โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกนิติ" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินคือทางรอดช่วยประชาชน ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าเอื้อนายทุน

JS100

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
เอกนิติ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงความคืบหน้าและเหตุผลความจำเป็นในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านและการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้คือกลไกสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่รุนแรงและลุกลามมาสู่ปัญหาค่าครองชีพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากเปรียบเทียบกับวิกฤตในอดีต เช่น วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่เกิดจากทุนสำรองหมด หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 ที่เกิดจากภาคการส่งออกติดลบ วิกฤตครั้งนี้มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็น วิกฤตปากท้อง ที่เริ่มจากอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและต้นทุนสินค้า

โดยเฉพาะในไตรมาสแรกที่เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมาถึงร้อยละ 2.9 และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีก หากรัฐบาลไม่ดำเนินการใด ๆ ธุรกิจขนาดเล็กและประชาชนระดับฐานรากจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจนอาจเกิดความวุ่นวายในสังคม

สำหรับโครงสร้างของงบประมาณ 400,000 ล้านบาท ไม่อยากให้แยกมองเป็น 2 ส่วนที่ขาดจากกัน แต่อยากให้มองว่าเป็น "เงินเยียวยา" ทั้งหมด โดย 200,000 ล้านบาทแรก จะนำไปเยียวยาโดยตรง ส่วนอีก 200,000 ล้านบาทจะนำไปใช้ในการ "เปลี่ยนผ่านพลังงาน" ซึ่งถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว เพราะการช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือการใช้ไบโอดีเซล จะเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน ดีกว่าการนำเงินไปอุดหนุนราคาพลังงานแบบชั่วคราวเพียงอย่างเดียว

รมว.คลัง ยังได้ใช้การเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเจนว่า พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้เปรียบเสมือน "ยา" ที่ใช้รักษาโรค วันนี้คนไทยกำลังป่วยจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น การจะให้รอไปอีก 5 เดือนเพื่อกินยาในงบประมาณปี 2570 จะไม่ทันการณ์ ยาบางชนิดต้องกินวันนี้เพื่อให้เห็นผลในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า ถ้าปล่อยให้วิกฤตลุกลามไปมากกว่านี้ ความเสียหายจะมหาศาลเกินกว่าจะเยียวยาได้

ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตเรื่องการ "ตีเช็คเปล่า" หรือการเขียนโครงการไม่ชัดเจนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนกลุ่มพลังงาน นายเอกนิติได้ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง โดยระบุว่า พ.ร.ก. ทุกฉบับมีกลไกคณะกรรมการกลั่นกรองที่เข้มงวด มีขั้นตอนการอนุมัติที่เป็นระบบและโปร่งใส

โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่จะช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ได้ง่ายขึ้น เพื่อลดปัญหาการกู้นอกระบบและบรรเทาภาระหนี้สินในช่วงวิกฤต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มทักษะทางการเงินไปพร้อมกับการเยียวยา

แม้ว่าจะมีการยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่ พ.ร.ก. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา รัฐบาลจึงต้องเดินหน้าตามขั้นตอนปกติเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียประโยชน์ โดยตนพร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็นต่อศาลและหน่วยงานตรวจสอบ เพราะมั่นใจว่าการทำหน้าที่ครั้งนี้ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

#พระราชกำหนดเงินกู้

#ไทยช่วยไทยพลัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...