โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กรมควบคุมโรคเตือนระวัง 3 โรค 2 ภัยสุขภาพช่วงฤดูร้อน

สยามรัฐ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้หลายพื้นที่มีสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเจ็บป่วยจากโรคและภัยสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศได้ กรมควบคุมโรคจึงได้ออก ประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2569 เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง

สำหรับโรคและภัยสุขภาพที่มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1. โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ ประกอบด้วย 3 โรคสำคัญ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ อาจมีอาเจียนและภาวะขาดน้ำร่วมด้วย โรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อน เช่น เห็ด หรืออาหารทะเล อาการอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย โรคอหิวาตกโรค ติดต่อจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ ผู้ป่วยมักมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ คลื่นไส้อาเจียน และอาจเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงได้

แนวทางป้องกันโรคทางเดินอาหารและน้ำ ประชาชนควรยึดหลัก “กินสุก ร้อน สะอาด” ได้แก่ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกัน และล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์ก่อนและหลังประกอบอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ รวมทั้งควรดื่มน้ำสะอาด น้ำต้มสุก หรือน้ำที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท และเลือกใช้น้ำแข็งจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน

2. ภัยสุขภาพที่ควรระวัง ได้แก่ การเจ็บป่วยจากภาวะอากาศร้อน เกิดจากสภาพอากาศร้อนจัดจนร่างกายปรับตัวไม่ทัน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด อาการที่อาจพบ ได้แก่ ผื่นจากความร้อน ตะคริวแดด เพลียแดด และโรคลมร้อน โดยประชาชนควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละอย่างน้อย 8 – 10 แก้ว สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคม–พฤษภาคม มักพบการจมน้ำเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้ใหญ่ ประชาชนควรเรียนรู้เกี่ยวกับแหล่งน้ำเสี่ยงและการใช้อุปกรณ์ช่วยลอยน้ำ รวมทั้งการช่วยเหลือคนตกน้ำตามหลัก “ตะโกน โยน ยื่น” โดยไม่กระโดดลงไปช่วย และปฏิบัติตามหลัก “ชูชีพ - กฎ - งดดื่ม” คือ สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อโดยสารเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำ การปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยทางน้ำ (เช่น ป้ายคำแนะนำ คำเตือน) และงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนหรือระหว่างทำกิจกรรมทางน้ำ และดูแลเด็กและผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำมีการจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำ มีเจ้าหน้าที่ชีวพิทักษ์ (Lifeguard) และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่เพียงพอ รวมถึงกำหนดมาตรการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคได้จัดทำประกาศแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ให้เตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคในพื้นที่ รวมทั้งควบคุมโรคกรณีเกิดการระบาด โดยทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) และดำเนินการสื่อสารความเสี่ยงเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...