โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก "หุ่นฟางไล่กา" สู่ “Monster Wolf” หุ่นยนต์หมาป่าไล่หมี วิวัฒนาของนวัตกรรมขับไล่สัตว์จากมนุษย์

The Better

อัพเดต 15 พ.ค. เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 05.52 น. • THE BETTER

ต้องยอมรับว่า ความชาญฉลาดของคนยุคก่อนในวันที่โลกยังไร้ซึ่งเทคโนโลยี สิ่งที่พวกเขาได้ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหามันได้ผลอย่างน่าเหลือเชื่อ

อย่าง การประดิษฐ์ “หุ่นฟางไล่กา” ถือเป็นภูมิปัญญาของชาวไรชาวนาที่มีมาอย่างยาวนาน แม้จะเป็นเพียงหุ่นที่ทำจากไม้และฟาง แต่ก็สามารถใช้ป้องกันสัตว์ที่เข้ามาทำลายพืชผลได้จริง

แต่ในวันนี้ เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จากหุ่นที่เคยทำด้วยมือ ก็เริ่มถูกพัฒนาให้กลายเป็น “หุ่นยนต์” เหมือนอย่าง “หุ่นยนต์หมาป่าไล่หมี” ที่กำลังกลับมาอยู่ในความสนใจของชาวญี่ปุ่นอีกครั้ง

เจ้าหุ่นยนตร์หมาป่า หรือ Monster Wolf เป็นนวัตกรรมจากบริษัท “โอตะ เซกิ” ที่ตั้งอยุ่ในเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่เปิดตัวและใช้งานมาหลายปีแล้ว โดยใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยขับไล่สัตว์ป่า โดยเฉพาะ หมีป่า ที่ออกมารุกล้ำพื้นที่ทำกิน และยังทำลายพืชผลทางการเกษตร

ให้หลังมานี้ สถานการณ์วิกฤตหมีออกมาบุกโจมตีมนุษย์เริ่มรุนแรงมากขึ้น โดยหมีป่าเริ่มขยายจากพื้นที่ธรรมชาติ และเข้ามาสร้างอันตรายให้กับพื้นที่ชุมชนและเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น

โดยเฉพาะเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว หากใครได้ติดตามข่าว คงจะเห็นว่า เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ทั้งประชาชน สื่อมวลชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐของญี่ปุ่นพูดถึงมากที่สุด และยังเร่งแก้ปัญหาพร้อมหาวิธีรับมือกันอย่างเต็มที่

สิ่งที่น่าตกใจ คือ หมีไม่ได้ทำลายเพียงพืชผลทางการเกษตร และยังทำร้ายมนุษย์ โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการถูกหมีทำร้ายมากถึง 13 ราย ในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา และยังได้กลายเป็นสถิติสูงสุดที่เคยถูกบันทึกไว้อีกด้วย

แต่การที่หมีมีพฤติกรรมแบบนี้ ก็มีเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกไปในทางเดียวกันว่า สาเหตุหลักๆ มาจากการที่หมีหิวโหย เนื่องจากอาหารขาดแคลน

สำหรับหุ่นยนต์หมาป่า ถูกออกแบบให้มีหน้าตาดุร้าย ดวงตาสีแดง และสามารถกระพริบตาได้ ความสามารถของมันยังส่งเสียงขู่คำราม ราวกับว่า เป็นหมาป่าปีศาจ มันจึงสามารถขับไล่หมีออกจากพื้นที่ได้

บริษัท โอตะ เซกิ ยังบอกคุณสมบัติของหุ่นยนต์ตัวนี้ เป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการสร้างพลังงาน

ส่วนราคาของหุ่นยนต์ตัวนี้ หากคิดเป็นเงินไทยก็อยู่ที่หลักแสนบาท แต่ด้วยวิกฤตการณ์ที่มนุษย์ถูกหมีโจมตีที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถกระตุ้นยอดขายให้กลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง แม้ราคาจะสูงก็ตาม

ประธานบริษัท โอตะ เซกิ เปิดเผยต่อสำนักข่าว ว่า หุ่นยนต์นี้ผลิตด้วยมือทั้งหมด แต่ตอนนี้ด้วยวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตได้ไม่ทันออเดอร์ของลูกค้าแล้ว ส่วนใหญ่ต้องให้ลูกค้ารอประมาณ 2-3 เดือน จึงได้จะสินค้า ซึ่งในปี 2026 ได้รับออเดอร์สั่งซื้อแล้ว 50 รายการ และคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายแล้ว หุ่นยนต์หมาป่าอาจไม่ใช่แค่นวัตกรรมไล่หมี แต่ยังสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ที่กำลังผลักให้มนุษย์ต้องหาวิธีใหม่ๆ เพื่ออยู่ร่วมกับสัตว์ป่าในโลกยุคปัจจุบัน

ขอบคุณภาพ : TORU YAMANAKA / AFP

ขอบคุณข้อมูล :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...