สงกรานต์สีลมทำถึง กทม. อัพเกรดสู่ “Global Landmark” ทุ่มงบสกายวอล์กสีลม-สวนลุมฯ รับคลื่นท่องเที่ยว
กทม. กางโรดแมปอัพเกรดสงกรานต์สู่ "World Class Festival" ชูแผนเชื่อมสกายวอล์ก-เศรษฐกิจหมุนเวียน เร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงทางเท้าและพิจารณาสกายวอล์กเชื่อมสีลม-สวนลุมพินี รองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น ผนึกเอกชนสร้างโมเดล "Circular Economy" แปรรูปขยะปืนฉีดน้ำสู่พลาสติกฟูดเกรด ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จัดงาน มุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่าน People Festival หลังพื้นที่สีลมทำสถิติจำนวนผู้ร่วมงานเกือบ 700,000 คน
17 เมษายน 2569 — นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกลยุทธ์การยกระดับเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 สู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นการบูรณาการระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) การบริหารจัดการพื้นที่จัดระเบียบเศรษฐกิจ และการนำนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร
จากการประเมินผลการจัดงานในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ พบว่าจำนวนผู้เข้าร่วมงานมีแนวโน้มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ถนนสีลมที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวสัญจรเกือบ 700,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงศักยภาพการดึงดูดเม็ดเงินหมุนเวียนในระดับสูง ส่งผลให้ กทม. จำเป็นต้องวางแผนพัฒนาเส้นทางสัญจรเพื่อรองรับความหนาแน่นและเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนย้ายคน
Infrastructure Pivot: พลิกโฉมทางเท้าสู่ทางวิ่งเศรษฐกิจ เชื่อมโยงสกายวอล์กหนุนการท่องเที่ยว
กทม. เตรียมเสนอแนวคิดการพัฒนาทางกายภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการปรับปรุงทางเดินเท้าในจุดยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว และการศึกษาโครงการก่อสร้างทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) ในบางจุดสำคัญ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระหว่างถนนสีลมและสวนลุมพินี เพื่อให้เกิดการสัญจรที่ไร้รอยต่อ (Seamless Connection) ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางในช่วงเทศกาล แต่ยังส่งผลดีต่อภาพรวมการสัญจรในเขตเมืองระยะยาว
นอกจากการพัฒนาด้านกายภาพ กทม. ยังได้กำหนดแนวทางการเพิ่มมาตรฐานการจัดการเมือง (Urban Management) ประกอบด้วย:
- การวางระบบระบายน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำจากการทำกิจกรรม
- การจัดระเบียบร้านค้าและผู้ค้ารายย่อยเพื่อลดการกีดขวางทางสัญจร
- การติดตั้งและบูรณาการระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อการเฝ้าระวังความปลอดภัยระดับสูง
- การบริหารจัดการขยะแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง
Waste-to-Value: เปลี่ยน "ขยะปืนฉีดน้ำ" เป็นน้ำมันแนฟทา-พลาสติกฟูดเกรดครั้งแรก
ในมิติด้านความยั่งยืน กทม. ได้ยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อมผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดการขยะประเภทพลาสติกที่จัดการได้ยาก โดยเฉพาะ "ปืนฉีดน้ำ" ซึ่งมักตกค้างเป็นขยะปริมาณมากหลังเสร็จสิ้นเทศกาล โดยได้นำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเปลี่ยนพลาสติกเป็นน้ำมันแนฟทา (Naphtha)
กระบวนการดังกล่าวจะนำไปสู่การผลิตเม็ดพลาสติกใหม่สำหรับใช้ทำบรรจุภัณฑ์ฟูดเกรด ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะและลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ ปัจจุบันมีการตั้งจุดรับรวบรวมขยะปืนฉีดน้ำ 9 จุดทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าหมายการจัดเก็บเบื้องต้นที่ 1,000 ชิ้น เพื่อเป็นโมเดลนำร่องสู่การจัดการขยะเทศกาลอย่างยั่งยืนในอนาคต
“สงกรานต์กรุงเทพฯ เป็นมากกว่างานเทศกาล แต่คือ People Festival ที่ทุกคนมีส่วนร่วม และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับรากหญ้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้ารายย่อย รถขนส่ง โรงแรม หรือผู้ให้บริการต่าง ๆ”
กระจายรายได้สู่รากหญ้า-สร้าง Soft Power ไทยบนเวทีโลก
เป้าหมายระยะยาวของ กทม. คือการสร้าง "โรดแมปสงกรานต์" ที่มีความปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อให้เทศกาลนี้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกระดับ ตั้งแต่เศรษฐกิจฐานรากจนถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ความสำเร็จในภาพรวมไม่ได้เกิดจากการบริหารจัดการของรัฐเพียงลำพัง แต่เป็นผลจากการประสานงานระหว่างประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ซึ่งร่วมกันรักษาเอกลักษณ์ความมีน้ำใจและบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เป็นมิตร
การยกระดับเทศกาลสงกรานต์สู่มาตรฐานสากลในครั้งนี้ จึงถือเป็นการสร้าง Soft Power ที่แข็งแกร่งของกรุงเทพมหานครในการแข่งขันกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ทั่วโลก โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนานควบคู่ไปกับความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพในระยะยาวต่อไป