โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'กรณ์' บี้ ก.ล.ต. เช็กบิล 'บางจาก' ปมดีลหมื่นล้านโยงทุนเทา-ฟอกเงิน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ก.ล.ต.เงียบ ? #ปิดชื่อถือพฤติกรรม อย่างที่นายกฯ พูดไว้จริงหรือไม่ !?

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชุมผู้ถือหุ้นบางจาก มีข้อเสนอที่จะแก้ข้อบังคับบริษัทเพื่อกันตัวแทนของทุนเทาออกจากคณะกรรมการบริษัท (หุ้นที่ตอนนี้ถูกอายัดไปและอยู่ในขั้นตอนพิจารณาในชั้นศาล) แต่ล้มเหลวเพราะได้คะแนนสนับสนุนไม่พอ

บริษัทบอกว่าการมีทุนเทาอยู่ในบริษัทเป็นปัญหาเพราะต่างชาติที่เข้มงวดเรื่องแบบนี้ถึงขั้นออกมาตรการคว่ำบาตร และแม้แต่ตลาดหลักทรัพย์ไทยก็ถอนชื่อบางจากออกจากทะเบียนบริษัทที่มีการกำกับดูแลที่ดี แต่บางจากเองโทษใครไม่ได้ ยังไม่เคยชี้แจงว่าทำไมจึงได้เอื้อต่อกลุ่มทุนเทานี้ให้เข้ามาเป็นกรรมการบริษัทอย่างรวดเร็วสายด่วน

นายกรณ์ ระบุอีกว่า โดยในวันที่ 11 เม.ย.2568 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีการแต่งตั้งกรรมการตามวาระ 5 คน โดยที่มี 4 คนกลับเข้าดำรงตำแหน่ง

แต่ต่อมาเพียง 1 สัปดาห์ ในวันที่ 18 เม.ย.2568 โดยไม่มีวาระตามรอบใดๆ ไม่มีการต้องลงคะแนนเสียงผู้ถือหุ้น คณะกรรมการกลับมีมติอนุมัติการลาออกของกรรมการ 2 คน และให้แต่งตั้งกรรมการตัวแทนจาก ACE 2 คน

ซึ่ง ACE ได้หุ้นมาอย่างไม่ปรกติจำนวนมากจาก Capital Asia Investment ถึง 3 รายการ เป็นกิจการซึ่งเพิ่งจัดตั้ง วันที่ 23 ม.ค.2568 (เพียง 3 เดือน) และ ซื้อหุ้นบางจากฯ มูลค่า 10,000 ล้านบาท แต่มีทุนจดทะเบียนเพียง 50 ล้านบาท (หนี้/ทุน 200 เท่า)

“คำถามที่ คณะกรรมการบางจากฯ ต้องทบทวนจริงจัง คือทำไมจึงได้เปิดประตูอย่าง (1) หละหลวม (2) เร่งร้อนเกินรอบเวลา (3) ไม่โปร่งใส เพราะไม่ต้องผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้น และ มติล่าสุดก็ชี้ให้เห็นว่าแม้เสียงแก้ข้อบังคับจะไม่พอ 75% แต่เสียงสนับสนุน ACE ก็มีน้อยมาก และ (4) เป็นพฤติกรรมจงใจร่วมมือให้มีกรรมการลาออก 2 คน และให้คณะกรรมการแต่งตั้งแทน โดยไม่ผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้น

บทเรียนการไม่ได้ทำหน้าที่อย่างรอบคอบ ครบถ้วน ทำให้เกิดปัญหาต่อบริษัทในวันนี้ และควรที่จะเปิดโปง อำนาจ ‘ไอ้โม่ง’ ที่ผลักดันการแต่งตั้งอัปยศในครั้งนี้”

นายกรณ์ ระบุอีกว่า นอกจากนั้นยังได้แต่งตั้งในเดือนพฤษภาคม ในฐานะที่บางจากฯ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน BCPG ยังดำเนินการให้มีการแต่งตั้งให้ตัวแทน ACE เป็นรองประธานบริษัท BCPG และ เป็นประธานการลงทุนของ BCPG โดยไม่มีรอบเวลาที่จำเป็น

และในอดีต ตั้งแต่ปลายปี 2563 ยังอนุมัติให้บริษัทลูกคือ BCPG ขายหุ้นก้อนใหญ่ 4,500 ล้านบาทให้กับกลุ่มนายเบน สมิธ อีกด้วย

และหลังจากนั้นยังมีการซื้อทรัพย์สินในราคาที่แพงเกินจริง มูลค่า 9,000 ล้านบาท อย่างไม่โปร่งใส โดยบริษัทที่ซื้อมานั้น จัดตั้งบริษัทขึ้น หลังมติกรรมการ BCPG ไม่มีข้อมูลกำไร และ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ แต่อย่างใด แต่จ่ายเงิน 9,000 ล้านบาทไปแล้ว ในเดือน พ.ค.2566

โดยกิจการนั้น ซื้อจากกิจการกลุ่มครอบครัว กลุ่ม Cosmo ของ “เสี่ยตือ” ที่เคยมีสมาชิกครอบครัวถูกจับคดีเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงินในปี 2565

นายกรณ์ ระบุว่า ที่ประชาชนกังวลใจ คือ ความสัมพันธ์ของกลุ่มเสี่ยตือ คอสโม กับกลุ่มของนายกฯ และพรรคภูมิใจไทย โดย “นายคิว” บุตรของเสี่ยตือ คอสโม มีข่าวเสนอสินบน 40 ล้านบาท ให้นายไชยชนก ชิดชอบ เพื่อชะลอคดีปราบสแกมเมอร์

กลับตามข่าวของ Next News เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย รัฐบาลจึงควรจะดำเนินการทุกเรื่องนี้ อย่าง “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” อย่างที่กล่าวอ้าง และ พรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

“ส่วนคณะกรรมการของบางจาก ทั้งชุดปัจจุบันและชุดในอดีต ควรต้องชี้แจงว่าได้มีส่วนเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่ม scammer หรือไม่ อย่างไร โดยใคร และที่สำคัญ เมื่อแก้ปัญหานี้ไม่ได้ แกะปมไม่ออก จะรับผิดชอบต่อความเสียหายให้กับผู้ถือหุ้นอย่างไร

ก.ล.ต.เองก็ไม่ควรเงียบต่อไปกับเรื่องนี้ มีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องสืบสวน และหากพบการกระทำที่ไม่ชอบ ต้องมีมาตรการลงโทษที่ชัดเจนตามกฎหมาย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...