โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิริยะไม่หวือหวาปีนี้ขอโต4% เน้นบริการพร้อมรับภัยเสี่ยง

ทันหุ้น

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 11.00 น.

#วิริยะประกันภัย #ทันหุ้น- วิริยะ ประเมินภาพรวมปีนี้โต 4%หลังเศรษฐกิจดูไม่แน่นอน ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยังกดดัน เดินหน้า 3 กลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ เน้นเสริมแกร่งงานบริการให้พร้อมทุกวิ…รับภัยเสี่ยงสามารถเคลม และบริการได้ไว

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มองว่า ปี 69 ภาพรวมเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้วางเป้าหมายการเติบโตไว้ไม่สูงมากที่ 4% ด้วยตัวเลขเบี้ยรับรวมคาดว่าจะอยู่ที่ 44,646 ล้านบาท แยกเป็นเบี้ยประกันรถ (Motor) อยู่ที่ 38,865 ล้านบาท โต 3% และเบี้ยประกันที่ไม่ใช่รถ (Non Motor) อยู่ที่ 5,780 ล้านบาท เติบโต9.7%

เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปี2569 บริษัทจึงวางกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจไว้ 3 ด้าน โดย นายอมร กล่าวว่า กลยุทธ์แรกเน้นยกระดับคุณภาพงานบริการให้ดียิ่งขึ้น เช่นการนำ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจสภาพรถ การเคลมผ่านมือถือเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วให้กับลูกค้า รวมถึงการเคลมแบบช่องทางพิเศษ (Fast Track) ของประกันสุขภาพ

กลยุทธ์ที่ 2 ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven) เป็นการนำฐานข้อมูลเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ทั้ง ด้านบริการ และผลิตภัณฑ์ประกันภัย ครอบคุลมทั้งประกันภัยรถ และประกัน Non Motor เช่นจากสถานการ์น้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้เมื่อปีที่ผ่านมา พบว่าลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ประกันภัยรถยนต์อีกต่อไป แต่ยังต้องการความคุ้มครองด้านทรัพย์สินเพิ่มขึ้น และจากตรงนี้ก็ทำให้วิริยะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้

และในส่วนของกลยุทธ์สุดท้าย เน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับงานที่ขยายตัว และความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงมากขึ้น

“ในปีที่ผ่านมา น้ำท่วมภาคใต้เป็นอีกบทพิสูจน์ประสบการณ์ของวิริยะ ในการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยขนาดใหญ่ ด้วยระบบงานเคลมที่ไร้รอยต่อ สามารถส่งต่อต่างๆ ไปยังศูนย์บริการ สาขาในพื้นที่ใกล้เคียงได้โดยไม่ติดขัด ทำให้เราสามารถบริการด้านเคลมให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็มีพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้วย”

นายอมร กล่าวด้วยว่า บริษัทมีความพร้อมอย่างเต็มศักยภาพในการรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 79 ปี และมีความเชี่ยวชาญจากการได้บริหารจัดการภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ระดับเล็กไปจนถึงวิกฤติขนาดใหญ่ โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการด้านสินไหมทดแทนจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และ ‘ปฏิบัติการ First AID’ ที่นำมาใช้จนเป็นผลสำเร็จต่อเนื่องมากกว่าทศวรรษ ทั้งความพร้อมในการสำรวจ ประเมินความเสียหาย และการประสานเครือข่ายรถยกลากเพื่อกู้รถยนต์ออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างทันท่วงที การจัดซ่อมที่ได้มาตรฐานผ่านเครือข่ายศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย

ประกอบกับบริษัท มีสาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 160 แห่ง ที่พร้อมดูแล เยียวยา และชดเชยค่าสินไหมให้แก่ผู้เอาประกันภัยอย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และเป็นธรรม ตลอดไปถึงการประสานพลังเครือข่ายวิริยะจิตอาสาทั่วไทย รวมถึงหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดทำถุงยังชีพ และมอบสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเคียงข้างผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง

นายอมร ยอมรับว่า ในปี 2568ที่ผ่านมา วิริยะค่อนข้างได้รับผลกระทบมากจากภัยแผ่นดินไหวและภัยน้ำท่วม โดยมีสินไหมประมาณ 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทมีการทำประกันภัยต่อไว้ ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทก็มีความแข็งแกร่งแม้ภาพรวมอันตราสินไหมทดแทน (Loss ratio) จะสูงถึง 72% ก็ตาม โดยในปีที่ผานมา ผลประกอบการยังคงทำกำไรประมาณ 1,600 ล้านบาท มีสินทรัพย์กว่า 68,166 ล้านบาท เงินกองทุน 34,160 ล้านบาท โดยความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 357.21% (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568)

ส่วนผลประกอบในปี 2568 บริษัท มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 42,923 ล้านบาท เติบโต 5% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor) 37,654 ล้านบาท เติบโต 3.5% และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) 5,269 ล้านบาท เติบโต 17.09%

“ในปีที่ผ่านมาภัยจากธรรมชาติ ค่อนข้างส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจประกันวินาศภัย และเราเชื่อว่าความเสี่ยงดังกล่าวยังคงมีอยู่ต่อเนื่องในปีนี้ แต่เรามีความพร้อมในการรับมือ ทั้งเรื่องของระบบการเคลม การบริการและการช่วยเหลือลูกค้า ขณะที่ต้นปีก็มีเรื่องของการปะทะกันระหว่าง สหรัฐ และอิหร่าน จนนำไปสู่ความกังวลด้านต้นทุนพลังงาน แต่กระนั้น ยังเร็วไปที่เราจะประเมินว่าผลจากเหตุการณ์นี้จะทำให้ผู้คนหันมาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV มากขึ้น”

นายอมร กล่าวต่อไปว่า ประกัน EV วิริยะยังเป็นเบอร์หนึ่งด้วยตัวเลขส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 40% มีเบี้ย ประมาณ 2,800 ล้านบาท ภาพรวมของพอร์ตยังคงขาดทุนอยู่ แต่ก็ยังคงเดินหน้ารับประกันต่อ เพียงแต่อาจปรับเบี้ย ให้เหมาะสมกับความเสี่ยง แต่จะปรับเฉพาะกลุ่ม และรุ่นที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้นเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...