โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดหุ้น mai ฟุบ SMEs ไทยอ่วมหนัก ธปท.แก้ปมสินเชื่อ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 02.13 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 02.15 น.

ในการแถลง FETCO ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 โดย “ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ล่าสุด ซึ่งเป็นการแถลงครั้งสุดท้าย ก่อนที่เจ้าตัวจะครบวาระ 4 ปี มีการชี้ให้เห็นภาวะตลาดทุนไทยที่ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือน เม.ย. 2569 (YTD) ถือว่าฟื้นตัวกลับมาระดับที่พอใช้ได้ แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยสงครามตะวันออกกลาง

โดย “ดร.กอบศักดิ์” ชี้ว่า SET Index ปรับตัวขึ้น 18.6% เป็นอันดับ 3 ของตลาดหุ้นทั่วโลก รองจากเกาหลี และไต้หวัน ซึ่งเฉพาะในเดือน เม.ย. SET Index ปรับขึ้น 3.1% จากเดือนก่อนหน้า

“ตลาดหุ้นเราถือว่ากลับมา Perform ดีพอสมควร เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยก่อนจะมีวิกฤตสงครามอิหร่าน ตลาดเรา Perform ดีมาก แต่หลังจากมีการโจมตีกัน ตอนแรกมีเซอร์กิตเบรกเกอร์ แต่หลังจากนั้นก็ถือว่าหุ้นของเรา Perform ดีมาก ๆ กลับมาที่ 1,500 จุดได้อีกแล้ว และฐานแน่นกว่ารอบที่แล้ว”

ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ (บอนด์) ช่วงที่เกิดเหตุสู้รบกัน ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ก็พุ่งกระฉูดขึ้นทันที จากความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ แต่หลังจากที่มีการตกลงหยุดยิงในช่วงต้นเดือนเมษายน จะเห็นว่าบอนด์ยีลด์อายุ 2 ปี ก็ปรับลงมา ถือว่ากลับสู่ภาวะปกติ

“ตลาดทุนเราได้กลับมาเป็นปกติมากขึ้น เมื่อเทียบกับเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ที่ทุกคนกังวลใจว่าจะมี Panic”

“ดร.กอบศักดิ์” กล่าวว่า ภาพรวมตลาดทุนไทยปีนี้ ถือว่าดี โดย SET50, SET100 และ SET ESG ปรับตัวดีขึ้นกันหมด ยกเว้นตลาด mai ที่ยังไม่กระเตื้องขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าขณะนี้ธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากสงครามการค้า ที่มีการทะลักเข้ามาของสินค้าจีนอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ว่า ธปท.กำลังดำเนินการปรับปรุงมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ “SMEs Credit Boost” เพื่อให้มารองรับผลกระทบจากสงครามอิหร่านได้ด้วย เนื่องจากมาตรการเดิมออกแบบไว้ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ขณะเดียวกันก็มีมาตรการ “SMEs Secure+” ที่อยากให้แบงก์ปล่อยกู้ช่วยเอสเอ็มอี ซึ่งมาตรการนี้จะเข้ามาช่วยลดต้นทุนทางด้านความเสี่ยง และการใช้หลักประกันในการขอสินเชื่อของแบงก์

“มาตรการ ‘SMEs Secure+’ เปิดทางให้สามารถนำที่ดินเข้ามาเป็นหลักประกันขอสินเชื่อได้ด้วย ตรงนี้จะทำให้มีสภาพคล่องเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ เรากำลังติดตามสถานการณ์หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ หากมีความจำเป็นต้องผ่อนปรนมากกว่านี้ จากเดิมที่เราใช้มาตรการฟ้าส้ม ก็จะถูกนำมาใช้”

ด้าน “ดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์” ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SMEs ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “สินเชื่อ Krungsri SME เสริมพลัง 2 เท่า” โดยให้วงเงินกู้สูงสุด 2 เท่าของหลักประกัน ผ่อนสบายนานสูงสุด 10 ปี ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ เกษตรและเกษตรแปรรูป ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และการค้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย ให้สามารถพัฒนาขีดความสามารถทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยโดยรวม โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์โลกยังคงตึงเครียดและมีความไม่แน่นอนสูง อุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทยต่างได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม

“สินเชื่อดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินให้สามารถปรับตัว พัฒนา และต่อยอดขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว มาพร้อมวงเงินสินเชื่อสูงสุดถึง 2 เท่าของมูลค่าหลักประกัน หรือวงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี และรองรับหลักประกันได้ทั้งในรูปแบบทรัพย์สินและเงินฝาก”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดหุ้น mai ฟุบ SMEs ไทยอ่วมหนัก ธปท.แก้ปมสินเชื่อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...