โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นกลุ่มน้ำมัน-ก๊าซไทย เรื่องต้องรู้! ก่อนลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น – CGSI ชี้กลุ่มน้ำมันและก๊าซของไทย น้ำมันดิบที่นำเข้าทำให้ GRM มีความแตกต่าง เตรียมรับมือ GRM ที่ผันผวน โดยประเมินว่า BCP และ PTTGC มีโอกาส outperform คู่แข่ง เนื่องจากโรงกลั่นของทั้งสองบริษัทสามารถใช้น้ำมันดิบจากนอกภูมิภาคตะวันออกกลางได้ และมีผลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ middle distillate สูงถึง 55-66% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 69 Al Jazeera รายงานว่าไทยได้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันของไทยสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม อุปทานน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ยังคงมีแนวโน้มตึงตัวจากการหยุดการผลิตน้ำมันจำนวนมากของกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ประมาณ 9 ล้านบาร์เรล/วัน โดยเฉพาะคูเวตที่อาจต้องใช้เวลา 3-4 เดือนหลังสงครามยุติ จึงจะกลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติ

จึงมองว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ ซึ่งใช้เป็น benchmark สำหรับการกำหนดราคาซื้อขายน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง น่าจะยังสูงกว่าราคาน้ำมันดิบ Brent และ West Texas Intermediate (WTI) มาก หมายความว่าโรงกลั่นที่ใช้น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางอาจมีต้นทุนสูงกว่าโรงกลั่นที่ใช้น้ำมันดิบจากแอฟริกาตะวันตก/ตะวันออกไกลและน้ำมันดิบจากสหรัฐ

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า เพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักด้านโลจิสติกส์ โรงกลั่นไทยได้กระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบไปยังประเทศอื่นนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น ในแอฟริกาตะวันตก, สหรัฐฯ, ทะเลเหนือ และตะวันออกไกล แม้ว่า TOP, SPRC และ IRPC จัดซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นนอกตะวันออกกลางตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางยังคงมีสัดส่วนสูงกว่า 60-70% ของปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ากลั่นช่วงสามปีที่ผ่านมา จึงเชื่อว่าการเพิ่มสัดส่วนใช้น้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเป็น 90-100% ของปริมาณที่นำเข้ากลั่น อาจกระทบต่อผลผลิต, อัตราการใช้กำลังการผลิต รวมถึงค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุง เนื่องจากหน่วย CDU จะต้องรองรับวัตถุดิบใหม่ทั้งชนิดของน้ำมันดิบและระดับสิ่งเจือปนที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะกรณี TOP การเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดิบจากแหล่งอื่นนอกตะวันออกกลาง อาจทำให้บริษัทมีค่าการกลั่น (GRM) ต่ำกว่าคู่แข่งในประเทศเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 63-64 ในทางกลับกันเชื่อว่า BCP และ PTTGC จะมีความท้าทายทางด้านเทคนิคน้อยกว่าผู้ประกอบการอื่น เนื่องจากโรงกลั่นของทั้งสองบริษัทถูกออกแบบมาเพื่อให้รองรับการใช้น้ำมันดิบจากนอกตะวันออกกลางเป็นหลัก

ทั้งนี้ หากตั้งสมมติฐานว่าน้ำมันดิบที่ทำสัญญาไว้เดินทางมาถึงท่าเรือไทยตามกำหนด โรงกลั่นไทยน่าจะ GRM แข็งแกร่งในเดือนมี.ค.69 เพราะยังมีสต็อกน้ำมันราคาถูก ก่อนที่ GRM จะลดลงในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.69 เมื่อต้นทุนน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ crack spread ของผลิตภัณฑ์จากการกลั่นลดลงจากภาวะการทำลายอุปสงค์ หรือการที่ราคาสูงจนผู้ใช้ลดการใช้ลง ส่งผลให้ความต้องการหายไปและกดดัน crack spread และค่าการกลั่นของโรงกลั่น ดังนั้น จึงคาดว่า BCP และ PTTGC จะมี GRM สูงกว่า TOP, SPRC และ IRPC เนื่องจากโรงกลั่นของ BCP และ PTTGC ถูกออกแบบให้ใช้น้ำมันดิบจากนอกภูมิภาคตะวันออกกลางและมีผลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ middle distillate สูงถึง 55-66% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด นอกจากนี้เชื่อว่า TOP อาจผลิตน้ำมันดีเซลหรืออัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง หลังเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดิบจากนอกตะวันออกกลาง

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มน้ำมันและก๊าซของไทย เพราะมองว่า upside risk จากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาจถูกหักล้างด้วยอุปสงค์ที่อ่อนตัว อีกทั้งกลุ่มนี้จะมี downside risk หากความต้องการน้ำมันต่ำกว่าคาด ส่วน upside risk จะมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...