PROUD กางแผนบริหารกระแสเงินสดปี 69 รับแรงหนุน Backlog 6.1 พันล้าน พร้อมปันผลนิวไฮ 9%
ผลประกอบการปี 68 โตกระโดด 187% ดันรายได้แตะ 6,367 ล้านบาท ผงาดขึ้นอันดับ 8 กลุ่มอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังรับรู้รายได้โครงการระดับลักชัวรี เตรียมบุ๊กรายได้ต่อเนื่องจาก 5 โครงการใหญ่ VEHHA, NUE District R9, VI Ari พร้อมจ่อโอน VARUNN ไตรมาส 1 และ ROMM Convent ไตรมาส 2 ปีนี้
26 มีนาคม 2569 - บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 โดยมุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพทางการเงินและยกระดับฐานะเงินทุนให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ผลักดันโดยการทยอยรับรู้รายได้จากยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 6,131 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนเพื่อรองรับการขยายตัวของพอร์ตโฟลิโอในเซกเมนต์ลักชัวรี
ผลจากการปรับกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดระดับบนที่มีกำลังซื้อจริง (Real Demand) ส่งผลให้ในปี 2568 ที่ผ่านมา PROUD มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 6,367 ล้านบาท เติบโตขึ้น 187% ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 196% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นสู่กลุ่มผู้นำลำดับที่ 8 ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในมิติด้านรายได้จากการขาย
จ่อรับรู้รายได้ 6.1 พันล้าน จ่อบุ๊กกำไร 5 โครงการยักษ์ ยึดหัวหาดตลาดลักชัวรี
นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ระบุว่าโครงสร้างรายได้ในปี 2569 จะมีความชัดเจนมากขึ้นจากการรับรู้รายได้โครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่องจากปีก่อน ได้แก่ VEHHA Hua Hin, NUE District R9 และ VI Ari นอกจากนี้บริษัทยังมีกำหนดการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ตามแผนงาน ดังนี้:
- โครงการ VARUNN: เริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/2569
- โครงการ ROMM Convent: เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงไตรมาส 2/2569
การทยอยส่งมอบโครงการตามกรอบเวลาดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสภาพคล่องและสร้างความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินในระยะยาว โดยเฉพาะในภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความท้าทาย
Dividend Yield 9% สูงสุดในกลุ่มอสังหาฯ: ตอกย้ำความแข็งแกร่ง Cash Flow และเสถียรภาพกำไร
จากความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและสถานะกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง บริษัทจึงเตรียมเสนอขออนุมัติจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.09 บาทต่อหุ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาจากราคาปิด ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 จะคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 9% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปัจจุบัน
นายพสุ ได้กล่าวถึงแนวคิดในการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อความยั่งยืนว่า “ความต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในสินค้าที่มีความเฉพาะตัว (Unique) ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ (Rare Location)… PROUD มีความพร้อมเต็มที่ในการขยายธุรกิจผ่านการพัฒนาโครงการระดับลักชัวรี ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีศักยภาพสูง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการในระยะยาว”
วินัยเงินเชิงรุก บริหารโครงสร้างทุนหนุนการ Reinvestment พร้อมคุมเข้ม Margin ตลอดวงจรธุรกิจ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตที่มั่นคง PROUD ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานโดยให้ความสำคัญกับ "วินัยทางการเงิน" เป็นลำดับต้นๆ ครอบคลุมถึงการบริหารกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การควบคุมต้นทุนการพัฒนาโครงการเพื่อรักษาอัตรากำไร (Margin) รวมถึงการบริหารจัดการโครงสร้างหนี้และทุนอย่างระมัดระวัง
กลยุทธ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจุดสมดุลระหว่างการจ่ายผลตอบแทนคืนสู่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ และการเก็บสะสมส่วนทุนเพื่อใช้ในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ (Reinvestment) ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในอนาคต โดยบริษัทยังคงยึดมั่นในการพัฒนาโครงการที่มีความโดดเด่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่นักลงทุนในระยะยาว สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจที่ต้องการความรอบคอบในการบริหารสินทรัพย์