โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"เคทีซี-TTAA" ชี้ตะวันออกกลางกระทบความเชื่อมั่น นักเดินทางบางส่วน เลื่อน-เลิกเที่ยวบินหนีสงคราม แต่เปิดโอกาสดีดึงเข้าตลาดเอเชีย

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 12.57 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 12.57 น. • TOP NEWS

วันนี้(11 มี.ค.) บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)หรือ “เคทีซี” ได้จัดสัมภาษณ์พิเศษ ( Group Interview) เรื่องท่องเที่ยวไทยท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลก: โอกาสในวิกฤต โดยนายโชติช่วง ศูรางกูร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหนุ่มสาวทัวร์ และนางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี”ณ อาคารสมัชชาวาณิช 2 สุขุมวิท 33 นายโชติช่วง ระบุว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เริ่มส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักเดินทางบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีแผนเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางฝั่งตะวันตก ซึ่งบางรายเริ่มพิจารณาทางเลือก เช่น การเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่ไม่มีเที่ยวบินตรง ขณะที่นักเดินทางรายใหม่มีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเพื่อประเมินสถานการณ์ หรือเปลี่ยนจุดหมายไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียแทน ทั้งนี้มองว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาวปัจจัยที่ต้องติดตามมากกว่าคือ ราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจโลกในหลายด้าน ทั้งต้นทุนการเดินทาง ค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งล้วนส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน มองว่า ผลกระทบอาจเกิดขึ้นกับบางธุรกิจ เช่น ธุรกิจโรงพยาบาลที่มีลูกค้าตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยนักท่องเที่ยวจากยุโรป ซึ่งคิดเป็นประมาณ 23% หรือประมาณ 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด อาจได้รับผลกระทบมากกว่า และเริ่มมีสัญญาณการยกเลิกการจองบางส่วนแล้ว นายโชติช่วง ระบุว่า แม้วิกฤตในครั้งนี้อาจสร้างความผันผวนในระยะสั้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็อาจเป็นโอกาสให้การท่องเที่ยวจากประเทศในเอเชียมายังประเทศไทย รวมถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศมีบทบาทมากขึ้น โดยประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว เช่น การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ การสร้างแลนด์มาร์คและอาหารท้องถิ่นให้เป็นจุดขาย ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ระดับโลก (Local to Global) และยกระดับเมืองท่องเที่ยวให้เดินทางสะดวกและปลอดภัย เพื่อสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจตลอดเส้นทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สำหรับภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound) ในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยลดลงเล็กน้อยจากปี 2567 ซึ่งมีประมาณ 35 ล้านคน โดยปัจจัยหนึ่งมาจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียลดลงประมาณ 500,000 คนเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมของไทยอาจมีจำกัด เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคดังกล่าวเดินทางเข้ามาประเทศไทยประมาณ 1 ล้านคนต่อปี ขณะที่ภาพรวมนักท่องเที่ยวขาออก (Outbound) ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวไทยไม่ได้นิยมไปท่องเที่ยวในตะวันออกกลาง โดยจะนิยมเป็นบางประเทศ เช่น อียิปต์ พร้อมยอมรับว่ามีการยกเลิกการจองเที่ยวบินเดิมเกิดขึ้นจริง แต่นักท่องเที่ยวได้รีบุ๊คไปกลุ่มประเทศเอเชียและกลุ่มประเทศปลอดภัย แทน ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอของภาคการท่องเที่ยวต่อรัฐบาลใหม่ นายโชติช่วง ระบุว่า ได้เตรียมเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติโรงแรม และระเบียบข้อบังคับทางธุรกิจที่ล้าสมัย ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงแรมประมาณ 100,000 แห่ง แต่มีผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องเพียง ประมาณ 15,000–16,000 แห่ง หรือไม่ถึง 20% ของทั้งหมด โดยสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากผู้ประกอบการตั้งใจทำผิดกฎหมาย แต่เป็นเพราะ กฎระเบียบเดิมไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ และกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกัน กระบวนการขอใบอนุญาตยังมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน จึงต้องการให้ภาครัฐ ปรับลดขั้นตอนและปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจยุคใหม่ พร้อมเสนอให้ภาครัฐ ปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก 20% เหลือ 10–15% เป็นระยะเวลา 2–3 ปี เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัททัวร์ส่วนใหญ่ที่เป็น SME และได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงการแก้ไขปัญหา ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซ้ำซ้อน อีกด้วย ผู้สื่อข่าวถามถึงกระเเสข่าวการควบรวมระหว่างกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬากับกระทรวงวัฒนธรรม โดยแยกเรื่องกีฬาออกไปในมุมมองของผู้ประกอบการเป็นอย่างไร นายโชติช่วง ระบุ ส่วนตัวมองว่ากระทรวงบ้านเรามีเยอะเกินไปหากสามารถที่ยุบรวมก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่เรื่องของนโยบายและก็ทิศทางของกระทรวงนั้นๆมากกว่า นางสาววริษฐา ระบุว่า แม้ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างความผันผวนในบางช่วงเวลา แต่หากสามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทั้งในด้านความคุ้มค่า ความสะดวก และประสบการณ์การเดินทาง ก็จะสามารถสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยได้ในระยะต่อไป

โดยปัจจุบัน เทรนด์การท่องเที่ยวได้เปลี่ยนไป แม้จะยังมีมีแนวโน้มเติบโต แต่รายจ่ายนักท่องเที่ยวต่อคนลดลง และนักท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้เลือกเพียงจุดหมายปลายทางแต่ให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์ระหว่างการเดินทาง มากขึ้น เช่น การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Eat Tourism) หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) นางสาววริษฐา กล่าวอีกว่า จากข้อมูลการใช้จ่ายของสมาชิกพบว่า จังหวัดท่องเที่ยวหลักยังคงมีสัดส่วนการใช้จ่ายสูง เช่น ชลบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา ภูเก็ต และระยอง ขณะเดียวกันจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ และเมืองรอง เริ่มมีการเติบโตของการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเช่น กาญจนบุรี มียอดการใช้จ่ายเติบโต 20% และพระนครศรีอยุธยามียอดการใช้จ่ายเติบโต 12% ส่งผลให้ภาพรวมยอดใช้จ่ายผ่านบัตร เดือน ม.ค.- ก.พ.69 เติบโต 9% โดยตั้งเป้าทั้งปี 2569 จะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 5% อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...