ดร.ศราวุฒิ เปิด 3 ฉากทัศน์สงคราม ไพ่ตายใบสุดท้ายอิหร่านสะเทือนโลก
สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางก้าวสู่จุดวิกฤตสูงสุดอีกครั้ง เมื่อการเผชิญหน้าระหว่าง อิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายจุดทั่วยุทธภูมิ
ภายหลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน อายาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และข่าวลือการลอบสังหาร "อาราฟี่" หนึ่งในสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ที่ถูกวางตัวให้รักษาการ นำมาสู่การจับตาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจครั้งใหญ่ในระบอบการปกครองของกรุงเตหะราน
สุญญากาศผู้นำ และกลไกสืบทอดอำนาจตามรัฐธรรมนูญ
ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์สถานการณ์สงคราม ผ่านรายการ”ฐานทอล์ค” ช่องเนชั่นทีวี ระบุว่า อิหร่านกำลังใช้ มาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อประคองตัวผ่านวิกฤต โดยการจัดตั้ง "สภาผู้นำชั่วคราว" ประกอบด้วย แมสอูด เพเซชคียอน ประธานาธิบดี, หัวหน้าฝ่ายตุลาการ และตัวแทนจากสภาผู้พิทักษ์
กระบวนการสรรหาผู้นำสูงสุดคนใหม่จะตกอยู่ในมือของ "สภาผู้เชี่ยวชาญ" (Assembly of Experts) จำนวน 88 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการศาสนาที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ในอดีตการเลือกผู้นำคนใหม่จะใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมง แต่ในสภาวะสงครามและความไม่แน่นอนปัจจุบัน การเลือกผู้นำอาจถูกเลื่อนออกไปเพื่อความปลอดภัย หรืออาจมีการประกาศรายชื่อที่ผู้นำสูงสุดคนเดิมที่คาดว่า คาเมเนอีเคยส่งไว้ให้สภาผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแบบลับๆ ก่อนหน้านี้แล้ว
กลยุทธ์ และอำนาจที่แท้จริงของ IRGC
เป้าหมายสำคัญของสหรัฐฯ และอิสราเอลในการโจมตีครั้งนี้ คือการแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่า ระบอบการปกครองของอิหร่านนั้นเปราะบาง และพร้อมจะล่มสลาย อย่างไรก็ตาม ดร.ศราวุฒิ มองว่าอิหร่านยังคงมีความแข็งแกร่งภายในจากกองกำลัง IRGC หรือ กองทัพปฏิวัติอิสลาม ที่มีกำลังพลกว่า 150,000 นาย พร้อมด้วยกองกำลังติดอาวุธ กึ่งทหาร "บาซิจ" (Basij) ที่ยังรวมตัวเป็นปึกแผ่นและไม่มีสัญญาณของการแปรพักตร์
ในภาวะสงครามเช่นนี้ อำนาจการตัดสินใจอาจถูกถ่ายโอนจาก "ผู้นำศาสนา" ไปสู่ "นายทหารระดับสูงของ IRGC" ซึ่งเป็นกลุ่มที่คุมอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง หากสิ่งนี้เกิดขึ้น อิหร่านจะเปลี่ยนโหมดการปกครองเป็น "ผู้นำทางการทหาร" ที่มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจทำสงครามมากยิ่งขึ้นเพื่อความอยู่รอดของระบอบ
ช่องแคบฮอร์มุซ ไพ่ตายของอิหร่าน
แม้อิหร่านจะถูกมองว่าอ่อนแอลงจากการสูญเสียพันธมิตรในภูมิภาคไปบางส่วน แต่อิหร่านยังมีไพ่หลายใบในมือ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ฮูซี่ ในเยเมนที่พร้อมปิดทะเลแดงอีกครั้ง ,กลุ่ม ฮิซบุลเลาะห์ ในเลบานอนที่ระดมยิงขีปนาวุธใส่ทางเหนือของอิสราเอล และกองกำลังในอิรักที่พุ่งเป้าโจมตีฐานทัพอเมริกันในเอร์บิล
กระนั้น อิหร่านยังคงระมัดระวังที่จะไม่ดึงชาติอาหรับรอบข้างให้กลายเป็นศัตรูเหมือนเหตุการณ์ สงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1991 ที่ซัดดัม ฮุสเซน เคยทำพลาดไว้ อิหร่านจึงเน้นการโจมตีไปที่ "ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ" ในดินแดนเหล่านั้นแทน เพื่อกดดันให้ชาติอาหรับไปล็อบบี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ยุติสงคราม
ส่วนไพ่ใบสุดท้ายอย่างการ "ปิดช่องแคบฮอร์มุซ" นั้น อิหร่านจะยังไม่ใช้ในทันทีเพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจของจีนซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก และกระทบต่อรายได้ของอิหร่านเอง ยกเว้นแต่ว่าระบอบการปกครองจะถึงจุดหลังพิงฝา และเสี่ยงต่อการล่มสลายจริงๆ นั่นคือวันที่อิหร่านจะตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุซ
จุดเปลี่ยน "นิวเคลียร์"
ประเด็นที่โลกกังวลที่สุดคืออาวุธนิวเคลียร์ เดิมทีอายาตุลเลาะห์ คาเมเนอี เคยออก "ฟัตวา" หรือ คำวินิจฉัยทางศาสนา ว่าห้ามผลิตอาวุธนิวเคลียร์เพราะผิดหลักคำสอน แต่เมื่อผู้นำสูงสุดเสียชีวิต ดร.ศราวุฒิ วิเคราะห์ว่าผู้นำคนใหม่อาจปรับเปลี่ยนฟัตวานี้ได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยปัจจุบันอิหร่านสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้ถึง 60% ซึ่งเข้าใกล้ระดับที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ การกดดันที่รุนแรงจากสหรัฐฯ และอิสราเอลอาจกลายเป็นตัวเร่งให้อิหร่านประกาศตัวเป็น "มหาอำนาจนิวเคลียร์" เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคง
3 ฉากทัศน์สงคราม: ใครจะเป็นผู้ถอย
ดร.ศราวุฒิ สรุปฉากทัศน์ (Scenarios) ที่อาจเกิดขึ้นไว้ 3 ทางหลัก
- การเปลี่ยนระบอบอย่างรวดเร็ว (Regime Change): สหรัฐฯ โจมตีและนำฝ่ายต่อต้านขึ้นสู่อำนาจ แต่เป็นไปได้ยากเพราะอิหร่านมีศักยภาพทางการทหารสูง
- สงครามยืดเยื้อและสงครามกลางเมือง: ระบอบเดิมล่มสลายแต่เกิดความวุ่นวายภายในคล้ายอิรักหรือซีเรีย ซึ่งจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจโลก
- สงครามนอกรูปแบบ (Unconventional War): การก่อการร้ายลับหรือการลอบสังหารบุคคลสำคัญ ซึ่งสนามรบอาจขยายตัวมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย
สุดท้ายดร.ศราวุฒิ วิเคราะห์ว่า ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" พยายามเผด็จศึกทางอากาศเพื่อทำลายโครงสร้างยุทธศาสตร์และนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ด้วยแรงกดดันจากการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ปัญหาเงินเฟ้อ และราคาน้ำมันที่พุ่งสูง สหรัฐฯ อาจจำต้องยอมลงจาก บันไดแห่งสงคราม และเลือกใช้การเจรจาหยุดยิง หากเห็นว่าต้นทุนของสงครามเริ่มสูงเกินกว่าที่ฐานเสียงทางการเมืองจะรับได้