โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ. จับมือ ดีป้า เปิดตัวโครงการ 5G Ambulance ปี 69 ตั้งเป้าขยายรถกู้ชีพส่งสัญญาณชีพทางไกล 124 คันทั่วประเทศ

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กระทรวงดีอี โดย ดีป้า ผนึกกำลังกับ กระทรวงสาธารณสุข ขยายผลโครงการ 5G Ambulance พร้อมประกาศรับสมัครหน่วยงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินจากทั่วประเทศ ร่วมยกระดับคุณภาพการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเตรียมติดตั้งเทคโนโลยีแก่ 84 รถพยาบาล ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินโครงการต่อเนื่อง 2 ปี ประเทศไทยจะมี 5G Ambulance รวม 124 คัน คาดสามารถรองรับการช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันท่วงทีมากกว่า 173,600 รายต่อปี

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 5G เพื่อยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ปี 2569 หรือ 5G Ambulance โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน และภาคเอกชนร่วมในพิธีเปิดเป็นจำนวนมาก

นพ.สฤษดิ์เดช เผยว่า กระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินระดับปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูงทั่วประเทศ ประมาณ 3,000 – 4,000 คัน และมีรถปฏิบัติการแพทย์ระดับพื้นฐานราวหมื่นคัน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงสาธาณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการพัฒนาเครือข่าย และเชื่อมโยงการจัดการระดับพื้นที่ได้ค่อนข้างครอบคลุม

นพ.สฤษดิ์เดช กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะเดียวกันยังประสบปัญหาในเรื่องของโรคไม่ติดต่อ ซึ่งส่งผลให้ผู้สูงอายุตามชนบทเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ยากลำบาก ดังนั้นโครงการ 5G Ambulance จะช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะตามชนบทที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และได้รับการดูแลได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในโครงการได้รับการพัฒนาให้สามารถรองรับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงผู้ป่วย การสื่อสารข้อมูลทางการแพทย์ และการสนับสนุนการตัดสินใจของบุคลากร

“เทคโนโลยีต่าง ๆ ใน 5G Ambulance จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับทีมแพทย์

มากขึ้น โดยถือเป็นการยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ ซึ่ง กระทรวงสาธารณสุข รู้สึกยินดีที่ได้บูรณาการการทำงานอีกครั้งกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) และ

ดีป้า ในการขยายผลโครงการ 5G Ambulance เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น” นพ.สฤษดิ์เดช กล่าว

ขณะที่ ดร.ศุภกร กล่าวว่า โครงการ 5G Ambulance เริ่มดำเนินการในปี 2568 โดยเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำคัญของ ดีป้า ในการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะ

ในมิติของการส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในแต่ละพื้นที่ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว 37 เมือง มีเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ หรือพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะมากกว่า 227 พื้นที่ นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังตอบสนองภารกิจของ ดีป้า ในด้านการพัฒนากำลังคนดิจิทัล การส่งเสริมระบบนิเวศดิจิทัล และการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล

ดร.ศุภกร กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมกว่า 95% ของพื้นที่ทั่วประเทศ ความพร้อมดังกล่าวเปิดโอกาสให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัล

มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีนี้ ดีป้า เปิดรับสมัครหน่วยงานภาครัฐที่ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินภายใต้การกำกับดูแลของรัฐเข้าร่วมโครงการ ซึ่งจำเป็นต้องมีรถพยาบาลที่ได้รับการรับรอง หรืออยู่ระหว่างการรับรองมาตรฐานรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) โดยโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ 5G Router และเทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ประกอบด้วย แพลตฟอร์มบริการการแพทย์ฉุกเฉิน

แท็บเล็ต เครื่องติดตามและส่งสัญญาณชีพระยะไกล กล้องประจำกายเจ้าหน้าที่ และเครื่องบันทึกข้อมูลภาพและเสียง รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย (Safety Technology) ได้แก่ กล้องบันทึกภาพภายในและภายนอกรถ

“สำหรับโครงการ 5G Ambulance ปี 2568 ดีป้า ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลแก่รถพยาบาลจำนวนทั้งสิ้น 40 คัน ครอบคลุม 17 โรงพยาบาลใน 11 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยในปี 2569 ดีป้า ตั้งเป้าขยายผลเพิ่มอีก 84 คัน ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินโครงการต่อเนื่อง 2 ปี ประเทศไทยจะมี 5G Ambulance รวม 124 คันทั่วประเทศ และคาดว่าจะสามารถรองรับการช่วยเหลือผู้ป่วยให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันท่วงทีมากกว่า 173,600 รายต่อปี ซึ่งโครงการ 5G Ambulance ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับประชาชนไทย แต่ยังเป็นการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยี 5G ในระดับองค์กร (Enterprise Use) และเป็นต้นแบบของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาบริการสาธารณะในมิติ

ต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การให้บริการที่มีประสิทธิภาพแก่ภาคประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป” ดร.ศุภกร กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ ‘เปลี่ยนแนวคิดให้เกิดผลลัพธ์: โอกาสใหม่ของเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล’ โดย ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี ผู้อำนวยการโครงการ Health Link สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) แพทย์หญิงศรุตา ช่อไสว ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และ นายทรงชัย พานิชไตรภพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหทรัพย์ เซอร์จิคอล จำกัด ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์

ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉินไทยให้มีประสิทธิภาพ

หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่สนใจเข้าร่วมโครงการ 5G Ambulance สามารถสมัครได้ทาง https://short.depa.or.th/cIql0 ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2569 หรือ ติดตามรายละเอียดของโครงการได้ที่ https://www.depa.or.th, LINE OA: depaThailand และ Facebook Page: depa Thailand

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...