โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AI ที่คุณใช้ เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 02.29 น.

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

AI ที่คุณใช้

เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

ในปัจจุบันผู้ช่วยส่วนตัวประจำอุปกรณ์สมาร์ตจากค่ายต่างๆ ล้วนถูกปรับให้มีสถานะทางเพศที่เป็นกลาง ไม่เอียงไปทางชายหรือหญิงทางใดทางหนึ่ง

เริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อให้ฟังแล้วไม่สามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นชื่อผู้ชายหรือผู้หญิง

ส่วนเสียงที่ใช้นั้นผู้ใช้ก็สามารถเลือกปรับเอาตามชอบได้

กว่าจะมาเป็นกลางแบบทุกวันนี้ หากมองย้อนกลับไปคนที่ใช้งานผู้ช่วยส่วนตัวมานานหลายปีก็จะมีความคุ้นเคยไปแล้วว่า ผู้ช่วยที่ฝังมากับอุปกรณ์เหล่านี้ควรจะเป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็น Siri ของ Apple, Alexa ของ Amazon หรือ Cortana ของ Microsoft ที่แม้ชื่อจะไม่ได้บ่งบอกเพศในทันที แต่ในช่วงต้นเสียงของผู้ช่วยส่วนตัวเหล่านี้ล้วนเป็นเสียงของผู้หญิงทั้งนั้น

ทำไมเราถึงจะต้องใส่ใจว่า ผู้ช่วยส่วนตัวควรจะมาพร้อมเสียงผู้หญิงหรือเสียงผู้ชาย เสียงของใครก็น่าจะเหมือนกัน ในเมื่อนี่คือเทคโนโลยีที่มีหน้าที่ทำตามคำสั่งและตอบสนองความต้องการของเราไม่ใช่หรือ

ทุกวันนี้ผู้ช่วยส่วนตัว AI ได้ฝังตัวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว

เราไม่ได้แค่ถามพยากรณ์อากาศกับมันเหมือนสมัยที่เราใช้งานผู้ช่วย AI ช่วงแรกๆ

แต่ความเก่งของมันทำให้เราเปิดใจยอมรับให้มันเข้ามามีบทบาทในชีวิตหลากหลายด้าน

ตั้งแต่การช่วยเราทำงาน ไปจนถึงการเปิดอกคุยกับ AI

ใช้ AI เป็นที่บำบัดอารมณ์บ้าง ระบายอารมณ์บ้าง สารพัดจะบอกรักหรือด่าทอ AI

แต่ไม่ว่าจะใช้งานมันแบบไหน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ในที่สุดเราก็จะค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์และเริ่มพึ่งพา ผูกพัน ผู้ช่วย AI ของเรามากขึ้นเรื่อยๆ

ลองมาย้อนดูว่า ทำไมเสียงของ AI ถึงเป็นผู้หญิงตั้งแต่แรก

เว็บไซต์ Tech Radar บอกว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีคำตอบสั้นๆ ที่ตายตัว มันอาจจะเริ่มมาจากการที่ผู้ช่วยส่วนตัวสั่งการด้วยเสียงนั้นเริ่มต้นมาในยุคที่การบันทึกเสียงเพื่อให้บริการลูกค้ามักจะเป็นเสียงผู้หญิงเป็นหลัก

ดังนั้น เสียงของ AI จึงถูกตัดสินใจให้เป็นผู้หญิงไปโดยปริยาย

การใช้เสียงผู้หญิงในงานให้บริการลูกค้าไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นในยุคดิจิทัล เพราะงานให้บริการ ประชาสัมพันธ์ หรือลูกค้าสัมพันธ์ก็ล้วนเป็นงานที่รู้กันว่าสงวนไว้ให้สำหรับผู้หญิงเป็นหลักมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานโอเปอเรเตอร์โทรศัพท์ เลขาฯ หรือพนักงานต้อนรับ และเป็นสิ่งที่ทำกันมาอย่างเหนียวแน่น

ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ยุคที่ทุกอย่างเริ่มเป็นดิจิทัล บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาผู้ช่วย AI จึงออกแบบเทคโนโลยีของตัวเองให้เป็นไปตามความคุ้นเคยนี้

ย้อนกลับมาที่คำถามว่า แล้วทำไมงานของการที่ต้องใช้เสียงในการให้บริการและสานความสัมพันธ์จะต้องเป็นเสียงของผู้หญิงด้วย

เคยมีงานวิจัยที่เสนอว่าเสียงของผู้หญิงทำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกรื่นหูมากกว่า ให้ความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจได้มากกว่า และมีปฏิสัมพันธ์ด้วยง่ายกว่า แต่ก็ไม่ได้มีหลักฐานสนับสนุนที่แน่นหนาเพียงพอ

บางคำกล่าวอ้างบอกว่า เราชอบเสียงผู้หญิงมากกว่าเพราะเป็นเสียงที่ได้ฟังมาตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดา แต่ในความเป็นจริงผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มันเป็นแบบนั้นในช่วง 8 เดือนแรกของชีวิตเท่านั้นแหละ

หลังจากนั้นไปมนุษย์เราก็จะเริ่มพัฒนาความชอบไปในตามแบบฉบับของตัวเองแล้ว ไม่ได้มีอะไรที่กำหนดว่าเราจะต้องชอบเสียงผู้หญิงมากกว่าเสมอไปจนโตเป็นผู้ใหญ่

สื่อเองก็มีผลเช่นเดียวกัน ในภาพยนตร์ไซ-ไฟหลายเรื่องจินตนาการว่า AI จะต้องมาในรูปแบบของเพศหญิง โดยเฉพาะบทบาทของหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือมนุษย์

ทั้งหมดนี้เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เราคุ้นเคยกับคอนเซ็ปต์ว่า ผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยทำหน้าที่ในการช่วยเหลือเราควรจะมาพร้อมกับความเป็นเพศหญิง หรือเสียงของผู้หญิงนั่นเอง

ถ้าทุกวันนี้เราสามารถกำหนดเองได้หมดว่า จะให้เสียงของผู้ช่วย AI เราเป็นเสียงแบบไหน แล้วเราจะใส่ใจไปทำไมว่า AI ต้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

ผลการศึกษาในปี 2024 ภายใต้หัวข้อ “The femininization of AI-powered voice assistants” อธิบายว่า การกำหนดให้ AI เป็นเสียงของผู้หญิงอาจจะนำไปสู่ความลำเอียงที่เกิดขึ้นได้ในหลากหลายทางและหลากหลายระดับ

เมื่อเรากำหนดให้เสียงของผู้ให้บริการเป็นเสียงของผู้หญิงก็อาจจะไปสร้างความคาดหวังให้ว่า เพศไหนเป็นเพศที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำ หรือเพศไหนเป็นเพศที่ควรต้องเป็นผู้ตามหรือผู้ช่วย

ถึงแม้ว่าตอนนี้ผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงจะไม่ได้แสดงออกว่าเป็นเพศใดเพศหนึ่งอีกแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข้อกำหนดหรือมาตรฐานที่ชัดเจนในเรื่องเกี่ยวกับการออกแบบ AI โดยไม่ตอกย้ำการเหมารวมทางเพศ

ทาง Tech Radar เสนอว่า การมีตัวเลือกเสียงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี นอกจากนี้ก็ยังต้องมีการปรับเปลี่ยนในด้านอื่นๆ เช่น ทีมที่พัฒนา AI ควรจะเป็นทีมที่มีความหลากหลายทางเพศ

ทุกวันนี้ผู้หญิงมีบทบาทที่ค่อนข้างน้อยในการพัฒนา AI โดยมีผู้หญิงอยู่ในทีมพัฒนาเพียงแค่ประมาณ 22-26 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

หากต้องการให้ AI เป็นเทคโนโลยีที่มีความเป็นมิตรต่อทุกเพศ และไม่ตอกย้ำภาพเหมารวมของเพศใดเพศหนึ่งก็ต้องเริ่มตั้งแต่แนวคิดในกระบวนการพัฒนา AI เลย เพราะถ้าไม่เข้าไปแทรกแซงตั้งแต่ขั้นตอนนี้ เทคโนโลยีก็จะเป็นตัวก่อร่างสร้างวัฒนธรรม แล้ววัฒนธรรมก็ย้อนมาก่อร่างสร้างเทคโนโลยีอีกที

วนลูปกันไปแบบนี้ไม่มีวันจบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AI ที่คุณใช้ เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...