“ราคาน้ำมันโลก” พุ่งแรง สัปดาห์เดียว +21% เหตุสงครามอิหร่าน
“ราคาน้ำมันโลก” พุ่งขึ้นแรงที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี หลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซทำให้สัปดาห์เดียวเพิ่มขึ้นกว่า 21%
วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 05.32 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี หลังสถานการณ์สงครามกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายครั้ง
*ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) พุ่งขึ้น 8.51% หรือเพิ่มขึ้น 6.35 ดอลลาร์ ปิดที่ 81.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นการปรับขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2563*
ขณะที่ น้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.93% หรือ 4.01 ดอลลาร์ ปิดที่ 85.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นรวมแล้วประมาณ 21% ภายในสัปดาห์นี้
ในสหรัฐฯ ราคาน้ำมันเบนซินสำหรับผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 27 เซนต์ต่อแกลลอน จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ค่าเฉลี่ย 3.25 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ตามข้อมูลของสมาคมผู้ใช้รถยนต์ AAA โดยระบุว่าการปรับขึ้นในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นครั้งล่าสุดในเดือนมีนาคม 2565 หลังจากรัสเซียบุกยูเครน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังเตรียมดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์เปิดเผยว่าสหรัฐอาจจัดให้มีการประกันความเสี่ยงทางการเมือง และจัดเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน
ด้านอิหร่านอ้างว่าได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง ตามรายงานของสื่อทางการ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ต้นสัปดาห์ และขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่พยายามผ่านเส้นทางดังกล่าว
กองทัพเรืออังกฤษรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเกิดการระเบิดขนาดใหญ่บนเรือบรรทุกน้ำมันที่จอดทอดสมออยู่ในน่านน้ำของอิรัก โดยกัปตันเรือรายงานว่ามีเรือขนาดเล็กแล่นหนีออกจากพื้นที่หลังเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ลูกเรือทุกคนปลอดภัยและไม่มีไฟไหม้เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากเจ้าของเรือกังวลต่อสถานการณ์ความปลอดภัยที่ผันผวน โดยช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญของโลก คิดเป็นประมาณ 20% ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาว่าสถานการณ์จะกลับมาปลอดภัยสำหรับการเดินเรือพาณิชย์ได้เมื่อใด
นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลยังไม่ต้องการกำหนดไทม์ไลน์ที่ชัดเจนในขณะนี้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
“เราไม่ต้องการกำหนดกรอบเวลาในตอนนี้ แต่เรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการประเมินอย่างต่อเนื่องโดยทั้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงพลังงาน”
อ้างอิง : www.cnbc.com