โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ผมชอบคนดี ผมอยากสนับสนุนคนดี” หลังฉาก 3 นายกฯ ‘คึกฤทธิ์-ทักษิณ-ประยุทธ์’ ทำไม ‘ชัช เตาปูน’ ไม่ทิ้งพีระพันธุ์?

TODAY

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 13.38 น. • TODAY

“ตอนนี้ออก ออกไปหมด เหลือ 2 คน วิทยา (แก้วภารดัย) กับผม”

นี่คือคำตอบที่หนักแน่นของชัชวาลล์ คงอุดม หรือ ‘ชัช เตาปูน’ ที่ทุกคนรู้จัก เมื่อถูกถามว่า “เลือกตั้ง 69 คือบทอวสานของอดีตพรรคทหาร อย่างพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่?”

แม่เขาจะยืนยันว่า นี่จะไม่ใช่จุดสิ้นสุดของพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ก็ยอมรับว่า บุคลากรระดับขุนพลไหลออกจากพรรคไปจำนวนมากเหมือนกัน

ในทางสังคม ชัช เตาปูน ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เขาถูกมองว่าเป็น ‘นักเลง’ ‘มาเฟีย’ ไปจนถึง ‘เจ้าของบ่อน’ และผู้ทรงอิทธิพลย่านเตาปูนตามฉายา

เช่นเดียวกับในทางการเมือง ชัช เตาปูน คือผู้อยู่หลังฉากนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน ตั้งแต่ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ทักษิณ ชินวัตร จนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ซีรีส์ Real Politik คุยการเมืองเรียลๆ กับคนการเมืองตัวจริงโดยสำนักข่าวทูเดย์ จะชวนถามคำถามสำคัญคือ วันนี้ทำไมชัช เตาปูน ถึงยังอยู่เบื้องหลังพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

[เจ้าของบ่อนแห่งเตาปูน สู่หลังบ้านผู้ดี คึกฤทธิ์ ปราโมช]

“สมัยนั้นพ่อให้วันละ 2 บาท ถ้านั่งรถเมล์ไปโรงเรียน ก็ไม่มีเงินกินข้าวกลางวัน”

นี่คือเส้นเรื่องวัยเด็กของชัชวาลล์ เริ่มต้นจากบ้านที่ครอบครัวยากจน แต่เข้าเรียนได้ด้วยโควตานักกีฬา

จนกระทั่งอายุได้ 16-17 ปี ก็ได้เห็นวงไฮโลในโต๊ะสนุ๊กเกอร์ ชัชวาลล์เล่าว่า สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่เงินบนผ้าไฮโล แต่เป็น ‘ค่าต๋ง’ ที่ไม่ว่ายังไง เจ้ามือก็ได้ชัวร์ๆ

“เขาเก็บต๋งอ่ะ อย่างลง 1,000 ก็ได้ 50 บาท กิน 1,000 ก็อีกร้อยนึง ผมก็นึกในใจว่า นี่มันเงินนี่หว่า ก็เลยคิดว่าโตขึ้นต้องเปิดบ่อนให้ได้”

จุดเริ่มต้นในวันนั้น ทำให้ชัชวาลล์ กลายเป็นชัช เตาปูน จากการเป็นผู้มีอิทธิพลย่านบางซื่อ ที่ในตอนนั้นยังถือว่าไกลปืนเที่ยง และเป็นพื้นที่ที่ทุกคนรู้จักกันหมด

แถมในสมัยก่อน บางซื่อถูกนับเป็นพื้นที่ทางการเมืองที่ต่อเนื่องมาจากเขตดุสิต ตรงนี้ทำให้ชัช เตาปูน เริ่มขยายบทบาทเข้าสู่การเมือง ในฐานะเบื้องหลังสำคัญของ ‘หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช’ ที่ตั้งใจลงสมัครเลือกตั้งแถบนี้

ในการเลือกตั้งปี 2518 หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรคกิจสังคม มี สส. อยู่ในมือ 18 เสียงแต่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ชัชวาลล์ที่อยู่เบื้องหลังช่วยหาเสียงคิดว่า หมดหน้าที่แล้ว จึงไม่ได้ไปมาหาสู่กับหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์อีก

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ จึงขอให้คนไปตาม พร้อมขอชัชวาลล์ให้เป็นลูกของคึกฤทธิ์อีกคน

“เอ็งเป็นลูกพ่อสักคนไหม ผมก็หัวเราะ เพราะสมัยก่อนสื่อบอกว่าท่านเป็นจอมกะล่อน ไอ้เราก็เชื่อสื่อ เราก็ยิ้ม” ชัชเล่าให้ทูเดย์ฟัง

“ไอ้xา กูพูดจริงนะ กูไม่รวยแต่มึงกินไม่หมด” หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ตอบกลับรอยยิ้มนั้น

แต่การกระทำสำคัญกว่าคำพูด ชัช เตาปูนเล่าว่า ตั้งแต่ตอนนั้นมา ขออะไรให้ใคร หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ก็ทำให้หมด ยกเว้นตัวเอง ที่ชัชวาลล์บอกว่า ไม่ขอรับแม้จะมีข้อเสนอให้เป็นรัฐมนตรี

“ท่านบอกว่า เอ็งเป็นนะลูกนะ จะให้ผมเป็นรัฐมนตรี ผมบอกผมไม่เอา”

“ทำไมไม่เอาลูก มันเป็นเกียรตินะ” หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ถามอย่างแปลกใจ

“ผมเปิดบ่อน ผมเอา พ่อ (คึกฤทธิ์) ก็โดนด่าสิ”

นี่เป็นคำตอบที่ทำให้ชัชวาลล์เชื่อว่า ทำให้หม่อมราชวงศ์คึกฤทธ์รักลูกคนนี้ เพราะมองว่าเขาเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว พร้อมสั่งเสียให้ชัช เตาปูนเป็นคนดูแลหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ไม่ให้ตายตามตัวเองไป

[จากคึกฤทธิ์ สู่ ‘ทักษิณ’ และ ‘ประยุทธ์’]

หลังรัฐธรรมนูญ 2540 บังคับใช้ ประเทศไทยมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ชัชวาลล์ตัดสินใจลงสมัครและได้เป็น สว.

จังหวะใกล้เคียงกัน ทักษิณ ชินวัตร ชนะเลือกตั้งใหญ่ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ชัช เตาปูน ได้เข้าไปมีส่วนช่วยผลักดันทางการเมืองเช่นกัน

“ตอนนั้นก็ยังชอบกันอยู่ ผมมองว่าอย่างนี้นะ ใครเก่ง ใครเป็นคนดีผมก็ช่วยเพื่อประเทศ .. ใครดีเราก็อยากช่วย เรามองว่าเขา (ทักษิณ) เก่ง”

แต่จุดหักเหสำคัญก็มาถึง ชัช เตาปูนย้อนถึงประเด็นละเอียดอ่อน ที่ทำให้ภาพที่เขามองทักษิณ ชินวัตร เปลี่ยนไป

“ผมมองนะ อาจจะมองผิด อย่างดา ตอร์ปิโด ตอนนี้เขาตายไปแล้ว ไปพูดถึงในหลวง ร.9 ไม่ดี ผมคิดว่าอยู่กับเขา แล้วทำไมไม่ห้าม ผมเลยเลิกคบกับเขา”

หลังจากนั้น ชัชวาลล์กลับไปหลบฉากอยู่ที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ที่นั่นนอกจากจะเป็นหนังสือพิมพ์ ยังเป็นสถานที่ที่เพื่อนฝูง หรือใครก็ตามที่อยากขอความช่วยเหลือ เข้าไปพูดคุยกับเขาเสมอ

จนกระทั่งปี 2554 หลังวิกฤติการเมืองที่ทำให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตจำนวนมาก ชัช เตาปูนกลับมามีแนวคิดเข้าสู่สนามการเมืองอีกครั้ง พร้อมๆ กับสมาคม อบต. แห่งประเทศไทย คิดจะตั้งพรรคการเมือง เพื่อผลักดันงบประมาณส่วนท้องถิ่นให้ได้มากขึ้น รวมถึงปัญหาการควบรวม อบต. ที่ฝ่ายนี้ไม่เห็นด้วย

สมาคม อบต. แห่งประเทศไทย มาขอความช่วยเหลือให้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ซึ่งในตอนนั้นร่วมงานกับชัช เตาปูนที่สยามรัฐ เข้ามาช่วยเป็นหัวหน้าพรรค แต่ดร.สมคิด ปฏิเสธ หวยจึงมาตกที่ชัช เตาปูน กลายมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ซึ่งได้ สส. 3 ที่นั่ง ในปี 2562

พรรคพลังท้องถิ่นไท เข้าร่วมรัฐบาล ที่มีหัวขบวนชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และจุดนี้เองที่ทำให้ชัช เตาปูน อยู่หลังฉากนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่ 3

แต่ความช่วยเหลือกับนายกฯ ประยุทธ์ อาจแตกต่างกับอดีตนายกฯ คึกฤทธิ์ และอดีตนายกฯ ทักษิณ เพราะความเกื้อกูลที่ชัช เตาปูนมอบให้ คือการขวางคลื่นใต้น้ำ จากเกมหักเหลี่ยม โค่นอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์

“ตอนที่ท่านจะโดนล้ม ท่านก็ให้ผมช่วย ช่วยพูดกับพวกที่จะล้ม 20 คน ผมก็พูดให้ไม่ล้มท่าน ก็เลยมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ท่านก็เลยบอกกับผมว่า พี่มาช่วยหน่อยนะ”

คำขอของพล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ชัชวาลล์ยอมย้ายมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“พลังท้องถิ่นไท ผมใหญ่คนเดียว เขานับถือเรา เขาเชื่อเรา แต่มารวมไทยสร้างชาติ เราก็ต้องฟังคณะกรรมการ แต่ผมเองก็ไม่ค่อยอะไร จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ”

[รวมไทยสร้างชาติไร้ประยุทธ์ แพแตก ทำไมอยู่ต่อ?]

เป็นที่รู้กันว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเกิดมาเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ในการเลือกตั้ง 2569 ไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ แล้ว แต่ชัช เตาปูน ก็ยังอยู่ที่พรรคนี้ เพราะ ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’

ในมุมมองของเขา พีระพันธุ์คือคนดีมากที่ต้องสนับสนุน โดยเฉพาะความพยายามจะลดค่าน้ำมัน และจัดการกับปัญหาค่าไฟ ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับนายทุนโดยตรง และส่งผลต่อสถานะของพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างชัดเจน

เมื่อถามถึงสิ่งที่หลายคนประเมินว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดอวสานของพรรครวมไทยสร้างชาติ เหมือนเป็นจุดจบของอีกหนึ่งพรรคทหารหรือไม่ ชัชวาลล์ปฏิเสธเสียงแข็ง โดยชี้ว่านี่คือข้อใส่ร้ายชัดเจน

“ผมว่าการที่คนไปบอกว่าเป็นพรรคทหาร มีคนพยายามเรียก เป็นการใส่ร้าย เพราะไปขัดผลประโยชน์ของพวกนายทุน ถ้าอยู่แล้วมานั่งเก้าอี้ รมว.พลังงาน พวกคุณ (นายทุนพลังงาน) ก็เสียกำไรไปเยอะไง เอาเปรียบประชาชน ผมสันดานนี้อยู่แล้ว ผมก็ไม่ยอม ผมถึงต้องอยู่ช่วยเขา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...