โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทำไม “โทนเนอร์แพด” ถึงเป็นบิวตี้ไอเท็มยอดนิยม ที่ทุกแบรนด์ต้องทำขาย ?

TODAY

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 09.24 น. • TODAY

ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็ต้องได้ยินคนพูดถึงกิตติศัพท์ความปังของ “โทนเนอร์แพด” (Toner Pads) เสมอ โดยเฉพาะความโกลว์ใส ผิวเล่นแสง ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนขึ้น จนกลายเป็นบิวตี้ไอเท็มยอดนิยมของปี 2025 ที่สาว ๆ ต้องมีติดบ้าน และอยู่ในสกินแคร์รูทีนแบบขาดไม่ได้แล้วอะไรที่ทำให้เจ้าแผ่นคอตตอนบาง ๆ แต่ชุ่มฉ่ำด้วยเอสเซนส์แน่น ๆ ขึ้นแท่นเป็น A Must Item หรือวงการที่หลายคนเข้าแล้วออกไม่ได้ ?

[ ตอบโจทย์เทรนด์ “Skip-Care” ]

ย้อนกลับไปช่วง 4-5 ปีก่อน เทรนด์การดูแลผิว 10 ขั้นตอน ที่ได้รับอิทธิพลจาก “K-Beauty” หรือความงามตามแบบฉบับของสาวเกาหลีใต้ เป็นที่นิยมอย่างมาก และถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นต้นแบบของสกินแคร์รูทีนที่ผู้คนเชื่อว่าจะนำไปสู่การมีผิวสวยสุขภาพดีแต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนกลับพบว่าการดูแลผิว 10 ขั้นตอน ที่ต้องเริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างพิถีพิถัน และค่อย ๆ ไล่สเต็ปจากการใช้น้ำตบ เซรั่ม ชีทมาสก์ ไปจนถึงการลงมอยซ์เจอไรเซอร์ ไม่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตที่เร่งรีบ

ขณะที่บางคนก็เจอปัญหาผิวระคายเคืองหนักจากการใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์หลายตัวพร้อม ๆ กันทำให้เกิดเทรนด์การดูแลผิวแบบใหม่ในช่วงต่อมา นั่นคือ “Skip-Care” หรือการลงสกินแคร์แบบ “น้อยแต่มาก” ใช้ผลิตภัณฑ์เพียง 3-4 ชิ้น สร้างสกินแคร์รูทีนที่เรียบง่าย ข้ามขั้นตอนที่ไม่จำเป็น แต่เน้นผลลัพธ์ในการดูแล และแก้ปัญหาผิวอย่างตรงจุดซึ่งการมาของ “โทนเนอร์แพด” ค่อนข้างตอบโจทย์เทรนด์ Skip-Care เพราะแค่แปะแผ่นแพดที่ผิวหน้าราว 5-10 นาที ก็จะได้รับการบำรุงจากเอสเซนส์เข้มข้นที่ซึมอยู่ในแผ่น

สามารถข้ามขั้นตอนการใช้โทนเนอร์และเซรั่มได้ ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าและออกไปใช้ชีวิตหรือบางคนก็ใช้โทนเนอร์แพดเป็น “มินิมาสก์” แปะบนใบหน้าเฉพาะจุด เพื่อเติมความชุ่มชื้น และปลอบประโลมผิว แทนการใช้ชีทมาสก์แผ่นใหญ่ ๆ ที่ต้องรอหลายสิบนาที เพื่อดึงประสิทธิภาพของมาสก์ออกมาให้ได้มากที่สุดเท่ากับว่า “โทนเนอร์แพด” เป็นบิวตี้ไอเท็มอเนกประสงค์ ที่สามารถใช้งานได้แบบ “Many-in-1” ตามความต้องการ

[ พลังของ “World of Mouth” ]

หากเจาะมาที่ความนิยมของ “โทนเนอร์แพด” ในประเทศไทย ต้องยอมรับว่าพลังของ “World of Mouth” หรือการบอกต่อแบบปากต่อปากมีผลมาก เริ่มจากการใช้งานในกลุ่มเมคอัพอาร์ทติส หรือช่างแต่งหน้าที่แนะนำลูกค้าของตนเองก่อนจะขยายการรับรู้มายังกลุ่ม KOLs และอินฟลูเอนเซอร์ที่ “ป้ายยา” พร้อมรีวิวผลลัพธ์หลังใช้งาน

โดยเฉพาะการช่วยลดอุณหภูมิผิวให้เย็นลง เครื่องสำอางเกาะผิวดีขึ้น จนคนทยอยไปซื้อตาม และเกิดการบอกต่อมาเรื่อย ๆ

[ แบรนด์ไทยทำถึง-ราคาย่อมเยา ]

แม้พลังของการบอกต่อจะทำให้โทนเนอร์แพดเป็นบิวตี้ไอเท็มสุดฮอตที่คนต้องการใช้ แต่ช่วงแรก ๆ ในตลาดมีเพียงตัวเลือกจากแบรนด์ต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่มีราคาสูง (กระปุกละ 500 บาทขึ้นไป) และไม่มีตัวเลือกไซส์พกพา หลายคนจึงยังลังเลที่จะซื้อมาลองใช้ เพราะต้องการคุมงบประมาณกับสกินแคร์รูทีนของตนเอง และกลัวไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โทนเนอร์แพดกลายเป็นสินค้าสำหรับกลุ่ม “พรีเมียมแมส” และอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งของหลายคนได้สำเร็จ คือการเข้ามาของ “แบรนด์ไทย” ในฐานะผู้เล่นคนสำคัญอีกราย

โดยใช้จุดเด่นด้าน “ราคา” ที่ย่อมเยากว่าแบรนด์จากต่างประเทศ (กระปุกละ 300-400 บาท) เข้าสู้ รวมถึงมีการทำไซส์พกพาเจาะกลุ่มที่ต้องเดินทาง และกลุ่มที่ต้องการทดลองใช้ก่อนซื้อแบบเต็มกระปุกที่สำคัญยังชูความแตกต่างด้วย “นวัตกรรม” ที่แตกต่างจากโทนเนอร์แพดทั่วไป ซึ่งเป็นแผ่นคอตตอนสีขาวอัดแน่นด้วยเอสเซนส์ฉ่ำ ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นแพดเป็นสีดำที่มีส่วนผสมหลักเป็นถ่านบินโชตัน หรือ Activated Chacoal ช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการกระชับรูขุมขน และแผ่นแพดล่องหน หรือแผ่นแพดแบบเจลลี่ที่อุ้มน้ำ

และเกาะผิวได้ดีกว่าแผ่นคอตตอนแบบดั้งเดิมรวมถึงบางแบรนด์ก็เริ่มทำแผ่นแพดเป็นรูปทรงอื่น ๆ นอกจากสี่เหลี่ยมและวงกลม เช่น รูปดาว เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการยึดเกาะบนใบหน้า และเป็นกิมมิกเก๋ ๆ ที่ต่างจากแบรนด์อื่นด้วย

อย่างไรก็ตาม ลูกเล่นต่าง ๆ ที่เพิ่มเข้ามาให้โทนเนอร์แพดมีความหลากหลาย และคุณสมบัติในการใช้งานมากขึ้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่แต่ละแบรนด์งัดไม้เด็ดมาคว้าใจลูกค้าของตนเอง ซึ่งในอนาคตคงมีอะไรใหม่ ๆ มาเสิร์ฟตลาดอีกแน่นอน ถือเป็นเรื่องดีที่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ จะมีตัวเลือกในการคัดสรร “สิ่งที่ใช่” ให้กับตนเองมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...