัล (Digital Town Square)” ที่ครีเอเตอร์และผู้ชมสามารถพบกัน พูดคุย แลกเปลี่ยน และร่วมกันสร้างคอนเทนต์แบบเรียลไทม์
ความพิเศษของ LIVE ไม่ได้อยู่ที่ยอดวิวเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ความสัมพันธ์” ของผู้ชมไม่ได้เป็นแค่คนดู แต่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางของคอนเทนต์ ผ่านคอมเมนต์ เอฟเฟกต์ การส่งของขวัญ หรือแม้แต่การขึ้นมาร่วมไลฟ์ผ่านฟีเจอร์ Multi-guest และ Co-host ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ผู้สร้าง” กับ “ผู้ชม” ค่อย ๆ เลือนหาย
[ พลังของไลฟ์ที่ไปสู่เทรนด์ Live Economy ]
ข้อมูลที่ TikTok เปิดเผยในงาน LIVE Fest 2025 สะท้อนการเติบโตของ Live Economy ในภูมิภาค
ปี 2568 มีครีเอเตอร์มากกว่า 100 ล้านคน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คอเคซัส และเอเชียกลาง ใช้งาน TikTok LIVE
ตัวเลขเพิ่มขึ้น 77% จากปีก่อนหน้า
มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นครีเอเตอร์ที่ใช้ LIVE เป็นครั้งแรก
เกิดการมีส่วนร่วมผ่านคอมเมนต์กว่า 134,000 ล้านครั้ง
ฟีเจอร์ Multi-Guest มีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 1.1 พันล้านคน
จะเห็นว่า TikTok LIVE ไม่ได้เติบโตเพราะ “ครีเอเตอร์ระดับท็อป” เพียงไม่กี่คน แต่เติบโตจากฐานผู้ใช้จำนวนมากที่ค่อย ๆ กล้าเปิดกล้อง เปิดเสียง และเปิดตัวตนของตัวเอง ซึ่งในช่วงเทศกาล LIVE Fest 2025 มีครีเอเตอร์มาเข้าร่วมแคมเปญนี้มากถึงกว่า 5 ล้านคน
‘ณภัทรา ชวลิตชีวินกุล’ Creator Manager, TikTok LIVE ประเทศไทย กล่าวว่า TikTok LIVE Fest ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานฉลอง แต่เป็นเวทีที่สนับสนุนการเติบโตของชุมชนครีเอเตอร์ สร้างประสบการณ์ผ่านการ LIVE ที่มีความหมายต่อผู้ชม สำหรับการจัดการแข่งขันออนไลน์ LIVE ครีเอเตอร์สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนของตนเองและครีเอเตอร์คนอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างการเชื่อมต่อเชิงลึกแบบเรียลไทม์ และสนับสนุนให้ทุกการ LIVE เป็นโอกาสของการเติบโตและการค้นพบตัวตนของผู้สร้างคอนเทนต์
“TikTok LIVE เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าไลฟ์สตรีมมิ่งไม่ใช่เพียงฟีเจอร์อีกต่อไป แต่เป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมดิจิทัลยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านความคิดสร้างสรรค์ การสร้างคอมมูนิตี้ และการมีปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์ สำหรับงาน LIVE Fest ที่จัดขึ้นนี้ เรารู้สึกยินดีที่ได้ยกย่องไม่เพียงแค่ครีเอเตอร์เท่านั้น แต่รวมถึงความทุ่มเทของคนที่อยู่เบื้องหลัง คอมมูนิตี้ที่คอยสนับสนุน และอยู่ร่วมกันตลอดเส้นทางที่ทำให้ทุกการ LIVE มีความหมาย” ณภัทรา กล่าวสรุป
จากการไปร่วมงานครั้งนี้ TODAYBizview ได้มีโอกาสพูดคุยกับเหล่าครีเอเตอร์ที่มีผลงานเด่นๆ จากประเทศไทยหลายคน นอกเหนือไปจากนั้นยังได้เห็นถึงพลังการรวมตัวเป็น ‘คอมมูนิตี้อาเซียน’ ของครีเอเตอร์ในอีกหลายประเทศที่มาร่วมในงานนี้
จากแพสชั่นสู่ชีวิตใหม่ เรื่องเล่าจากเหล่าครีเอเตอร์ไทย
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของ TikTok LIVE คือเรื่องราวของ Drewreplayy ครีเอเตอร์ไทยสาย Gaming สายเกม ที่ชนะในสาขารางวัล Gaming Talent Awards บนเวที LIVE Fest 2025 ซึ่งตัวเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การเล่นเกม แต่ต่อยอดตัวตนด้วยการร้องเพลง เล่นกีตาร์ และสื่อสารกับผู้ชมอย่างเป็นกันเองระหว่างไลฟ์
โดยเขาบอกว่านอกจากสกิลเล่นเกมแล้ว การพูดคุยกับแฟนคลับด้วยความจริงใจ และการมาไลฟ์สม่ำเสมอทำให้ผู้ชมและผู้ติดตามรู้สึกเหมือนได้เติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งรางวัลที่เขาได้ มาจากพลังคอมมูนิตี้ที่ช่วยผลักดันครีเอเตอร์ให้ก้าวไปอีกขั้น
“รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของผมคนเดียว แต่สะท้อนถึงพลังของคอมมูนิตี้ TikTok LIVE ทำให้ผมได้เชื่อมต่อกับผู้คนแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่แค่ในฐานะเกมเมอร์ แต่ในฐานะไลฟ์ครีเอเตอร์ แพลตฟอร์มนี้เปิดโอกาสให้ผมได้แสดงตัวตนมากกว่าการเล่นเกม ได้เติบโตไปพร้อมกับผู้ชม และเปลี่ยนแพสชันให้กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้น” ‘ธีร มหาอัฑฒ์สกุล’ หรือ Drewreplayy เล่าให้ฟัง
ตอนนี้ตัวเขานอกจากมีชื่อเสียงขึ้นมาจากการเป็นไลฟ์ครีเอเตอร์บน TikTok แล้ว โดยมีฐานแฟนคลับซัพพอร์ตจำนวนมาก เขายังได้เข้าวงการบันเทิงร่วมงานแสดงซีรีส์วายกับค่ายดัง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมถ่ายทำ
ขณะที่ ‘ลลิตา วีรวัฒนเมธินทร์’ เจ้าของช่องชื่อ ninkmelody คว้ารางวัล Music Talent Awards หลายคนที่ใช้แพลทฟอร์ม TikTok อาจจะคุ้นหน้ากับ นักร้องสาวที่มาเล่นกีตาร์พูดคุยกับเหล่าคนนอกดึกทุกค่ำคืน โดย ‘ลลิตา’ บอกว่า หลังจากวางแผนจะออกจากงานประจำ และความฝันที่อยากเล่นดนตรียังไมไ่ด้ถูกเติมเต็ม เราหาเวทีที่จะให้เราได้แสดงความสามารถที่เรามี จึงมาลองไลฟ์บน TikTok โดยเริ่มต้นไลฟ์บนแพลทฟอร์มนี้เพราะฟีดดี พาคนไม่รู้จักให้รู้จักเยอะมากและสร้างคอมมูนิตี้เป็นกำลังใจให้กันและกัน
และด้วยการทำช่องร้องเพลงการที่ TikTok มีฟีเจอร์ไลฟ์ที่น่าสนใจใส่ฟิลเตอร์ให้ดูเป็นสตูดิโอกว่าเดิม มี เอฟเฟ็กต์นักร้องรูปไมโครโฟนที่ช่วยซัพพอร์ตเสียงสตูดิโอมากขึ้น สามารถปรับเสียงเอ็ฟเฟ็กต์ต่างๆ มีซาวด์เอ็ฟเฟ็กต์ในไลฟ์ ทำให้ยิ่งสนุกกับการไลฟ์
“หลังจากออกจากงานประจำ ก็มาลองทำไลฟ์ ตอนแรกไลฟ์แบบไม่มีแผน คิดแค่เล่นกีตาร์กล่อมคนนอน ให้ผ่อนคลายช่วง 3 ทุ่ม แต่พอไลฟ์เวลาเดิมทำให้ผู้ชมตามเราอยู่กับเรานานขึ้น และพบเจอกลุ่มหลากหลาย ตอนนี้อาชีพหลักถือว่าเป็นติ๊กต่อกเกอร์ได้เลย เพราะรายได้สามารถลเลี้ยงชีพเราได้ บางช่วงอาจมีเบื่อ หรือเหนื่อยไม่อยากทำ แต่ยังมีส่วนที่เราชอบมากกว่าดึงเราไว้ให้เราไลฟ์อยู่ต่อ เพราะยังมองเห็นความสุขตลอดเวลา และไม่คิดว่าเป็นงาน มีฐานคนดูที่คอยซัพพอร์ตเชียร์เรา” ลลิตาเล่าความรู้สึก
มาที่ครีเอเตอร์สาวเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่ในไทย ‘Haeun chung’ เจ้าของช่อง hanazyndrome ที่คว้ารางวัล Dancing Talent Awards โดยจุดเด่นของเธอคือ การแชร์ประสบการณ์มุมมองของคนเกาหลีใต้ให้เข้าถึงคนไทยให้ง่าย
เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นไว้น่าสนใจว่า เธอมีอาการซึมเศร้าอย่างหนักจนต่อมาตัดสินใจมาลองไลฟ์พูดคุยไปเรื่อยๆ และมันทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป
“แต่ก่อนอยู่ห้องปิดไฟร้องไห้วันละชั่วโมงสองชั่วโมง ไม่คิดจะมาถึงจุดนี้ เราโชคดีที่คนที่เข้ามาดูอยากให้กำลังใจเรา พอมาไลฟ์พูดคุย อาการซึมเศร้าหายไป ซึ่งหลายคนที่เป็นแล้วเรารู้จักก็หายป่วยเยอะมากจากการเข้ามาอยู่ตรงนี้ เพราะพวกเขามีกำลังใจ เหมือนได้ใช้ชีวิตมากขึ้น ตัวเราก็เฮลท์ตี้มากขึ้น เพราะคนมาดูและพูดคุยกันก็ต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และได้พบเจอกำลังใจจากคนหลายกลุ่มหลายประเทศ เป็นสิ่งที่สวยงามมากๆ”
เธอบอกว่าจากจุดเริ่มต้นไลฟ์ที่แค่อยากหาที่พูดระบายไปเรื่อยๆ วันนี้ชีวิตเปลี่ยนไปมาก ทำไลฟ์กลายเป็นอาชีพหลัก ยิ่งถ้าจับกลุ่มเป้าหมายของเราได้ถูก และบริหารจัดการเวลาตัวเองได้มันจะดีมากสำหรับคนที่ถนัดทำไลฟ์ ฟีเจอร์ที่ชื่นชอบพิเศษ คือ PK ที่สามารถกดหาเพื่อนได้ทั่วโลก เป็นการแมทชิ่งแลกเพื่อนและวัฒนธรรม และยังช่วยพัฒนาภาษาต่างประเทศให้กับเรา ซึ่งอัลกอริทึ่มของติ๊กต่อกทำให้เรามีเพื่อนได้มากขึ้น และนั่นทำให้การทำไลฟ์ของเราสนุกมากและทำได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
ทางด้าน ‘ณัฏฐนันท์ โรจนะจารุนันท์’ เจ้าของช่อง naling_nujnoh คว้ารางวัล Bronze Power League ให้มุมมองว่า ช่องของเธอมาจากช่องเต้นพัฒนามาสู่การเป็นซิงเกิ้ลวีเจ เริ่มมีฐานแฟนคลับเล็กๆ กระทั่งตัวเธอแมสมากขึ้นจากซีรีส์สงครามส่งด่วน ทำให้ขยายฐานแฟนคลับได้เพิ่มขึ้น โดยคอนเทนต์ที่ช่องจะเป็นแนวหยอกเล่นชาเลนจ์ทำกิจกรรมอะไรแปลกๆ หรือสร้างสรรค์กับแฟนคลับ นอกเหนือไปจากพูดคุยเรื่องราว ไลฟ์ให้เห็นกิจวัตรประจำวันเน้นเรื่องราวที่สร้างความใกล้ชิดสนิทสนม ภาพรวมช่องจึงเป็นแนวไลฟ์สไตล์
“ในตลาดที่คนไลฟ์เยอะขึ้น เมื่อก่อนทั้งบ่อมีปลาตัวเดียว คนให้อาหารปลาตัวเดียว ตอนนี้บ่อปลาเยอะมาก จำนวนคนดู คอมมูนิตี้ถ้าไม่แข็งแรงจริง อัลกอริที่มไม่เด้งคนให้มาหาเรา ก็ถือว่ามีผลมากกับยุคนี้ แต่โดยรวม TikTok ยังเป็นแพลทฟอร์มไลฟ์หลัก คนที่มาไลฟ์ให้ประสบความสำเร็จต้องหาเอกลักษณ์ตัวเอง เพราะมาในตลาดที่หลากหลาย และเทรนด์ไลฟ์ในไทยเริ่มบูม และยังมีหลายชาติในเอเชียที่มีครีเอเตอร์มาไลฟ์จริงจังมากขึ้น ดังนั้นต้องเพิ่มฐานแฟนคลับต่างชาติ ต้องพูดอังกฤษได้บ้าง”
‘ธนาวินท์ ดวงเนตร’ เจ้าของช่อง mawinawg คว้ารางวัล Silver Power League เล่าว่า ช่องของตัวเองเป็นวาไรตี้ไลฟ์สไตล์ นั่งพูดคุยทั่วไปกับคนในคอมมูนิตี้สลับเล่นดนตรี อาทิ ถ้ามีแฟนคลับส่งของขวัญมาก็ลุกเต้น ตัวเขามาจากนักแสดงซีรีส์วายมาก่อนและมีคู่จิ้นทำให้มีฐานแฟนคลับ จนมาเล่นดนตรีและมีวงดนตรี
“ติ๊กต่อกไลฟ์ช่วยให้คนรู้จักเรามากขึ้น บางคนอาจจะเคยเห็นเราแค่ในรูป ผ่านซีรีส์มา แต่ไม่เคยเห็นเรานั่งคุยกันจริงๆ ว่านิสัยอย่างไร พอมาไลฟ์ทำให้เรากับเขาเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่องงาน ไม่ได้ช่วยว่าเราจะมีงานเพิ่ม แต่ซัพพอร์ตเราในทุกอย่างที่เราทำ”
จากที่เขาสังเกตพฤติกรรมคนดูไลฟ์อยู่ที่กลุ่ม บางคนชอบดูการร้องเพลง ก็ไม่เข้าห้องพูดเลย คนชอบฟังพอดแคสต์ก็ไปช่องเฉพาะ ส่วนเขาเป็นสายเอนเตอร์เทน ก็มีฐานของคนที่ชอบแนวนี้มาดูกัน ซึ่งติ๊กต่อกไลฟ์ เป็นการพากลุ่มคนดูที่สนใจกันไปแต่ละกลุ่ม ซึ่งติ๊กต่อกวันนี้ถือเป็นแพลทฟอร์มที่เหมาะกับไลฟ์สุดแล้ว โอกาสของใครที่อยากเข้ามาเป็นครีเอเตอร์ยังมาได้ แม้อาจเหนื่อยกว่าเมื่อก่อนเพราะคนเข้ามามาก แต่คำแนะนำคือเมื่ออยู่หน้ากล้องไลฟ์ให้เป็นตัวเรามากที่สุดก็จะทำได้นาน
‘จารุวรรณ แก้วเนตร’ เจ้าของช่อง b_jk9009 แม้จะไม่ได้รางวัล แต่ช่องของเธอติดอันดับต้นๆ ของสายเต้น โดยได้ที่หนึ่งของประเทศ และ Top 8 ของโลก ซึ่งเธอเล่าว่าไลฟ์มาแล้ว 5 ปี เห็นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้คนที่ดูไลฟ์ ที่ชอบหลากหลายรูปแบบ ความที่ทำมานานเคยมีความคิดอยากเลิกไลฟ์มาหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังทำต่อ เพราะมีแฟนด้อมซัพพอร์ทต
“สาเหตุที่อยากเลิกอาจจะเพราะเราไลฟ์และไม่ได้เจอผู้คนจริงๆ เราใช้เวลาทุกวันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ซะส่วนมาก ตอนนั้นเลยมีช่วงเวลาที่เราอยากมูฟไป แต่ที่อยู่ได้เพราะแฟนคลับ การได้มาร่วมงาน TikTok Live Fest 2025 ประทับใจมาก เพราะเราต้องใช้ฐานแฟนคลับเยอะในการที่จะทำให้เรามาร่วมงานนี้ได้ ถามว่าที่ทำมา 5 ปี คุ้มค่าหรือไม่ คือคุ้มค่า ในการที่เรามีความฝันอยากได้รางวัลระดับโลกและยังเป็นไลฟ์ครีเอเตอร์เต็มตัว”
ปิดท้ายที่‘นญกร ศาลิคุปต’ เจ้าของช่อง mysugar179 จากแอร์โฮสเตทสาวที่ผันตัวมาเป็นไลฟ์ครีเอเตอร์เต็มเวลา โดยเพิ่งไลฟ์ครบ 1 ปี และได้รางวัลที่ 5 ของไทย สาขาแฟนด้อม และอันดับ 49 ของโลก ซึ่งเป็นคนไทยคนเดียวที่ติด 1 ใน 50 สาขานี้
“ช่องที่ทำเน้นพูดคุยสื่อสารเป็นครอบครัว ทุกคนเหมือนเป็นพี่น้อง เรื่องที่คุยหลักๆ ชีวิตประจำวัน อัพเดทเทรนด์ต่างๆ เล่าเรื่องต่างๆ พูดคุยส่งกำลังใจ ส่งความสุข และเปิดเพลง เน้นฟังสมูท และมีสตอรี่ของเรา
จุดเริ่มต้นอยากไลฟ์ เพราะอยากพูดคุยฮีลใจ แลกเปลี่ยนกัน ก่อนนี้เป็นแอร์โฮสเตทมา 10 ปี ถึงจุดเปลี่ยนชีวิต เลยอยากมาลองอะไรใหม่ๆ โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวของตัวเอง พอเห็นติ๊กต่อกมีไลฟ์สด เราเลยลองดู เพราะเป็นพื้นที่ของเราที่เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ และมอบความสุขให้คนดูได้ ทำทุกวันเหมือนไม่ใช่งาน เหมือนเป็นชีวิตประจำวันที่มาคุยกับทุกคน ก็เลยสนุกต่อเรื่อยๆ”
“ถ้ามองในเรื่องความคุ้มค่า เวลาที่ใช้ไปก็ถือว่าคุ้ม ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็มีเรื่องรายได้มาเกี่ยวข้อง แต่อีกด้านมันก็มีความสนุก อะไรใหม่ๆ ให้เราได้ชาเลนจ์ และอะไรใหม่ๆ ที่เราได้เรียนรู้ทุกวัน มีเพื่อนใหม่ๆ มีเพื่อนต่างชาติหลายประเทศที่มาเอนจอยกับเรา เป็นความสุขที่เราได้ให้และได้รับความสุขจากผู้ชม”
จากการพูดคุยกับครีเอเตอร์สายไลฟ์ทำให้เราได้เห็นภาพของคนตัวเล็กๆ ที่ออกมาเปิดไลฟ์เท่ากับเปิดตัวตน และปั้นพลังคอมมูนิตี้ขึ้นมาได้สำเร็จ