ตำรวจสั่งคุมเข้มทั่วประเทศ สกัดจับลักลอบส่งออก-กักตุน-โก่งราคาน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
วานนี้ (11 มีนาคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) เรียกประชุมด่วนกำลังพลตำรวจทั่วประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางและมาตรการป้องกันการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกประเทศ รวมถึงปราบปรามการกักตุนและฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างไม่เป็นธรรม
โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นการตอบรับคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตลอดจนป้องกันภาวะขาดแคลนพลังงานภายในประเทศและไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อของการถูกเอารัดเอาเปรียบ
สำหรับมาตรการเชิงรุกในการสกัดกั้นน้ำมันเถื่อน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดและทันที โดยในส่วนของการป้องกันพื้นที่ทางบก ได้สั่งการให้มีการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดตลอดเส้นทางการขนส่ง ครอบคลุมตั้งแต่บริเวณคลังน้ำมันต้นทางไปจนถึงพื้นที่แนวชายแดนทั่วประเทศ ขณะที่การปฏิบัติการทางทะเล กองบังคับการตำรวจน้ำได้จัดส่งเรือตรวจการณ์กว่า 30 ลำ ออกลาดตระเวนเพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดตามแนวรอยต่อทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมธุรกิจพลังงาน กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน และกรมศุลกากร เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันและเฝ้าระวังพฤติกรรมการกักตุนสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยใช้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมสั่งการ (CCOC) ทำหน้าที่บริหารจัดการและควบคุมการปฏิบัติงานในภาพรวมอย่างเคร่งครัด
ทางด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย ได้กล่าวเน้นย้ำพร้อมส่งคำเตือนขั้นเด็ดขาดไปยังกลุ่มผู้ประกอบการและพ่อค้าคนกลางที่คิดจะฉวยโอกาสในช่วงวิกฤตพลังงานนี้ว่า หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบพฤติกรรมการลักลอบส่งออก กักตุนสินค้า หรือโก่งราคาน้ำมัน ผู้กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาหนักทันที ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และต้องระวางโทษปรับในอัตราสูงสุด
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันจุดยืนในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มประสิทธิภาพและเด็ดขาด เพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนไม่ให้ถูกซ้ำเติมจากสภาวะภาระค่าครองชีพและปัญหาน้ำมันราคาแพง