โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพสหรัฐฯ เริ่มปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ในช่องแคบฮอร์มุซ

JS100

อัพเดต 13 เม.ย. เวลา 15.54 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. เวลา 15.52 น. • JS100:จส.100
กองทัพสหรัฐฯ เริ่มปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ในช่องแคบฮอร์มุซ

กองทัพสหรัฐฯ เริ่มการปิดล้อมท่าเรือทั้งหมดของอิหร่านในวันจันทร์ (13 เม.ย.69) หลังจากที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปากีสถานล้มเหลว ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวโทษว่าอิหร่านซึ่งปฏิเสธที่จะละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ และสั่งให้กองทัพเรือปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกวาดล้างทุ่นระเบิดและเปิดให้เรือทุกประเภทเดินทางได้อีกครั้ง ทั้งกล่าวว่าอิหร่านจะต้องไม่ได้รับผลประโยชน์จากการควบคุมเส้นทางเดินเรือที่สำคัญแห่งนี้

การเจรจาที่ไม่มีข้อสรุปทำลายความหวังของทั่วโลกที่ต้องการให้ความขัดแย้งยุติลงอย่างถาวร เนื่องจากความขัดแย้งที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ (2569) ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน อย่างไรก็ตามปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ยืนยันว่าจะยังคงอำนวยความสะดวกในการเจรจาต่อไป และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเคารพข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ที่มีความเห็นพ้องเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ตามประกาศของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า การปิดล้อมจะถูกบังคับใช้กับเรือของทุกประเทศที่เข้าหรือออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน รวมถึงท่าเรืออิหร่านทั้งหมดในอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน เริ่มตั้งแต่เวลา 14:00 GMT (21.00 น.ตามเวลาประเทศไทย) แต่สหรัฐฯ จะไม่ขัดขวางเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังและจากท่าเรือที่ไม่ใช่ของอิหร่าน

นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้นำคณะเจรจา กล่าวว่า อิหร่านจะ "ไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่ใดๆ" ของสหรัฐฯ ขณะที่ ผู้บัญชาการกองทัพเรือ เรียกการข่มขู่ปิดล้อมของทรัมป์ว่า "ไร้สาระ"

#กองทัพเรือสหรัฐฯ

#ช่องแคบฮอร์มุซ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...