โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปลี่ยนไฟจราจรให้ฉลาด กทม.เร่งติดตั้ง Adaptive ครอบคลุมทางแยกหลัก ใช้เทคโนโลยี ช่วยแก้รถติดทั้งโครงข่าย มุ่งสู่ “เมืองเดินทางดี” สำหรับทุกคน

INN News

อัพเดต 03 มี.ค. เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. เวลา 04.07 น. • INN News

เปลี่ยนไฟจราจรให้ฉลาด กทม.เร่งติดตั้ง Adaptive ครอบคลุมทางแยกหลัก ใช้เทคโนโลยี ช่วยแก้รถติดทั้งโครงข่าย
มุ่งสู่ “เมืองเดินทางดี” สำหรับทุกคน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามการปรับปรุงระบบสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกพระโขนง พร้อมย้ำแนวทางสำคัญของกรุงเทพมหานครในการ “นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาเมือง” โดยเฉพาะปัญหาการจราจรที่สะสมมายาวนาน ผ่านการเปลี่ยนระบบควบคุมสัญญาณไฟจากแบบ Fixed Time สู่ Adaptive Control อย่างเป็นระบบทั่วกรุง

ในการนี้ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้อำนวยการเขตคลองเตย ผู้แทนกองบังคับการตำรวจจราจร และ สน.คลองตัน ร่วมให้ข้อมูลและนำเยี่ยมชมการทำงานของระบบ

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีทางแยกในความดูแล 746 แห่ง โดยกว่า 80% ยังเป็นระบบ Fixed Time หรือการตั้งเวลาไฟเขียว–ไฟแดงแบบคงที่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับปริมาณรถที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กทม.จึงเร่งอัปเกรดสู่ระบบ Adaptive ที่ใช้กล้อง CCTV และเทคโนโลยีประมวลผลภาพ (Image Processing) ตรวจจับปริมาณรถแบบ Real-time ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ตู้ควบคุมที่พัฒนาอัลกอริทึมใหม่ให้สามารถ “คิดและปรับไฟเอง” ตามสถานการณ์จริง

เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน กรุงเทพมหานครสรุปข้อเปรียบเทียบระหว่าง “ระบบเดิม” กับ “ระบบใหม่” ดังนี้
1. หลักการทำงาน
• ระบบ Fixed Time: ตั้งเวลาไฟเขียว–ไฟแดงตายตัวตามรอบที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่เปลี่ยนตามสภาพรถ
• ระบบ Adaptive: ปรับระยะเวลาไฟเขียว–ไฟแดงอัตโนมัติตามปริมาณรถจริงในแต่ละทิศทางแบบทันที

2. ความสอดคล้องกับสภาพจราจร
• ระบบ Fixed Time: ไม่ตอบสนองต่อชั่วโมงเร่งด่วน เหตุฉุกเฉิน หรือปริมาณรถที่เพิ่ม–ลดกะทันหัน
• ระบบ Adaptive: วิเคราะห์ความหนาแน่นและความยาวแถวคอย (Queue Length) ล่วงหน้าก่อนถึงแยกประมาณ
150 เมตร เพื่อจัดสรรเวลาไฟให้เหมาะสมที่สุด

3. ปัญหาที่พบบ่อย
• ระบบ Fixed Time: เกิด Lost Green Time (ไฟเขียวแต่ไม่มีรถ) และ Grid Lock (รถติดค้างกลางแยก) ทำให้การจราจร
ทั้งระบบชะงัก
• ระบบ Adaptive: มีระบบ Grid Lock Protection หากตรวจพบว่าด้านหน้าระบายรถไม่ได้ จะตัดไฟเขียวทันที เพื่อ
ป้องกันรถขวางกลางทางแยก

4. ประสิทธิภาพที่วัดผลได้
• ระบบ Fixed Time: ความล่าช้าสะสมสูง โดยเฉพาะในจุดตัดสำคัญ
• ระบบ Adaptive: จากผลนำร่อง 74 ทางแยก ในช่วงปี 2567–2568 สามารถลดความล่าช้าได้เฉลี่ย 10–41% โดยบางจุด
เช่น แยกสามเหลี่ยมดินแดง ลดได้สูงสุดถึง 41% ขณะที่แยกพระโขนง (ฝั่งถนนพระรามที่ 4) ลดเวลารอจาก 12 นาที
เหลือเพียง 5–6 นาที

5. ผลกระทบต่อประชาชน
• ระบบ Fixed Time: ประชาชนเสียเวลาโดยไม่จำเป็น สิ้นเปลืองพลังงาน และเพิ่มมลพิษจากการจอดรถติด
• ระบบ Adaptive: ช่วยประหยัดเวลาเดินทาง ลดการใช้น้ำมัน ลดการปล่อยไอเสีย และเพิ่มความคล่องตัวของทั้งโครงข่าย
ถนน

สำหรับแผนปี 2569 กรุงเทพมหานครเตรียมติดตั้งระบบ Adaptive เพิ่มอีก 50 ทางแยก และมีแผนต่อเนื่องอีก 20 ทางแยกในอนาคต โดยจะเน้นจุดตัดสำคัญที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย เพื่อให้การบริหารจัดการสัญญาณไฟมีความสอดประสานทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับเวลาของสัญญาณไฟจราจร แต่คือการติดตั้ง “สมองกล” ให้กับทางแยกทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้สัญญาณไฟสามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้เองตามสภาพจราจรจริง และยังคงพัฒนาระบบเพื่อให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นี่คือการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ลดปัญหารถติดอย่างยั่งยืน คืนเวลาที่มีค่าให้ประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ให้เดินทางได้สะดวก คล่องตัว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ตามเป้าหมายของนโยบาย
“เดินทางดี” อย่างแท้จริง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...