สงครามทุบเชื่อมั่นท่องเที่ยว Q2 สทท.คาดนักท่องเที่ยวปี’69 เหลือ 32 ล้านคน
สภาท่องเที่ยวเผยดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวโค้งแรกสัญญาณเติบโตดี ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่ม อานิสงส์จีนยกเลิกเที่ยวญี่ปุ่น ชี้ปัจจัยท้าทายยังเพียบ ทั้งสิ้นสุดไฮซีซั่น เศรษฐกิจโตเปราะบาง หนี้ครัวเรือนสูง สงครามอิหร่าน-สหรัฐ ค่าบาทแข็ง คาดไตรมาส 2 ปัญหาตะวันออกกลางทุบเชื่อมั่นร่วง ปรับคาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติปี’69 เหลือ 32 ล้านคน
นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย (Thailand Tourism Confidence Index) ในช่วงไตรมาส 1/2569 พร้อมคาดการณ์สถานการณ์ในช่วงไตรมาส 2/2569 ว่า จากการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจำนวน 740 รายทั่วประเทศ ระหว่าง 10 กุมภาพันธ์-10 มีนาคม 2569 พบว่า ไตรมาส 1/2569 (มกราคม-มีนาคม 2569) เป็นช่วงที่มีทั้งสัญญาณการเติบโตที่สดใสจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น
โดยมีดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวอยู่ที่ระดับ 81 ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน (อยู่ในระดับ 72) แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่อยู่ในระดับ 83
ธุรกิจโรงแรมที่พักมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 62% โดยกรุงเทพฯสูงที่สุดที่ 66% ตามด้วยภาคตะวันออกและภาคใต้ 64% ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเข้าพักต่ำสุดที่ 55%
Q1 สัญญาณบวกแรง
นายชัยกล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ไตรมาส 1/2569 มีทิศทางที่ดีมาจาก 2 เรื่องหลัก คือ 1.การที่รัฐบาลจีนจำกัดการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงปลายปี 2568 โดยจีนอ้างว่าพลเมืองจีนอาจได้รับอันตรายหรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมในญี่ปุ่น และสายการบินจีนหลายแห่งประกาศยกเลิกเที่ยวบินและให้ผู้โดยสารคืนเงิน (Refund) ได้เต็มจำนวน ทำให้คนจีนยกเลิกทริปญี่ปุ่นไปกว่า 500,000 ที่นั่ง ในช่วงสิ้นปี 2568
ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 นี้ ความสัมพันธ์ยังคงตึงเตรียด จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในญี่ปุ่นลดลงกว่า 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้อาจหันมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยแทน ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันยอดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยในปี 2569 และ 2.ความเชื่อมั่นด้านความสงบของประเทศไทยในสายตาของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง โดยความไม่สงบในตะวันออกกลางทำให้เป็นโอกาสในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มหนีสงครามมาพักระยะยาว เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัยและค่าครองชีพถูก ส่งผลให้ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยความท้าทายยังเพียบ
ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายทางศรษฐกิจที่ซับช้อนขึ้น โดยมีสถานการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาสนี้ 5 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย 1.High Season ที่คึกคักแต่มีการแข่งขันสูง โดยในภาพรวมไตรมาส 1 เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากเทศกาลใหญ่ ได้แก่ เทศกาลปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน
2.สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบเปราะบาง กล่าวคือแม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยทางเศรษฐกิจทำให้การใช้จ่ายอาจไม่เติบโตเท่าที่ควร ค่าเงินบาทที่แข็งค่า เป็นปัจจัยลบสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดจีนที่มองว่าค่าใช้จ่ายในไทยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างญี่ปุ่น หรือเวียดนาม
3.หนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การท่องเที่ยวในประเทศเติบโตแบบจำกัด 4.สงครามการแย่งชิงนักท่องเที่ยว (Tourism War) โดยมาเลเซียและประเทศในเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ต่างออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างหนัก และ 5.สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่แม้ภาพรวมปีนี้จะดูดีกว่าปี 2568 แต่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนสถานการณ์ยังคงมีความรุนแรง
น้ำมันพุ่ง-ตลาด Long Haul ลด
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงและอุปสรรคอีกหลายส่วน อาทิ ความไม่สงบในตะวันออกกลาง สงครามระหว่างอิหร่านและอเมริกา นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกระทบต้นทุนการเดินทาง ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น ทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินต้องอ้อมตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตั๋วเครื่องบินยุโรปแพงขึ้น ให้นักท่องเที่ยว Long Haul ลดลง และแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานที่ผันจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของสถานประกอบการสูงขึ้น กดดันผลกำไรของผู้ประกอบการให้ลดลง ราคาสินค้าและแพ็กเกจท่องเที่ยวต่าง ๆ อาจปรับตัวสูงขึ้นไปอีก
รวมทั้งเงินบาทแข็งค่าและผันผวนแรง โดยข้อมูล ณ วันที่ 21 มีนาคม 2569 ค่าเงินบาทประมาณ 32.49 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน มีความผันผวนถึง 7% ซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย หากเงินบาทแข็งค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาค (เช่น เยน หรือ ดอง) จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง นักท่องเที่ยวจะรู้สึกว่ามาไทยแล้วของแพงและอาจเปลี่ยนจุดหมายไปที่อื่น
นอกจากนี้ สมรภูมิการแข่งขันยังรุนแรง (Tourism War) โดยประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ญี่ปุ่น และซาอุดีอาระเบีย จะทุ่มงบประมาณและมาตรการวีซ่าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกัน ทำให้ไทยต้องเร่งสร้างจุดขายใหม่ (Man-made Destinations) เพื่อไม่ให้แหล่งท่องเที่ยวเดิมน่าเบื่อ
สงครามตะวันออกทุบ Q2 ร่วง
นายชัยกล่าวด้วยว่า การสำรวจครั้งนี้ยังคาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวจะลดลงในไตรมาส 2/2569 โดยคาดการณ์ดัชนีเชื่อมั่นลดลงมาอยู่ในระดับ 75 สะท้อนถึงความกังวลในอนาคต เนื่องจากเข้าสู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย และปัญหาการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long Haul) ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังมีอัตราการเติบโตดีต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาเกิดการชะลอการเดินทางแล้ว
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 2/2569 จะยังดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นส่งผลบวกโดยอ้อมต่อไทย โดยไตรมาส 1/2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจีนสะสมรวม 1.158 ล้านคน เติบโต 6.38% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นนี้จะทดแทนนักท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกาที่ลดลง เนื่องจากหมดหน้าฤดูหนาวในประเทศตัวเอง และผลจากสงครามอิหร่านที่ดันราคาตั๋วเครื่องบินให้สูงขึ้น
คาดปี’69 นทท.เหลือ 32 ล้าน
นายชัยกล่าวว่า จากปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้การท่องเที่ยวโลกในปี 2569 นี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คาดว่าในไตรมาส 2/2569 นี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 7.25 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 1.6 เนื่องจากมีเทศกาลสงกรานต์และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน จึงปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวสำหรับปีนี้จาก 34.0 ล้านคน เหลือ 32.14 ล้านคน หรือลดลงจากปีที่แล้วร้อยละ 2.5 และมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 4.5 (ดูตารางประกอบ)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงครามทุบเชื่อมั่นท่องเที่ยว Q2 สทท.คาดนักท่องเที่ยวปี’69 เหลือ 32 ล้านคน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net