โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิกร เปิดนโยบาย พม. 8 ด้านขยับจาก ผู้ให้ความช่วยเหลือ สู่ ผู้สร้างโอกาส

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

นิกร เปิดนโยบาย พม. 8 ด้านขยับจาก ผู้ให้ความช่วยเหลือ สู่ ผู้สร้างโอกาส

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ อัตราการเกิดลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ภาระพึ่งพิงเพิ่มสูงขึ้น ปัญหาเด็กและเยาวชน การเข้าถึงสิทธิของคนพิการ คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตลอดจนปัญหาครอบครัวและหนี้สินในระดับครัวเรือน กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายการทำงานด้านสังคมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยข้อมูลที่สะท้อนภาพนี้อย่างชัดเจนคือมีประชาชนติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน พม. 1300 มากกว่า 180,000 กรณีต่อปี

นี่จึงเป็นที่มาของการประกาศนโยบายบริหารงานปี 2569 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. โดย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มอบนโยบายต่อผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมวางเป้าหมายชัดว่า พม. ต้องปรับบทบาทจาก “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” ไปสู่ “ผู้สร้างโอกาส” เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แก่นสำคัญของนโยบายครั้งนี้ คือแนวคิด “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” โดยมีคำสำคัญ 3 มิติ คือ “อยู่ดี” “มีโอกาส” และ “มั่นคง” จะใช้แนวคิด Universal Design เป็นฐาน ไม่ใช่เพียงการออกแบบอาคารสถานที่ แต่หมายถึงการออกแบบระบบบริการของรัฐให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้นจริง กระทรวง พม. วางนโยบายขับเคลื่อน 8 ด้านในปี 2569 โดยเริ่มจาก ด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ ที่จะสร้างฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง เชื่อมโยงสิทธิของประชาชนให้อยู่ในระบบเดียว ใช้ Social Map และ MSO-Logbook เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลและติดตามผล รวมถึงประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำของข้อมูลและยกระดับการบริการประชาชน

ในมิติของ เด็กและเยาวชน พม. ตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ ผลักดันเบี้ยเด็กเล็กถ้วนหน้า และเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมให้เด็กและเยาวชนผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ขณะที่ ด้านครอบครัว จะเร่งเสริมความเข้มแข็งเชิงป้องกัน จัด “ทีมสร้างสุข” เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพิ่มศักยภาพสายด่วน 1300 และขยายช่องทางติดต่อผ่าน LINE Official เพื่อให้เข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน ด้านชุมชนเข้มแข็ง ถูกวางให้เป็นอีกหัวใจหลักของการทำงานเชิงพื้นที่ ผ่านกลไก “ทีมสร้างสุข” และการผลักดัน “ศูนย์สร้างสุข” ให้ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อให้ชุมชนเป็นพื้นที่รองรับและดูแลกันเองได้มากขึ้น พร้อมส่งเสริมความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ ชาติพันธุ์ และการอยู่ร่วมกันของคนในสังคมอย่างเกื้อกูล ผ่านแนวคิด “ชุมชนพึ่งพาตนเอง” และการยอมรับความหลากหลาย

อีกประเด็นที่ประชาชนจำนวนมากจับตา คือ ด้านที่อยู่อาศัย ซึ่ง พม. ประกาศเดินหน้าเรื่องความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” และการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้รองรับคนทุกกลุ่มตามหลัก Universal Design ส่วน ด้านการสร้างอาชีพ จะเน้นรองรับเศรษฐกิจสูงวัยและเศรษฐกิจสุขภาพ ผ่านแนวคิด “1 ตำบล 1 ผู้บริบาล” การพัฒนาผู้ช่วยคนพิการ ตลอดจนการส่งเสริมทักษะใหม่และทักษะอาชีพให้ผู้สูงอายุและคนพิการสอดคล้องกับตลาดแรงงาน

สำหรับโจทย์เศรษฐกิจครัวเรือนที่กำลังเป็นแรงกดดันสำคัญ พม. ยังขับเคลื่อน ด้านการแก้ปัญหาหนี้สิน โดยมุ่งส่งเสริมวินัยการออม ความรู้ทางการเงิน และยกระดับบทบาทของสถานธนานุเคราะห์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนและมีโอกาสฟื้นฟูฐานะทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันใน ด้านราชการที่เป็นมิตรกับประชาชน จะมีการปรับปรุงหน่วยบริการของรัฐให้เข้าถึงง่ายสำหรับทุกกลุ่ม และผลักดันการปรับปรุงกฎหมายสำคัญให้ทันสมัย การยกระดับสถานธนานุเคราะห์ และการปรับปรุงกฎหมาย 5 ฉบับ เพื่อให้รัฐเป็น “รัฐสนับสนุน” ที่ตอบสนองประชาชนได้จริง

สิ่งที่ทำให้นโยบายครั้งนี้น่าสนใจ ไม่ใช่เพียงการแจกแจงภารกิจ 8 ด้านเท่านั้น แต่คือการส่งสัญญาณปรับวิธีคิดของกระทรวง พม. ใหม่ทั้งระบบ จากการทำงานแบบแยกส่วนไปสู่การทำงานเชื่อมโยงข้อมูล พื้นที่ คนทำงาน และกลไกช่วยเหลือเข้าด้วยกัน เพื่อให้การดูแลประชาชนไม่ใช่แค่การสงเคราะห์เฉพาะหน้า แต่เป็นการสร้างเสถียรภาพชีวิตในระยะยาว รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ยังย้ำชัดว่า บุคลากรของกระทรวงทุกคนต้องมองตัวเองเป็น“กำแพงพิงหลัง” ของผู้ที่ไม่มีที่พิง ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง คนพิการที่ยังเข้าไม่ถึงโอกาส หรือผู้ที่ยังไม่ได้รับการยอมรับในสังคม เพราะภารกิจของ พม. ไม่ใช่เพียงการบริหารงานตามหน้าที่ราชการ แต่คือการดูแลชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่เปราะบางที่สุด และงานนี้ต้องอาศัยทั้ง “ระบบ” และ “หัวใจ” ไปพร้อมกัน

หากนโยบาย 8 ด้านนี้ขับเคลื่อนได้จริงตามเป้า ปี 2569 อาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของกระทรวง พม. จากหน่วยงานที่คนมองว่าเข้าไปช่วยเมื่อเกิดปัญหาแล้ว ไปสู่หน่วยงานที่สร้างโอกาส สร้างภูมิคุ้มกัน และวางระบบสังคมใหม่ให้ประชาชน “อยู่ดี มีโอกาส และมั่นคง” ได้ตั้งแต่ต้นทางอย่างแท้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นิกร เปิดนโยบาย พม. 8 ด้านขยับจาก ผู้ให้ความช่วยเหลือ สู่ ผู้สร้างโอกาส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...