โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'พีรวิชญ์' หนุนเพื่อไทยดัน พ.ร.บ. Climate Change ชี้เศรษฐกิจเป็นแค่กลไก เป้าหมายคือสิ่งแวดล้อมที่ดี เปิด 4 กลไกปิดช่องฟอกเขียวคาร์บอนเครดิต

VoiceTV

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

พีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แชร์ พ.ร.บ. Climate Change เปิดเศรษฐกิจคาร์บอน วางสิ่งแวดล้อมเป็นพันธกิจไทย จากพรรคเพื่อไทย พร้อมระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 ว่า

อะไร ๆ ก็ตีราคาเป็นเงิน: Carbon Credit คือพวกเธอมองสิ่งแวดล้อมเป็นเศรษฐกิจมากไปเปล่า?

ก่อนจะตอบคำถามนี้ ผมขอเริ่มแบบนี้ครับ

ร่างนี้ มีจุดหมายปลายทางคือเพื่อจัดการ ป้องกัน และบรรเทาความรุนแรงของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และชีวิตประชาชนครับ เรามีหลายกลไกที่ช่วยกันเดินไปถึงเป้า และอันที่น่าจะเป็นจุดสนใจของคำถามคือเรื่อง ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Cap and Trade ครับ ว่าง่าย ๆ คือ รัฐจะกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซฯ สูงสุดและจัดสรรสิทธิให้นิติบุคคลควบคุม หากใครปล่อยน้อยกว่าสิทธิก็สามารถนำสิทธิไปขายในตลาดได้ แต่ถ้าปล่อยเกินต้องกว้านซื้อสิทธิเพิ่ม

ข้อกังวลที่ว่า "ระบบซื้อขายสิทธิเปิดช่องให้เกิดการฟอกเขียว (Greenwashing)" เป็นประเด็นที่คนมักตั้งคำถามมากที่สุดครับ ว่าบริษัทที่มีทุนหนาสายป่านยาวอาจจะใช้เงินกว้านซื้อ "สิทธิ" หรือ "คาร์บอนเครดิต" มาโปะตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตัวเองไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องลดการปล่อยมลพิษที่ปล่องควันโรงงานของตัวเองจริง ๆ

เราตระหนักและเข้าใจเรื่องนี้ดีครับ เราจึงป้องกันและอุดช่องโหว่เรื่องนี้ไว้หลายชั้น

1 จำกัดโควตาซื้อเครดิตมาหักกลบ (Offset Limits) ไม่ใช่ว่าปล่อยมลพิษเยอะแล้วจะใช้เงินซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยได้ 100% ในร่าง เราล็อกไว้ชัดเจนว่า "จำนวนสูงสุดและระยะเวลา" ที่จะนำเครดิตมาหักกลบได้ ต้องเป็นไปตามที่ "แผนจัดสรร" ของรัฐกำหนดไว้เท่านั้น หมายความว่ารัฐจะเป็นผู้กำหนดโควตา (เช่น ห้ามหักกลบเกิน 5% หรือ 10% ของปริมาณที่ปล่อย) ทำให้บริษัทไม่อาจใช้เงินฟอกเขียวได้ทั้งหมด และถูกบีบให้ต้องลดการปล่อยก๊าซที่ต้นทางของตนเองเป็นหลัก

2 คาร์บอนเครดิตต้องได้มาตรฐาน ไม่ใช่เครดิตทิพย์ ไม่มีสวมสิทธิ์ จะเอาเครดิตมั่ว ๆ ซั่ว ๆ มาหักกลบไม่ได้เด็ดขาด ร่างพ.ร.บ.ระบุว่า คาร์บอนเครดิตที่ใช้เพื่อแปลงเป็นสิทธิได้นั้น ต้อง "ได้รับการรับรอง" ตามกฎหมายขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เท่านั้นครับ

3 นั่งเทียนเขียนรายงานว่าตัวเองปล่อยก๊าซลดลงเพื่อตบตาไม่ได้ ต้องมีคนกลางตรวจสอบ (MRV) การทำรายงานต้องโปร่งใสครับ เรากำหนดให้ต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจาก "หน่วยงานทวนสอบ" (Third Party) ที่ขึ้นทะเบียนและต้อง "ไม่มีส่วนได้เสีย" กับบริษัทนั้น ๆ ครับ เพื่อให้บริษัทรายงานตามข้อเท็จจริงเพื่อเราจะมีข้อมูลที่แม่นยำครับ

และสุดท้าย สำคัญ

4 รัฐคุมเพดาน (Cap) บีบให้ลดจริง หัวใจสำคัญของระบบ Cap and Trade คือคำว่า "Cap" หรือเพดาน รัฐไม่ได้แจกสิทธิให้ปล่อยมลพิษเท่าเดิมตลอดไป แต่จะค่อย ๆ บีบเพดานนี้ให้ต่ำลงตามเป้าหมายระดับชาติ เมื่อสิทธิในระบบ (Supply) น้อยลง ราคาจะแพงขึ้นจนการ "ซื้อเพื่อฟอกเขียว" กลายเป็นต้นทุนที่แพงมหาศาล

ขอยกโมเดล EU (ชอบเป็นพิเศษ…เพลง Ode to joy ขึ้น) มาเล่าให้เห็นภาพ เพราะเป็นโมเดลที่ทำนำร่องมากว่า 20 ปีครับ EU เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2005 นู้น และกลายเป็นตลาดคาร์บอนที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุม 28 ประเทศสมาชิก EU รวมถึงประเทศนอกกลุ่มอย่างไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และนอร์เวย์

ความสำเร็จของ EU คือการมี EU Emissions Trading System ที่ถูกยกให้เป็น "เสาหลัก" ของนโยบายแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของยุโรป ระบบนี้ควบคุมการปล่อยก๊าซฯ จากโรงงานอุตสาหกรรมหนักและโรงไฟฟ้ากว่าหมื่นแห่ง โดยสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนที่ควบคุมได้ถึง 21% ในปี 2020 เมื่อเทียบกับฐานปี 2005 สิ่งนี้นี้ยังเป็นกลไกสำคัญที่กระตุ้นให้ภาคธุรกิจต้องแข่งขันกันพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาทดแทนอีกด้วย จนตอนนี้ EU ไป European Green Deal จนเก็บ CBAM (ภาษีคาร์บอนข้ามแดน) กับกลุ่มเป้าหมายไปแล้ว และเป็น normative power ด้านนี้ไปแล้วแบบสมบูรณ์ครับ

ในประเด็นนี้ เราใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย หรือ Polluter Pays Principle เพราะที่ผ่านมาคาร์บอนเป็น "ต้นทุนแฝง" ที่ผู้ก่อมลพิษผลักภาระให้โลกและสังคมแบกรับแบบฟรี ๆ การใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจเป็นการบังคับให้เอกชนต้องดึงต้นทุนนี้กลับเข้าไปในบัญชีของตนเองครับ รับผิดชอบกับสิ่งที่ Pollute ไว้ ครับ

สุดท้ายแล้ว เราอยากจะบอกว่า เศรษฐกิจเป็นแค่กลไก เป้าหมายคือสิ่งแวดล้อมที่ดีครับ และนี่คืออีก 1 ความภูมิใจของกอง PTP Academy ครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...