“ทรัมป์” ชี้ “อิหร่าน” อยากทำดีลมากกว่าสหรัฐ จับตาเจรจานิวเคลียร์รอบใหม่ที่เจนีวา
"ทรัมป์" ชี้ "อิหร่าน" อยากทำดีลมากกว่าสหรัฐ จับตาเจรจานิวเคลียร์รอบใหม่ที่เจนีวา โดยขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหาร หากอิหร่านไม่ยอมให้คำมั่นเรื่องโครงการนิวเคลียร์
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.55 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงมากกว่าสหรัฐ ก่อนการเจรจารอบใหม่กับกรุงเตหะราน ท่ามกลางการเสริมกำลังทหารของสหรัฐในตะวันออกกลาง และความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทรัมป์ ระบุในการพบปะก่อนการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ว่า ประเด็นติดขัดสำคัญที่ยังขวางข้อตกลงอยู่ คือการที่อิหร่านปฏิเสธจะให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยสหรัฐและอิหร่านมีกำหนดจัดการเจรจาในวันพฤหัสบดีนี้ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมุ่งเน้นไปที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นหลัก
ด้านAbbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับรายการ “Face the Nation” ของ CBS ว่า เขายังคงจัดทำข้อเสนออยู่ และผู้นำทางการเมืองในกรุงเตหะรานยังไม่ได้ให้ไฟเขียวต่อข้อเสนอดังกล่าว พร้อมระบุว่า เนื้อหาจะพยายามตอบโจทย์ความกังวลและผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย และจะนำไปหารือกันที่เจนีวาเพื่อพยายามบรรลุข้อตกลงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดีการเจรจาในรอบก่อนหน้ายังไม่สามารถสร้างความคืบหน้าเชิงสาระได้ ขณะที่ทรัมป์ยังคงขู่พิจารณาการโจมตีทางอากาศแบบจำกัดต่ออิหร่าน ด้าน Masoud Pezeshkian ประธานาธิบดีอิหร่าน โพสต์บน X ว่าการเจรจาล่าสุดให้สัญญาณเชิงบวก แต่เตือนว่าอิหร่านเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังวอชิงตันเพิ่มการปรากฏตัวทางทหารในภูมิภาค และทรัมป์เตือนว่า สิ่งเลวร้ายอย่างยิ่งจะเกิดขึ้น หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงเกี่ยวกับอนาคตของโครงการนิวเคลียร์ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นออกจากสถานทูตสหรัฐในกรุงเบรุต ท่ามกลางคำเตือนเรื่องความเป็นไปได้ของการโจมตีทางอากาศ
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านว่า เตหะรานส่งสัญญาณพร้อมยอมผ่อนปรนบางประการ เช่น การส่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงครึ่งหนึ่งออกนอกประเทศ การเจือจางส่วนที่เหลือ และเข้าร่วมจัดตั้งกลไกเสริมสมรรถนะระดับภูมิภาค แต่มีเงื่อนไขให้สหรัฐยอมรับสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันขยับขึ้นในวันพุธ จากความกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลาม หากการเจรจาล้มเหลว โดยนักวิเคราะห์จาก Swissquote Bank ระบุว่า หากสถานการณ์บานปลาย ราคาน้ำมันดิบสหรัฐอาจทะลุ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีโอกาสขยับเข้าใกล้ 80 ดอลลาร์ แม้การปรับขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์มักเป็นเพียงชั่วคราวและอาจตามมาด้วยการปรับฐานในภายหลัง
อ้างอิง : www.cnbc.com