โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทรัมป์ ประกาศ “ชนะสงครามแล้ว” แต่อิหร่านตอบโต้ทันที โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้อิรัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 04.46 น.

อิหร่านยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลาง หลัง ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐ “ชนะสงครามแล้ว” พร้อมเตือนราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์

วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 10.15 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิหร่านได้ยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการขนส่งในตะวันออกกลาง โดยมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันสองลำถูกโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้ในน่านน้ำอิรัก ขณะที่ผู้นำทางทหารของอิหร่านเตือนว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อตอบโต้คำกล่าวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าสหรัฐได้ชนะสงครามแล้ว

สงครามซึ่งเริ่มต้นเมื่อเกือบสองสัปดาห์ก่อนจากการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 2,000 คน และสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานและระบบขนส่งทั่วโลก ความขัดแย้งยังลุกลามไปทั่วภูมิภาคและทำให้หลายประเทศเตรียมระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ เพื่อลดแรงกระแทกจากวิกฤตราคาน้ำมันที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970

กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เปิดเผยว่า มีเด็กมากกว่า 1,100 คนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ จากความรุนแรงของสงครามครั้งนี้

ระหว่างการปราศรัยในรัฐเคนทักกี ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐได้ชนะสงครามแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องดำเนินการต่อจนกว่าจะจบภารกิจอย่างสมบูรณ์

ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันซึ่งพุ่งขึ้นเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะลดลงมาใกล้ 90 ดอลลาร์ ได้ปรับตัวขึ้นอีกเกือบ 5% ในวันพุธ และยังคงเพิ่มขึ้นต่อในการซื้อขายในเอเชีย ท่ามกลางความกังวลใหม่เกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง และตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวตามทิศทางเดียวกัน

โฆษกกองบัญชาการทหารของอิหร่าน กล่าวเตือนว่าโลกควรเตรียมรับมือราคาน้ำมันที่อาจพุ่งขึ้นถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลโดยระบุว่า เสถียรภาพของราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับความมั่นคงของภูมิภาค ซึ่งสหรัฐเป็นฝ่ายทำให้เกิดความไม่มั่นคง

เจ้าหน้าที่ท่าเรือและบริษัทด้านความปลอดภัยทางทะเลเปิดเผยว่า เรือเร็วติดวัตถุระเบิดของอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกเชื้อเพลิงสองลำในน่านน้ำอิรัก ทำให้เกิดเพลิงไหม้และมีลูกเรือเสียชีวิตหนึ่งราย หลังจากก่อนหน้านี้มีเรือพาณิชย์อย่างน้อยสามลำถูกโจมตีด้วยอาวุธในอ่าวเปอร์เซีย

นักวิเคราะห์ มองว่า การโจมตีครั้งนี้อาจเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการประกาศของ สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ที่เสนอให้ระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ 400 ล้านบาร์เรล เพื่อควบคุมราคาน้ำมัน ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงตลาดพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า การตัดสินใจของ IEA จะช่วยลดราคาน้ำมันได้อย่างมาก ขณะที่ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ คริส ไรต์ ระบุว่า สหรัฐจะเริ่มระบายน้ำมันจาก คลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) จำนวน 172 ล้านบาร์เรล ตั้งแต่สัปดาห์หน้า

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าเรือจะสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่มีน้ำมันประมาณ หนึ่งในห้าของอุปทานโลก ผ่านเส้นทางนี้

โฆษกกองทัพอิหร่าน ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่านอย่างสมบูรณ์ ขณะที่กลุ่มประเทศ G7 ได้แก่ สหรัฐ แคนาดา ญี่ปุ่น อิตาลี อังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส กำลังพิจารณามาตรการจัดกองเรือคุ้มกันเพื่อให้เรือพาณิชย์สามารถเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียได้

ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐได้ทำลายเรือรบของอิหร่านไปแล้ว 58 ลำ และอิหร่านกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวระบุว่าอิหร่านได้วาง ทุ่นระเบิดจำนวนหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อน

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว ABC รายงานว่า FBI ได้เตือนถึงความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจใช้โดรนโจมตีชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ แต่ทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามดังกล่าว

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังเตือนว่าอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธที่เป็นพันธมิตรอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสหรัฐในอิรัก รวมถึงสถานที่ที่ชาวอเมริกันใช้บริการ

เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิสราเอล ระบุว่า เป้าหมายของปฏิบัติการทางทหารคือการยุติความสามารถของอิหร่านในการขยายอิทธิพลทางทหารในภูมิภาค และทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดย กองทัพอิสราเอล ระบุว่า ยังมีเป้าหมายทางทหารอีกจำนวนมากที่ต้องโจมตี รวมถึงฐานขีปนาวุธและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์

ในขณะที่ราคาน้ำมันและราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเด็นด้านพลังงานจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของสงครามครั้งนี้

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...