แนะทางแก้วิกฤตน้ำมัน
ตอนนี้เรื่องร้อนเร่งด่วนของประเทศเห็นจะเป็นวิกฤตน้ำมัน ที่ไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้รัฐบาลจะเร่งแก้ แต่ยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน จนเกิดภาพประชาชนต่อคิวเติมน้ำมันกันแถวยาวเหยียดทั่วประเทศ หลายปั๊มน้ำมันขายจนหมด ต้องติดป้ายน้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่ง
จากสถานการณ์ดังกล่าวทำผู้นำประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมกันแทบทุกวัน ล่าสุดเรียกประชุมด่วนศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าว และวันนี้ จันทร์ที่ 16 มีนาคม ยังเป็นวันสุดท้ายในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลด้วย
และในวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ หลายกูรูและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานต่างออกมาแสดงความเห็นและข้อเสนอแนะถึงรัฐบาล รวมถึงอดีตพรรคเจ้ากระทรวงพลังงาน อย่าง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต รมว.พลังงาน ที่ได้ออกมาเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่หลายครั้ง
ล่าสุด “เอ๋-อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่มารับหน้าที่ สส.ป้ายแดง แทนนายพีระพันธุ์ ได้ยืนยันก่อนเข้าทำหน้าที่ในสภา ว่าศรัทธาในความตั้งใจของนายพีระพันธุ์ นโยบายเสรีพลังงานสะอาดและการปฏิรูปเครดิตบูโร และจะทำให้สำเร็จ แม้มี สส. 2 คนเราก็สู้ พร้อมขอบคุณนายพีระพันธุ์และกองเชียร์รวมไทยสร้างชาติ ที่ให้โอกาสได้ไปทำงานในสภาอีกครั้ง ยืนยันจะทำสุดฝีมือ!
โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันและพลังงานที่พรรครวมไทยสร้างชาติเดินหน้าร่างกฎหมายมาช่วยประชาชนตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว กระทั่งในสถานการณ์วิกฤตขณะนี้ “สส.เอ๋” นั่งไม่ติด ออกมาชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาถึงรัฐบาลว่า
“กองทุนน้ำมันใช้ตรึงราคาผิดเวลา โรงกลั่นกำไร! ผมย้ำว่าเครื่องมือที่ต้องออกมาใช้ทันทีคือ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ใช้อำนาจนายกฯ สั่งตรึงราคาน้ำมันและห้ามส่งออก เพราะตอนนี้เป็นน้ำมันสต๊อกเก่าเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ส่วนกองทุนน้ำมันใช้ชดเชยตอนน้ำมันล็อตใหม่ในต้นทุนที่แท้จริง อย่าปล่อยให้โรงกลั่นกำไรเกินควร! ในสภาวะขาดแคลนน้ำมันต้องใช้เครื่องมือให้ถูกที่ถูกเวลา”
งานนี้เจ้าตัวสุดทน! หลังเคยออกมาเสนอแนวทางดังกล่าวแล้ว รอบนี้ขอออกมาย้ำซ้ำอีกครั้ง เผื่อจะไปถึงหูผู้บริหารประเทศบ้าง.
บรรจง