โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ซูกิชิ’ เน้นกำเงินสด รุกสินค้าเร่งโต พักรบร้านอาหาร เหตุแข่งราคาเดือด!

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปี 2568 บทสรุปของธุรกิจร้านอาหารแข่งขันดุเดือดมาก โดยเฉพาะในสังเวียนหม้อร้อนหรือสุกี้ ชาบู เพราะบิ๊กแบรนด์ไม่เพียงลุยโมเดล “บุฟเฟต์” แต่เซ็กเมนต์ “ความคุ้มค่า”หรือ Budget ระเบิดสงครามราคาเต็มสูบ สุดท้ายลงเอยด้วย“กำไรลด” ถ้วนหน้า

“ซูกิชิ” แบรนด์ร้านอาหารที่อยู่ในตลาดา 25 ปี จุดเริ่มต้นคือ “สุกี้ยากี้สายพานเจ้าแรก” เปิดให้บริการที่ทองหล่อ 11 จากนั้นปรับเปลี่ยนโมเดล สู่ “ปิ้งย่างสไตล์เกาหลี” และสร้างการเติบโต

3-4 ปีที่ผ่าน “ซูกิชิ” มีการขยายพอร์โฟลิโอแตกแบรนด์ใหม่ๆมากมาย รวมถึงขยายไลน์สู่การสร้างสรรค์สินค้าเพื่อบุกช่องทางค้าปลีก(Retail) ผลักดันการเติบโต เบ่งอาณาจักรพันล้าน

นพดล จิระวราพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ รัตนวรรณ จิระวราพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ฉายภาพว่า แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารปี 2569 ยังมีความท้าทายต่อเนื่องจากปี 2568 โดยเฉพาะ “การแข่งขันที่รุนแรง” ทำให้บริษัทต้องวางแผนดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม และพร้อม “กำเงินสด” ไว้ในมือดีกว่านำไปลุยตลาดแล้วต้องเจ็บตัวหรือ “กำไรลดลง”

“ปีนี้สถานการณ์ภายนอกไม่ค่อยดี ส่วนการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารปี 2569 รุนแรงไม่แพ้ปีก่อน”

“ซูกิชิ” มีร้านอาหารในพอร์ตโฟลิโอหลากหลาย แบรนด์เรือธงอย่าง “ซูกิชิ" ปื้งย่างยังยืนหนึ่ง แต่มีแบรนด์ใหม่เสริมทัพ ทั้ง Bogeul Bogrill ชาบู สุกี้ และซูชิระดับพรีเมียม ช่วงปีที่ผ่านมายังปั้น Suki King ลงสนามสุกี้ที่คุ้มค่าหรือ Budget ด้วย เป็นการย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของธุรกิจอีกครั้ง เสริมด้วย Bar B Q King เน้นความคุ้มค่าเช่นกัน และมีร้านขนาดเล็กลงอย่าง King Kaku ที่พร้อมรังสรรค์อาหารเซ็ตราคา 200 บาท เจาะตลาด แบรนด์ Woo Gogi บาร์บีคิวเกาหลีพรีเมียม มีสาขาที่ศูนย์การค้าวัน แบงค็อก มีร้านเครื่องดื่ม WaWaCha เสิร์ฟลูกค้า

ที่สำคัญ 3-4 ปีที่ผ่านมา บริษัทยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อขายผ่านช่องทางร้านค้าปลีก เช่น น้ำจิ้มซูกิชิ และกิมจิ สินค้าเรือธงหรือHero Products และปัจจุบันยังเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอให้หลากหลายขึ้น

แผนธุรกิจปี 2569 “นพดล” และ “รัตนวรรณ” บอกว่าการขยายร้านอาหารยังมีต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่เชิงรุก อย่างร้านซูกิชิ จะเปิดเพิ่ม 2-3 สาขา Bogeul Bogrill เล็งเปิด 2-3 สาขาใหม่ และ King Kaku จะเปิดเพิ่มราว 10 สาขา ภายใต้เงื่อนไขทำเลดี มีศักยภาพ หากไม่ตอบโจทย์พร้อม “กำเงินสดไว้”

“การเปิดสาขาใหม่ของร้านอาหารเราจะเน้นดูทำเล ถ้าไม่ตอบโจทย์ ไม่มีศักยภาพ ก็กำเงินสดไว้ก่อน ต้องพิจารณาองค์ประกอบในการเปิดร้านใหม่มากขึ้น เรายังมอง 2 ปีมานี้ เศรษฐกิจ กำลังซื้อไม่มากนัก จึงเปิด King Kaku ที่สอดรับสถานการณ์ตอนนี้”

ปี 2568 บริษัทมีร้านอาหารทุกแบรนด์เปิดให้บริการทั้งสิ้น 57 สาขา เฉพาะซูกิชิมี 41 สาขา ปี 2569 เห็นการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ เมื่อสาขาใหญ่อย่าง“ซูกิชิ” ใช้พื้นที่หลัก 250 ตารางเมตร(ตร.ม.) ลงทุนราว 20 ล้านบาทต่อสาขา แต่บริษัทการ “เร่ง” หรือ Speed ธุรกิจ จะใช้ร้าน King Kaku ที่ย่อไซส์ลงมาขนาด 100 ตร.ม. และใช้เงินลงทุนเพียง 5-7 ล้านบาทต่อสาขา เป็นหมากรบสำคัญ เจาะทำเลอาคารสำนักงาน คอมมูนิตีต่างๆ

อีกทั้งการเลือกร้านเปิดยังต้องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภคด้วย

“ตอนนี้ผู้บริโภคกำลังซื้อน้อย เราจะนำแบรนด์ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อไปลงหรือขยายสาขาให้บริการแก่ลูกค้า ส่วนหนึ่งเพราะร้านใหญ่อย่างซูกิชิต้นทุนการลงทุนสูงถึง 20 ล้านบาทต่อสาขา แต่ถ้า King Kaku ลงทุนราว 5-7 ล้านบาทเท่านั้น”

แบรนด์อื่นขยาย แต่สุกี้ยากี้ ปิ้งย่างเน้นความคุ้มค่า “Suki King” Bar B Q King” ต้องจำศีลไว้ก่อน ไม่เปิดสาขา จากแผนเดิมตั้งใจจะขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับข้อเสนอที่ดีด้านทำเลเปิดร้าน

“ปิ้งย่างและสุกี้ Budget เราชะลอไว้ก่อน ด้วยสงครามราคาแบบนี้ ให้พี่ใหญ่สู้กันไปก่อน แล้วเราค่อยๆดูสถานการณ์ตลาดอีกครั้ง”

25 ปีของ “ซูกิชิ” ล้วนเติบโตด้วยการสร้างแบรนด์ของตัวเอง ทว่า บริบทโลกธุรกิจเปลี่ยน “ทางลัด” สู่การขยายอาณาจักรมีหลากหลาย ปี 2569 จะเห็น “บิ๊กมูฟ” และเตรียมจัดอีเวนต์ใหญ่ ในการนำ 2 แบรนด์ ได้แก่ เบเกอรีดังจากเกาหลีใต้มาเปิด และขนมจากญี่ปุ่นที่ขายในเอเชีย มาเปิดที่ไทย ส่วนรูปแบบกำลังพิจารณาทั้ง “ร่วมทุน” และไลเซส์ “แฟรนไชส์”

“บริษัทเราไม่เคยนำเข้าแบรนด์มาก่อน ปกติลุยสร้างแบรนด์ด้วยตัวเอง เราพิจารณาแบรนด์ใหม่จากเกาหลีและญี่ปุ่นมานานแล้ว”

อีกน่านน้ำใหม่ของบริษัท คือการพัฒนาสินค้าขายผ่านห้างค้าปลีกต่างๆ น้ำจิ้มซูกิชิ ซิกเนเจอร์จากร้าน จะมีการปรับบรรจุภัณฑ์และขนาดใหม่เป็น 250 มิลลิลิตร(มล.) จาก 170 มล. ขายผ่านร้านสะดวกซื้อเช่นเดิม“กิมจิ” นอกจากขายในประเทศ จะเห็นการ “ลุยตลาดต่างประเทศ” อาศัยจุดแข็งไทยมีผักหลากชนิดเพื่อรังสรรค์กิมจิ

ทั้งนี้ จากสถานการณ์สู้รบ“สหรัฐ-อิหร่าน” ทำให้บริษัทต้องเกาะติดอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้กำลังเจรจากับคู่ค้าพันธมิตรเพื่อรับคำสั่งซื้อ(ออเดอร์)

สินค้าปลีก(retail)ในปี 2569 จะเห็นการ “ผนึกกำลัง”(Collabs) กับพันธมิตรมากขึ้น เพื่อออกสินค้าใหม่ ซึ่งตามแผนประกาศไว้มากกว่า 10 รายการ เช่น Aro X Sukishi ออกสินค้า 3 รายการขาย Lotus’s X Sukishi 1 รายการ และอื่น Farmsuk X Sukishi 2 รายการ หมูชีวาหรือ Cheeva X Sukishi รานการ และ PFP X Sukishi 2 รายการ ฯ ล่าสุดบริษัทจัดการแข่งขัน "Pack to the Future" เพื่อให้นิสิต นักศึกษาปล่อยไอเดียในการรังสรรค์บรรจุภัณฑ์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก ความสวยงาม และนวัตกรรม Packaging ที่รักษารสชาติได้ยาวนาน และยังเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่หรือ GenZ ด้วย

ภายใต้บริบทโลกไม่แน่นอน ปัจจัยเสี่ยงยังมีต่อเนื่อง แม้แผนธุรกิจจะครบเครื่อง ทว่า “นพดล” และ “รัตนวรรณ” ขอตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ระมัดระวังเติบโต 3-5%

“เราตั้งเป้าโตเท่าปีก่อน ซึ่งปี 2568 บริษัทปิดยอดขาย 1,600 ล้านบาท เติบโต 3% เพราะปีนี้สิ่งที่ท้าทายของธุรกิจคือการแข่งขันรุนแรงมาก ปี 2569 เราจึงให้ความสำคัญกับการบุกสินค้าปลีกหรือรีเทล ผลักดันสัดส่วนรายได้แตะ 20% จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% ซึ่งสินค้ายังทำกำไรได้ดี และมีโอกาสไปต่างประเทศด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...