โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักเทรนด์ Sleep Tourism พร้อมเทคนิคจัดทริปง่ายๆ ด้วยตัวเอง ที่ทำให้ได้นอนพักผ่อน พักกายแบบ 100%

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เคยเป็นไหม ลาพักร้อนไปเที่ยวทั้งที แต่พอกลับมาถึงบ้านกลับรู้สึกเหนื่อยล้ากว่าเดิม เพราะตารางเที่ยวที่อัดแน่นตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จนร่างกายแทบไม่ได้พักผ่อนจริงๆ

อาการแบบนี้ที่ทำให้โลกแห่งการเดินทางยุคใหม่ ก่อกำเนิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Sleep Tourism” หรือการท่องเที่ยวเพื่อการนอนหลับขึ้นมา

ยุคที่คนทำงานเผชิญกับภาวะหมดไฟ (Burnout) และพักผ่อนไม่เพียงพอ การจัดกระเป๋าออกเดินทางเพื่อไป “นอนหลับให้สนิท” กลายเป็นความหรูหรา รูปแบบใหม่ที่หลายคนโหยหา

ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปทำความรู้จักเทรนด์นี้ให้ลึกซึ้งขึ้น พร้อมเทคนิคจัดทริป Sleep Tourism ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ที่รับประกันว่าจะได้ชาร์จแบตชีวิตกลับมาเต็ม 100% อย่างแน่นอน

Sleep Tourism คืออะไร ทำไมคนถึงยอมจ่ายเงินเพื่อไปนอน

Sleep Tourism คือ การท่องเที่ยวที่ยึดเอาการพักผ่อนและการนอนหลับอย่างมีคุณภาพเป็นเป้าหมายหลักของทริป แทนที่จะตื่นเช้าไปเช็กอินแลนด์มาร์ก หรือตระเวนกินร้านดังจนจุก นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเลือกใช้เวลาส่วนใหญ่ในที่พัก ปล่อยให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตามธรรมชาติ เป็นการหนีจากความวุ่นวาย ความเครียดสะสม และหน้าจอสมาร์ทโฟน เพื่อกลับมาโฟกัสที่นาฬิกาชีวภาพของตัวเองอีกครั้ง

เทคนิคจัดทริป Sleep Tourism ด้วยตัวเอง ฉบับมือใหม่

ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินหลักแสนเพื่อเข้าพักในคลินิกการนอนหลับหรือรีสอร์ตหรูระดับโลกเสมอไป แค่ปรับวิธีคิดและวางแผนตาม 5 ขั้นตอนนี้ ก็สามารถสร้างทริปฮีลใจด้วยตัวเองได้แล้ว

  • เลือกจุดหมายปลายทางที่ “เงียบสงบ”เป็นหลัก

หัวใจสำคัญของการนอนหลับคือสภาพแวดล้อม ลองตัดเมืองท่องเที่ยวที่วุ่นวายหรือย่านแสงสีเสียงออกไป แล้วมองหาสถานที่ที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ เช่น รีสอร์ตบนภูเขาที่อากาศเย็นสบายตลอดปี โฮมสเตย์ริมแม่น้ำที่ห่างไกลชุมชน หรือพูลวิลล่าส่วนตัวที่ไม่มีเสียงรถยนต์พลุกพล่าน เสียงของธรรมชาติ เช่น เสียงคลื่น ลมพัดใบไม้ หรือเสียงนกร้อง จะช่วยกล่อมประสาทให้ผ่อนคลายได้ดีที่สุด

  • ลงทุนกับ “ห้องพักและเตียงนอน”ให้มากที่สุด

เมื่อเป้าหมายหลักคือการนอน งบประมาณส่วนใหญ่ของทริปนี้จึงควรทุ่มไปที่คุณภาพของที่พัก ก่อนจองให้อ่านรีวิวหรือสอบถามทางโรงแรมเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเตียงและเครื่องนอน มีคุณภาพดีไหม บางโรงแรมระดับ 4-5 ดาวจะมี Pillow Menu หรือเมนูหมอนให้เลือกตามสรีระ ห้องพักควรมีผ้าม่านกันแสง (Blackout Curtains) แบบ 100% เพื่อไม่ให้แสงแดดยามเช้ามารบกวนการหลั่งเมลาโทนิน และหลีกเลี่ยงห้องพักที่อยู่ใกล้ลิฟต์ สระว่ายน้ำ หรือห้องอาหาร

  • ออกแบบตารางเที่ยวแบบ “Un-Itinerary”

กฎเหล็กของทริปนี้คือ “ห้ามตั้งนาฬิกาปลุก” ปล่อยให้ร่างกายตื่นเองตามธรรมชาติเมื่อสร่างจากความเหนื่อยล้า ไม่ต้องจองคิวร้านอาหารที่ต้องรีบตื่นไปต่อแถว ไม่ต้องมีเช็กลิสต์ว่าต้องไปคาเฟ่กี่แห่งในหนึ่งวัน อนุญาตให้ตัวเองได้ใช้ชีวิตช้าๆ นั่งจิบกาแฟริมระเบียงนานเป็นชั่วโมง หรือนอนงีบหลับตอนบ่ายได้อย่างไม่รู้สึกผิด

  • ประกาศกฎ Digital Detox ตัดขาดโลกโซเชียล

แสงสีฟ้าจากหน้าจอคือศัตรูตัวร้ายของการนอนหลับ ลองตั้งกฎกับตัวเองว่าจะปิดการแจ้งเตือนเรื่องงานทั้งหมด และงดเล่นโซเชียลมีเดียอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เปลี่ยนจากการไถฟีดสมาร์ทโฟน มาเป็นการอ่านหนังสือเล่มโปรด ฟังเพลงบรรเลง หรือพอดแคสต์เบาๆ เพื่อเตรียมสมองให้พร้อมเข้าสู่โหมดพักผ่อน

  • หากิจกรรมกล่อมเกลา

เพิ่มกิจกรรมที่ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและระบบประสาทเข้าไประหว่างทริป เช่น การแช่น้ำอุ่นในอ่าง การนวดสปาผ่อนคลายอโรม่า หรือการยืดเหยียดร่างกายเบาๆก่อนนอน

การจัดทริป Sleep Tourism ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือการแสดงความรักต่อตัวเองในรูปแบบที่ยั่งยืนที่สุด เพราะการพักผ่อนที่มีคุณภาพ คือรากฐานสำคัญที่ทำให้มีพลังกลับไปลุยงานและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จักเทรนด์ Sleep Tourism พร้อมเทคนิคจัดทริปง่ายๆ ด้วยตัวเอง ที่ทำให้ได้นอนพักผ่อน พักกายแบบ 100%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...