โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Omoda & Jaecoo เผยความสำเร็จมอเตอร์โชว์ กวาดยอดจอง 15,088 คัน

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 12 เม.ย. เวลา 04.00 น.

Omoda & Jaecoo ครองความเชื่อมั่นด้วยยอดจอง 15,088 คัน อยู่อันดับที่ 2 ในกลุ่มแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดภายในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์ ตลอดจนความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยได้อย่างตรงจุดทั้งด้านดีไซจ์นที่ทันสมัย และเทคโนโลยีอัจฉริยะ

แรงขับเคลื่อนสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้มาจาก 2 โมเดลหลักที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นำทัพโดย Jaecoo 5 EV ซึ่งขึ้นแท่นเป็นรุ่นยอดนิยมสูงสุด พร้อมเครื่องหมายการันตีความสำเร็จด้วยยอดจดทะเบียนรถไฟฟ้าในประเทศไทยสูงสุดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ความนิยมของรุ่นนี้มาจากการนำเสนอแนวคิด “Accessible Premium” ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงความหรูหรา และเทคโนโลยีอัจฉริยะในราคาที่เหมาะสม ครบครันทั้งฟีเจอร์ ระบบความปลอดภัยเหนือระดับ และการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวไทยยุคใหม่

ขณะที่ The New Omoda C5 EV ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 โดยประสบความสำเร็จในการดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าระดับราคาเริ่มต้น ด้วยอุปกรณ์ และฟังค์ชันที่ครบครัน มาพร้อมกับสมรรถนะ และระบบความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผสานดีไซจ์น Roboshark ที่โดดเด่น สะท้อนความทันสมัย และความพรีเมียม ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการคุณค่าสูงสุดจากการลงทุน

นอกเหนือจาก Jaecoo 5 EV และ The New Omoda C5 EV 2 รุ่นยอดนิยมภายในงาน มอเตอร์โชว์ปีนี้ Omoda & Jaecoo ยังนำเสนอไลน์อัพ Jaecoo 6 EV และ Jaecoo 6T EV รถออฟโรดพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100 % ที่มาพร้อมดีไซจ์น One Box Style อันเป็นเอกลักษณ์ ที่เสริมความเท่ ดุดัน สะท้อนความแข็งแกร่ง และตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

ความสำเร็จของยอดขายในครั้งนี้ สะท้อนความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อ Omoda & Jaecoo และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่น และความพร้อมของบริษัทฯ ในการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย มาตรฐานความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม และเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ การประกอบรถยนต์ในประเทศ (KD) ซึ่งเริ่มทยอยส่งมอบในเดือนเมษายน 2569 ควบคู่กับแผนการเปิดโรงงานประกอบรถยนต์อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เมษายน 2569 จะช่วยเสริมศักยภาพในการผลิต การส่งมอบ และการบริการหลังการขาย เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา พร้อมยกระดับการสนับสนุนลูกค้าในระยะยาว เพื่อเสริมทัพความแกร่งที่มากขึ้นด้วยการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศเป็น 90 แห่งภายในกลางปีนี้ รองรับการเติบโตของตลาด และยกระดับความพร้อมด้านบริการให้แก่ผู้บริโภค สอดรับกับแผนการเติบโตของบริษัทฯ ในประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...