กองทัพภาค 2 เร่งประสานกัมพูชา ช่วยชายไทยหลงป่า ถูกจับที่อุดรมีชัย
The Bangkok Insight
อัพเดต 10 พ.ค. เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. เวลา 07.24 น. • The Bangkok Insightกองทัพภาค 2 สั่งเร่งประสานฝ่ายกัมพูชา ช่วยเหลือชายไทยชาวสุรินทร์ หลังลักลอบเข้าหาของป่าตามแนวชายแดนช่องตาเล็ง ก่อนถูกจับข้อหาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยืนยันล่าสุดยังปลอดภัยดี
วันนี้ (10 พ.ค.) กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กรณีทหารกัมพูชาจับกุมชายไทย 1 ราย หลังลักลอบข้ามแดนบริเวณช่องตาเล็ง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อเข้าไปหาของป่า ก่อนหายตัวไปนานกว่า 15 วัน สร้างความกังวลให้กับครอบครัว
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2569 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Wiparat Thongsaysorn ประกาศตามหาญาติที่เข้าไปหาของป่าตามแนวชายแดนช่องตาเล็ง ก่อนขาดการติดต่อและไม่กลับบ้านนาน 4-5 วัน
ต่อมาหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ทราบว่าผู้สูญหายคือ นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.กันตรวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มีอาชีพหาของป่า โดยออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ใช้รถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช สีดำ ทะเบียน ขกต 772 สุรินทร์ ก่อนหายตัวไป
ญาติให้ข้อมูลว่า ปกตินายโยชน์จะเข้าป่าเพียง 1-2 วันแล้วกลับบ้าน จึงเชื่อว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดคิด หรืออาจถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว กระทั่ง นางกันนิกา หอมขจร ภรรยา ได้เข้าแจ้งความบุคคลสูญหายไว้ที่สถานีตำรวจภูธรกาบเชิง ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 กองกำลังสุรนารีได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ จึงเร่งประสานไปยังฝ่ายกัมพูชา ผ่าน พ.อ.โปว เพง หัวหน้าหน่วยประสานงานกัมพูชา-ไทย ประจำพื้นที่โอร์เสม็ด โดยฝ่ายกัมพูชายืนยันว่า นายโยชน์ลักลอบเข้าเขตกัมพูชา จึงถูกจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และถูกส่งดำเนินคดีในพื้นที่จ.อุดรมีชัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้ใช้กลไกชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดน เร่งประสานกับฝ่ายทหารกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด
ด้านกองกำลังสุรนารี ระบุว่า เพิ่งได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากครอบครัวเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนเร่งตรวจสอบจนยืนยันได้ว่านายโยชน์ถูกจับกุมจริง ส่วนการรับตัวกลับประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการประสานงานตามระเบียบกฎหมายระหว่างสองประเทศ
ขณะที่ พล.ต.บุญเสริม กล่าวว่า หลังได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ และเพจเฟซบุ๊ก “คุณอ้อ ไพรัช” ว่ามีประชาชนในอำเภอปราสาทสูญหายหลายวัน ทางทหารจึงเร่งประสานชุดประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งฝ่ายกัมพูชารับปากว่าจะเร่งตรวจสอบให้
ต่อมาชุดประสานงานฝ่ายกัมพูชาได้แจ้งกลับว่า จากการตรวจสอบพบผู้สูญหายอยู่ที่จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา และยังปลอดภัยดี
หลังได้รับแจ้งดังกล่าว จึงสั่งการให้ศูนย์ประสานงานชายแดนฝั่งไทย ร่วมกับฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางไปแจ้งข่าวแก่ครอบครัวทันที เพื่อให้ญาติคลายความกังวลและทราบว่าผู้สูญหายยังปลอดภัยดี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กองทัพภาคที่ 2 แจงปลดล็อคส่งน้ำมันไปลาว ยันมีมาตรการเข้มสกัดส่งต่อเขมร!
- กองทัพภาคที่ 2 เผยเหตุลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐาน พื้นที่พลาญหินแปดก้อน
- กองทัพภาคที่ 2 ประกาศมาตรการจัดระเบียบวางกำลัง ขอความร่วมมืองดเข้าพื้นที่สู้รบ
ติดตามเราได้ที่